ข่าว

เบี้ยทางยุทธศาสตร์และการทูตโซ่ข้อต่อ

เบี้ยทางยุทธศาสตร์และการทูตโซ่ข้อต่อ

24 ส.ค. 2552

บางครั้งคนธรรมดาสามัญก็ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดินหมากของผู้นำประเทศได้ หากจังหวะเหมาะตรงล็อก การดำเนินการเช่นนี้เป็นไปในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหวังผลได้เปรียบทางการทูต ในเดือนสิงหาคม เราเห็นเกาหลีเหนือและพม่าเล่นบทเช่นนี้ ส่งผลให้ความตึงเครียดดูผ่อนคลายไปห

 การที่เกาหลีเหนือปล่อยตัวนักข่าวสาวชาวอเมริกัน 2 คนหลังจากจับกุมตัวข้อหาจารชนตั้งแต่เดือนมีนาคม ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีมนุษยธรรมต่อพลเมืองศัตรูเท่านั้น แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลเปียงยางยังพอจะคุยกับรัฐบาลวอชิงตันได้ หากมีเงื่อนไขที่เหมาะสม การกระทำเช่นนี้ของคิม จอง อิล ก็ไม่ต่างจากการที่รัฐบาลทหารพม่าปล่อย นายจอห์น ยีตทอว์ ชาวอเมริกันที่ว่ายน้ำข้ามทะเลสาบไปหานางออง ซาน ซูจี ให้รอดตัว ทั้งที่ศาลตัดสินจำคุกไปแล้ว

 ทั้งสองชาติใช้เบี้ยผู้ถูกจับกุมให้เป็นประโยชน์ เพราะหากขังคุกไว้ก็ตายเปล่า ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใด นอกจากเป็นการแสดงให้เห็นว่ากฎหมายของตนใครจะละเมิดมิได้ แต่ก็ใช่ว่าจู่ๆ ก็ปล่อยเฉย ๆ ทั้งสองชาติเล่นเกมการทูตได้เก่ง โดยอาศัยการเยือนของคนดังที่พอมีคุณค่าราคาของฝั่งสหรัฐมาเยี่ยม ได้เจรจาพาทีอย่างนุ่มนวลแล้วค่อยปล่อยตัวเบี้ยนั้น ผลก็คือ สหรัฐค้นพบช่องทางที่จะติดต่อกับประเทศคู่ปรปักษ์ได้อีก และ "โซ่ข้อต่อ" นั้นก็มีเครดิตที่จะทำงานต่อไป บิล คลินตัน และ จิม เว็บบ์ จะกลายเป็นผู้ส่งสารและกงสุลกิตติมศักดิ์ของเกาหลีเหนือกับพม่าอย่างไม่เป็นทางการในห้วงต่อๆ ไปโดยปริยาย

 แม้ว่าสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลียังไม่ได้คลี่คลายอย่างเป็นรูปธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างพม่ากับชาติตะวันตกก็ยังเป็นเชิงปรปักษ์ แต่ก็ยังพอมองเห็นโอกาสเจรจามากขึ้น สวนทางกับไทยที่เลือกใช้หมากออง ซาน ซูจีทิ่มรุกพม่า โดยอ้างมนุษยธรรม หวังว่าเพื่อนร่วมภูมิภาคจะหนุนส่งและสหรัฐจะพอใจ แต่ผลที่ได้คือบรรยากาศที่คุกรุ่น แหล่งก๊าซยาดานาปิดโดยไม่มีเหตุผล นายกฯ ยังไม่สามารถเดินทางเยือนพม่าอย่างเป็นทางการได้ บางทีอาจจะต้องอาศัยเบี้ยและโซ่ข้อต่อบางตัวเสียแล้ว ปรากฏการณ์เช่นนี้มีบ่อยในยุคที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มีอิทธิพลในรัฐบาล โดยความสัมพันธ์ส่วนบุคคลนำไปสู่การผ่อนปรนด้านชายแดน และปล่อยตัวคนที่พลัดไปให้เขาจับกุมอย่างไม่มีเงื่อนไข