ข่าว

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯชาวบ้านเดือดร้อนหนัก!

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯชาวบ้านเดือดร้อนหนัก!

07 ม.ค. 2560

ชาวสุราษฎร์ฯเดือดร้อนหนัก 300 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังน้ำป่าหลากท่วมวันที่3 ขณะที่จ.ชุมพร 4 ตำบลรับน้ำหลังสวนอ่วมเร่งอพยพหนี อ.ระโนด สงขลา น้ำหนุนท่วมรอบสอง

 

          หลังจากเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากเมื่อวันที่ 5 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยวันนี้เข้าสู่วันที่ 3 แล้วแม้ว่าระดับน้ำโดยภาพรวมหลายพื้นที่ลดลงกลับสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม และหลายพื้นที่ในที่ราบลุ่ม สวนยาง สวนปาล์ม ยังมีน้ำท่วมสูงระดับน้ำโดยเฉลี่ยสูงประมาณ 50 ซม. ส่วนที่ลุ่มยังสูงกว่า 1 เมตร ส่วนถนนหนทางอยู่ในสภาพที่ชำรุด และรอการซ่อมแซมซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะเดือดร้อนเรื่องการประกอบอาชีพไม่มีรายได้ การสัญจรไปมาไม่สะดวก

          โดยทางนายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังสั่งกำชับให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก 2 อำเภอ คือ อ.ท่าชนะ กับ อ.ไชยา อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายทรัพย์สินลงจากที่สูง และสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในที่ปลอดภัยก่อนเนื่องจากยังมีกลุ่มฝนอีก 2 วันคือวันนี้กับวันพรุ่งนี้ (7–8 ม.ค.60)

          ส่วนสภาพอากาศโดยภาพรวมในช่วงเช้ามืดวันนี้ (7 ม.ค.60) เกือบทุกพื้นที่ของ จ.สุราษฎร์ธานี มีฝนตกโปรยปรายสลับกับตกหนักในบางช่วง ชาวบ้านยังคงอพยพสัตว์เลี้ยง ได้แก่ วัวไว้บนถนนสายรองของ อ.ไชยา และท่าชนะจำนวนมาก และสลับผลัดเปลี่ยนกันเฝ้าดูแลป้องกันมิจฉาชีพ

          นอกจากนั้นยังมีพื้นที่บางส่วนของ อ.กาญจนดิษฐ์ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากในครั้งนี้เช่นกันคือบ้านหน้าถ้ำ บ้านปากฮาย ม.13 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ที่สะพานในหมู่บ้านขาดสะบั้นทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ทางเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นก่อน และจากน้ำป่าไหลหลากครั้งนี้ทำให้เสาไฟฟ้าล้มเอนหลายแห่ง อีกทั้งต้นยางพาราล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงขาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ทำให้ชาวบ้านประมาณ 300 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้มา 2 วันแล้ว

 

 
 

          ด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี (ปภ.) ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จากฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากตั้งแต่วันที่ 2-6 มกราคม 2560 มีพื้นที่ประสบภัยทั้งหมด 8 อำเภอ ประกอบด้วย อ.กาญจนดิษฐ์ ,บ้านนาสาร ,ดอนสัก ,เมืองสุราษฎร์ธานี ,ท่าชนะ ,เกาะสมุย ,ไชยาและ อ.ท่าชนะ ซึ่งพื้นที่เสียหายหนักสุดคือตัว อ.ท่าชนะ ที่น้ำป่าทะลักอย่างรวดเร็วทำให้ถนนสายเอเชียขาด การจราจรสายใต้เป็นอัมพาต 1 วัน แต่น้ำป่าลดลงอย่างรวดเร็วทิ้งไว้แต่ร่องรอยความเสียหายที่รอการฟื้นฟู

          อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังครั้งนี้ยังไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว โดยยังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยัง จ.สุราษฎร์ธานี อย่างต่อเนื่อง

          ขณะที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วันนี้มีฝนตกตั้งแต่เช้าและตกหนักในบางช่วงทำให้น้ำท่วมขังบนถนนทางไปหาดเฉวง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจหลักของเกาะสมุย ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม. ทำให้การสัญจรไปมาลำบาก เป็นเวลาร่วม 3 วันเต็มแล้วที่ต้องลุยน้ำน้ำท่วม ขณะถนนสายรอบเกาะในบางจุด ยังถูกน้ำท่วมขัง -ส่วนที่บริเวณชายหาดเฉวงทางผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะสมุยและผู้ประกอบการธุรกิจการโรงแรมได้ปักธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด ในท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรงจัด
 
