
"ทะเบียนบ้านผี"โผล่ระนองผู้ว่าฯ-กกต.สั่งตรวจสอบเข้ม
การแข่งขันในเวทีการเมืองท้องถิ่นมีความเข้มข้น และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หลายพื้นที่มีการเฉือนชนะกันด้วยคะแนนเสียงไม่กี่คะแนน ฉะนั้น กลโกงด้วยการเคลื่อนย้ายผู้คนต่างถิ่นเข้ามายังพื้นที่เลือกตั้งเพื่อสวม "ทะเบียนบ้านผี" จึงเริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น
นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ขยายความว่า ทะเบียนบ้านผีหมายถึงมีเลขที่บ้านที่มีรายชื่อผู้คนอยู่อาศัย แต่กลับไม่ปรากฏบ้านที่มีอยู่จริงแต่อย่างใด มิหนำซ้ำบางหลังยังพบคนที่มีรายชื่อต่างนามสกุลกันอยู่อาศัยมากถึง 10 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง จึงหวั่นเกรงว่าจะเป็นการเอื้อต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นใน จ.ระนอง ในวันที่ 6 กันยายน นี้
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในการเลือกตั้งทุกระดับมากที่สุด จึงได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ทั้งการย้ายเข้า-ย้ายออกในช่วงนี้อย่างเข้มงวด
หากพบพฤติกรรมของเจ้าบ้านนำผู้คนต่างถิ่นย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านลักษณะที่เอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้ง ก็ให้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างเฉียบขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกระดับ หากพบว่ามีการ "สมรู้ร่วมคิด" ก็จะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
ด้าน พ.ต.ท.จิตร ยิ่งขำ พงส.(สบ2) สภ.ราชกรูด อ.เมือง จ.ระนอง ระบุว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีชาวบ้าน ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หงาว ได้ขอให้ลงบันทึกประจำวัน หลังพบข้อมูลว่า มีการพบทะเบียนบ้านผี คือ มีบ้านเลขที่ 456 หมู่ 3 ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง แต่กลับไม่ปรากฏมีบ้านตามเลขที่ดังกล่าวตั้งอยู่จริงในชุมชนดังกล่าว อีกทั้งยังพบมีรายชื่อผู้อาศัยอยู่ในเลขที่บ้านดังกล่าวมากถึง 11 คน
ที่น่าสังเกต คือ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นคนต่างนามสกุล และเป็นบุคคลที่มีอายุเกิน 18 ปี ซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในบัญชีเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ชาวบ้านจึงหวั่นเกรงว่า จะเป็นพฤติกรรมเคลื่อนย้ายคนต่างพื้นที่เข้ามาเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ซึ่งในปีนี้พื้นที่หมู่ 3 ต.หงาว มีการเลือกตั้ง ทั้งผู้ใหญ่บ้าน และนายก อบต. รวมทั้ง ส.อบต.
ขณะที่ ว่าที่ ร.ต.กมล วิภาดาพิสุทธิ์ ประธาน กกต.ระนอง กล่าวถึงมาตรการป้องกันว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นในวันที่ 16 กันยายน จำนวน 15 อบต. ได้กำชับว่า หากพบการเคลื่อนย้ายผู้คนเข้ามาในพื้นที่ในลักษณะเอื้อประโยชน์ต่อการเลือกตั้งให้แจ้งมายัง กกต.ระนอง ทันที โดย กกต.ระนอง จะส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงไปตรวจสอบพฤติกรรม และตรวจจับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย
ทั้งนี้ เจ้าบ้านจะมีความผิดตามมาตรา 43 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บุญเลื่อน พรหมประทานกุล



