ข่าว

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

08 ม.ค. 2560

ชาวบ้าน ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ต้องยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ ขณะที่ยังไม่สามารถจัดพิธีสวดพระอภิธรรมศพได้

                   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 60 สถานการณืน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ชาวบ้านและญาติๆต้องช่วยกันยกหีบศพของนายเกลื่อน กรีแก้ว อายุ 80 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 3 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ขึ้นสู่ที่สูง หนีน้ำที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนายเกลื่อนเสียชีวิตมา 3 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถจัดงานศพและทำพิธีบำเพ็ญกุศลได้ ญาติต้องเก็บศพเอาไว้ก่อน 

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

                   ซึ่งขณะนี้ที่นี่และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นพื้นที่รับน้ำจาก อ.เมือง อ.พระพรหม อ.ร่อนพิบูลย์ และ อ.ลานสกาบางส่วน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก คาดว่าจะท่วมนานประมาณ 2 เดือน นานกว่าพื้นที่อื่นๆใน จ.นครศรีธรรมราช ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำสุดท้ายก่อนไหลลงสู่ทะเล

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

                  ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พระภิกษุ วัดบางบูชา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ได้ช่วยกันสร้างโต๊ะฉันภัตตาหารใหม่หน้ากุฏี เนื่องจากบริเวณวัดน้ำท่วมลึกประมาณ 1 เมตร และยังเพิ่มปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยชาวบ้าน ต.บางศาลา ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ได้เร่งอพยพสัตว์เลี้ยง และทรัพยสินขึ้นสู่ที่ปลอดภัย หนีน้ำที่เพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้การเดินทางยังเป็นไปด้วยความยากลำบาก ชาวบ้านต้องใช้เรือพายในการสัญจรไปมา อย่างยากลำบาก

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

                   นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นางสาวองุ่น วงษ์เจริญ หัวหน้าสถานีกาชาดที่ 14 พังงา(เฉลิมพระเกียรติ) และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดตรัง ได้นำสิ่งของอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง ปลากระป๋อง น้ำดื่ม มอบให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม ที่โรงเรียนวัดมงคลสถาน ต.ละมอ อ.นาโยง จ.ตรัง โดยมีีประชาชนจากหมู่ที่ 1,2,3,4,6,8 และ 10 ต.ละมอ 211 ชุด ประชาชนในหมู่ที่ 7 ต.โคกสะบ้า 23 ชุด และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนในหมู่ที่ 1 –หมู่ที่ 8 ต.นาหมื่นศรี 266 ครัวเรือน รวมถุงยังชีพทั้งหมด 500 ชุด 

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

                ทั้งนี้ พื้นที่ อ.นาโยง มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม 6 ตำบล 53 หมู่บ้าน เกือบ 5 พันครัวเรือน ขณะเดียวกันพบว่าได้มีภาคเอกชน พลังประชาชนต่างๆ ร่วมกันจัดข้าวของข้าวสารอาหารแห้งไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชนผู้ประสบภัย และที่มูลนิธิกุศลสถานตรังได้ทำอาหารกล่องออกแจกจ่ายให้แก่ประชาชนตามพื้นที่ต่างๆที่การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะต้องเดินทางโดยเรือเท่านั้น ทำให้ประชาชนจำนวนมากที่ถูกน้ำท่วมทางตัดขาดเส้นทางสัญจร ต้องประสบปัญหาการช่วยเหลืออาจจะเข้าถึงล่าช้า ทางมูลนิธิกุศลสถานตรังจึงได้จัดทำอาหารกล่องนำไปแจกจ่ายช่วยเหลือ

                สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดตรัง จำนวน 7 อำเภอ คือ อ.รัษฎา,อ.ห้วยยอด,อ.วังวิเศษ ,อ.นาโยง,อ.เมือง อ.สิเกา และ อ.กันตัง โดยจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วทั้งหมด 6 อำเภอ ยกเว้น อ.สิเกา ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในบางตำบลเท่านั้นโดยขณะนี้มีราษฎรประสบปัญหากว่าประมาณ 20,000 ครัวเรือน หรือกว่า 40,000 คน บ้านเรือน สถานที่ราชการ และพื้นที่ทางการเกษตรอีกจำนวนมากต้องจมอยู่ใต้น้ำ และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 1 คน