 
 
 

ชุมพร - 4 ตำบลรับน้ำหลังสวนอ่วม อพยพหนีกันจ้าละหวั่น

          เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ม.ค.60 ที่ศูนย์ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย รร.อวยชัยแกรนด์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรเปิดเผยว่า ลงตรวจสอบความเสียหายหลังน้ำลดที่ตลาดเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เบื้องต้นพบว่าระดับน้ำได้ลดลงเกือบเข้าสู่สภาวะปกติ ประชาชนเริ่มทำความสะอาดร้านค้าและบ้านเรือน และพบว่าที่สะพานอวยชัย 2 คอสะพานและสะพานบ้านด่าน คอสะพานขาดรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนถนนสายเอเชีย 41 ระดับน้ำลดลงเกือบสู่สภาวะปกติรถทุกชนิดสามารถสัญจรไปมาได้ตามปกติ

 

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯชาวบ้านเดือดร้อนหนัก!

 

          ส่วนช่วงเช้าที่ผ่านมานายฝันดี และฝันเด่น จรรยาธนากร นักร้องชื่อดังได้ลงพื้นที่ติดตามให้ความช่วยเหลือนางสิริอร อินทร์แก้ว ครูโรงเรียนชุมชนวัดขันเงินและครูคนอื่นๆอีก 13 คนที่ติดอยู่ที่บ้านพักครูตั้งแต่เมื่อวานนี้แต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เนื่องจากกระแสน้ำสูงแรงมาก ล่าสุดเช้าวันนี้ระดับน้ำลดลงเหลือเพียง 50-60 เซนติเมตร สามารถเดินเข้าออกได้ตามปกติแล้วและทุกคนปลอดภัยดี ผู้สื่อข่าวยังรายงานต่อไปอีกว่ามวลน้ำได้ไหลลงสู่พื้นที่ 5 ตำบล คือตำบลพ้อแดง ตำบลบางมะพร้าว ตำบลนาพญา ตำบลบางน้ำจืดและตำบลปากน้ำหลังสวน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพชาวบ้านออกจากจุดเสี่ยงเนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงมาก

 

น้ำท่วมสุราษฎร์ฯชาวบ้านเดือดร้อนหนัก!

 

พื้นที่ตัวเมืองระโนด จ.สงขลา ต้องเผชิญกับน้ำหนุนเข้าท่วมอีกระลอก

          ที่อ.ระโนด จ.สงขลา ต้องเผชิญกับน้ำท่วมรอบสอง เนื่องจากน้ำจากคลองระโนด ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่ไหลผ่านตัวเมืองระโนดได้เอ่อล้นเข้าท่วมในเขตตัวเมืองระโนด โดยเฉพาะบริเวณหน้าตลาดสดและหน้าเทศบาลตำบลระโนด ซึ่งอยู่ริมคลองระโนด ได้รับผลกระทบหนักน้ำได้ท่วมร้านค้าบ้านเรือนชาวบ้านและโรงเรียนบ้านระโนด และมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากน้ำในทะเลสาบสงขลาที่เพิ่มสูงขึ้นและหนุนเข้าท่วม เพราะต้องรับน้ำจ.นครศรีธรรมราช และจ.พัทลุง ที่ไหลลงมาสมทบ

 

          เช่นเดียวกับพื้นที่ซึ่งอยู่ติดริมทะเลสาบสงขลาอีก 3 อำเภอ ทั้งอ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และอ.สิงหนคร ที่ขณะนี้เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วมเช่นกันเพราะเป็นเส้นทางน้ำที่ไหลผ่านก่อนระบายลงสู่ทะเลอ่าวไทย และเป็นสถาการณ์น้ำท่วมครั้งที่สองต่อเนื่องกัน 2 เดือนหลังจากที่เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาทั้ง 4 อำเภอถูกน้ำท่วมหนักมาแล้วครั้งหนึ่ง

 

ผู้ว่าฯตรัง เร่งเบิกเงินสำรองจ่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัย

          7 มกราคม 2560 นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจ.ตรัง ล่าสุด อ.นาโยง ระดับน้ำลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ กำลังอยู่ในระหว่างการเยียวยาช่วยเหลือ แจกถุงยังชีพ และน้ำเหนือได้ไหลเข้าสู่ตัวเมืองตรังแล้ว แต่เขตเมืองชั้นใจก็ลดระดับลงหลายพื้นที่แล้ว ส่วนที่อำเภอรัษฎา ก็ลดระดับแล้วแต่มาเพิ่มขึ้นที่อำเภอห้วยยอด อำเภอวังวิเศษ และที่ราบลุ่มแม่น้ำตรัง เช่น ตำบลนาท่ามเหนือ ตำบลนาท่ามใต้ ตำบลหนองตรุด ตำบลนาตาล่วง ตำบลบางรัก อ.เมือง , อ.วังวิเศษ และอ.กันตัง ซึ่งหนองตรุดขณะนี้ระดับน้ำสูงอยู่เหมือนครั้งที่ผ่านมา รอระบายไปที่อำเภอกันตังแล้ว

