ข่าว

 “มาร์ค”เตรียมลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10-11 ม.ค.

 “มาร์ค”เตรียมลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10-11 ม.ค.

08 ม.ค. 2560

“มาร์ค”ลงใต้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10 - 11 ม.ค. “เทพไท”โต้กระแส ยันปชป.ไม่ทิ้งคนใต้แต่เคลื่อนไวไม่ได้มาก อาจขัดคำสั่ง คสช.

 

    

          8 ม.ค. 60 - นายเทพไท เสนพงษ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอสนับสนุนการยกระดับภัยพิบัติและตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้โดยใช้ศูนย์ป้องกันสาธารณภัยเขต11และ12ดำเนินการแต่ถ้าจะให้เป็นเอกภาพอยากให้ใช้กองทัพภาค4ค่ายวชิราลงกรณ์เป็นศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้เพียงจุดเดียวเพราะเป็นหน่วยงานที่เข้มแข็งทั้งกองทัพบกและกองทัพเรือมีอุปกรณ์พร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

          “ส่วนกรณีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่ ถามถึงการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นพรรคที่มีส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุดและพยายามเรียกร้องให้พรรคตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยนั้นเรื่องนี้พรรคไม่ได้ละเลยปัญหาเพราะนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคได้กำชับสมาชิกให้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถแต่พรรคมีข้อจำกัดในการทำกิจกรรมเพราะมีคำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวไม่เช่นนั้นจะถูกตีความว่าเคลื่อนไหวเพื่อหาเสียงจึงทำให้สมาชิกไปช่วยเหลือในนามส่วนตัวขณะเดียวกันในวันที่10ม.ค.นี้นายอภิสิทธิ์ในฐานะประธานมูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ปราโมชจะลงพื้นที่ที่จ.ชุมพรและสุราษฎร์ธานีส่วนวันที่11ม.ค.นายอภิสิทธิ์จะลงพื้นที่จ.นครศรีธรรมราชโดยเฉพาะที่อำเภอชะอวด,เฉลิมพระเกียรติ,ปากพนังและสิชลเพื่อให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้ประชาชนด้วย” นายเทพไท กล่าว    

          ขณะที่นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ภาคใต้ว่าอดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในพื้นที่ดูแลประชาชนตลอดทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งช่วยเหลือประชาชนตามอัตภาพเพราะไม่มีงบประมาณจากภาครัฐแต่มีบางสำนักข่าวถามหานักการเมืองว่าไปอยู่ที่ไหนซึ่งไม่ตรงกับข้อเท็จจริงโดยนายราเมศได้นำภาพการลงพื้นที่ช่วยประชาชนของนายชวนหลีกภัยอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์รวมทั้งภาพอดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ในหลายจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วมมาแสดงยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนอย่างที่มีการกล่าวหาจึงไม่อยากให้มีการทำลายความน่าเชื่อถือของนักการเมือง