ชาวต.เกาะทวด ยกหีบศพขึ้นที่สูงหนีน้ำ 

                 ด้านสถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นใน จ.ตรัง ทั้งกลางวันและกลางคืน่ในขณะนี้ นอกจากทำให้เกิดน้ำท่วมสูงใน 7 อำเภอ คือ อ.รัษฎา,อ.ห้วยยอด,อ.วังวิเศษ ,อ.นาโยง,อ.เมือง อ.สิเกา และ อ.กันตัง โดยจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉินแล้วทั้งหมด 6 อำเภอ ยกเว้น อ.สิเกา ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในบางตำบลเท่านั้นโดยขณะนี้มีราษฎรประสบปัญหากว่าประมาณ 20,000 ครัวเรือน หรือกว่า 40,0000 คน บ้านเรือน สถานที่ราชการ และพื้นที่ทางการเกษตรอีกจำนวนมากต้องจมอยู่ใต้น้ำ และมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 1 คน

                  นายสิทธิพร จิเหลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ได้เกิดคลื่นลมแรงสูงประมาณ 4–5 เมตร ซัดเข้าใส่หมู่บ้านชาวประมงชายฝั่งบนเกาะต่างๆด้วยทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตลอดแนว รวมทั้งตามเกาะต่างๆถูกคลื่นสูงซัดเข้าใส่ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านหมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง ประมาณ 30 ครัวเรือน 

                ซึ่งมีบ้านเรือนอาศัยอยู่ติดชายฝั่ง ถูกคลื่นสูงประมาณ 4-5 เมตร ซัดชายฝั่งเข้าหาหมู่บ้านอย่างหนัก และรุนแรง จนบ้านเรือนที่อยู่ติดกับชายหาดที่หน้าดินพังสูญหายไปแล้วจำนวน 11 ครัวเรือน ต้องอพยพหนีตายไปอยู่ที่สูงในเวลากลางคืน เพราะสภาพทั่วไปของชายฝั่งมีเพียงแนวรั้วไม้ที่ถูกคลื่นซัดกระสอบทรายสูญหายและเศษกำแพงปูนที่หักพังเสียหายไปแล้วตลอดแนวเป็นแนวรับคลื่นอยู่บ้างเท่านั้น จึงไม่อาจต้านทานคลื่นสูงที่ซัดเข้าหาชายฝั่งได้ กำแพงบ้านเรือนของชาวบ้าน ก็พังสูญหายจมทะเลไปแล้วเสาไฟฟ้าหักโค่นไปทีละต้นสองต้น จนขณะนี้ถูกคลื่นซัดโผล่ให้เห็นอยู่ในทะเลอีก 3–4 ต้นเท่านั้น เสี่ยงจะหักโค่นล้มทับบ้านเรือนอยู่ตลอดเวลาเสี่ยงอันตรายที่สุด จึงต้องอพยพสิ่งของเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย

              ขณะเดียวกันเรือประมงขนาดเล็กที่ชาวบ้านงดออกหาปลา แล้วนำมาจอดหลบคลื่นลมผูกล่ามจอดไว้ตลอดแนวชายหาดและราวสะพานทั้งที่หมู่ที่ 2 บ้านเกาะมุก ต.เกาะลิบง ,และบนเกาะลิบง หมู่ 5,7,4 ถูกคลื่นที่สูง 4 – 5 เมตรดังกล่าว ซัดจนเรือกระแทกกับโขดหินเสียหายจมทะเลไปทั้งหมดกว่า 10 ลำ โดยขณะนี้เจ้าของยังไม่สามารถจะออกไปกู้ได้ เนื่องจากฝนยังตกหนักและคลื่นลมมีกำลังแรงขณะที่เรือโดยสารข้ามฟากบางส่วนก็งดวิ่ง เนื่องจากคลื่นลมมีกำลังแรงมากเกรงจะเกิดอันตราย โดยขณะนี้ทั้งบนบกและตามเกาะต่างๆยังคงเกิดฝนตกหนักตลอดเวลา