          นอกจากนี้ยังต้องรอรับน้ำอีกก้อนจาก อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช อำเภอรัษฎา คาดว่าอีก2-3วันน้ำจะหนุนสมทบมากขึ้น ส่วนการเยียวยาขณะนี้ได้ลงพื้นที่แจกถุงยังชีพ และตรวจสอบปริมาณน้ำในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดยังมีเงินเหลือพอช่วยเหลือได้ ก็ช่วยเหลือกันไป แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดไม่มีงบประมาณแล้วก็แจ้งมายังจังหวัด แล้วไปเบิกถุงยังชีพจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เบื้องต้น ได้แจกน้ำดื่มและถุงยังชีพเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนแล้วมากกว่า 10,000 ชุด

          ซึ่งในส่วนของประชาชนที่เดือดร้อนมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. เทศบาลและนายอำเภอ เป็นกำลังหลักในการดูแลช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ เอาใจใส่ชาวบ้าน พร้อมทั้งจะเร่งนำเงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 50 ล้านบาท มาให้ความเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาช่วยเหลือประชาชน

          ในขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง อ.ห้วยยอด พร้อมน้ำดื่ม เดินทางเข้าไปสำรวจสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหลายตำบลของอำเภอห้วยยอด ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมหนัก เพราะน้ำเหนือจาก อ.รัษฎากำลังไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่มาได้ประมาณ 1 - 2 วันนี้ และระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณมากกว่าเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือต่อไป หลังรับทราบว่ามีชาวบ้านหลายหมู่บ้านต้องติดอยู่ภายในชุมชนหรือบ้านเรือน ที่มีสภาพเหมือนติดเกาะ เพราะถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนน ตัดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล และหมู่บ้าน

          โดยเฉพาะที่หมู่ 2 ต.บางดี ถนนสายสำคัญเชื่อมต่อระหว่างตำบลถูกน้ำไหลหลากตัดผ่านระดับน้ำสูงประมาณ 20 – 50 เซนติเมตร บางจุดสูงมากกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่มีบ้านพักอาศัยอยู่ด้านในถูกตัดขาดจากโลกภายนอกหลายสิบครัวเรือน และไม่สามารถใช้เรือในการเข้าออกได้ เพราะกระแสน้ำมีความเชี่ยวกรากเกรงอันตรายจะถูกน้ำพัดพา และระยะทางยาวนับตั้งแต่ 500 เมตร – 1 กม. เช่น ถนนสายห้วยยอด – บ้านซา ระยะทางยาวประมาณ 1 กม.ซึ่งสามารถเดินทางต่อไป อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราชได้ ต้องนำป้ายมาปิดประกาศห้ามรถทุกชนิดผ่านและต้องฝากน้ำดื่มไปกับทางผู้นำท้องที่ เนื่องจากมีครัวเรือนติดเกาะอยู่จำนวน 7 ครัวเรือน ไม่สามารถจะเดินทางเข้าไปช่วยเหลือได้

 

 

          ส่วนถนนสายบางดี – เขากอบ หมู่ 2 ต.บางดี ชาวบ้านกว่า 20 ครัวเรือน ซึ่งบางส่วนยังอยู่ภายในชั้น 2 ของบ้าน แต่บางส่วนต้องอพยพออกจากบ้านมาอาศัยอยู่ในเต้นท์ริมถนน เพราะบ้านเรือนถูกมวลน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมอย่างรุนแรง และต้องผูกเชือกกับราวสะพานเพื่อใช้สำหรับไต่พยุงตัวออกมาหรือเดินจับมือเกาะกลุ่มฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากระยะทางประมาณ 300 เมตร ออกมารับยาสามัญประจำบ้านและรักษาน้ำกัดเท้า ที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมนสุขภาพตำบลบางดีและน้ำดื่มที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลสถานตรัง อ.ห้วยยอด นำไปมอบให้

          ส่วนที่วัดบางดี หมู่ 1 ต.บางดี พระวีระ เขมปัญโญ เจ้าอาวาสวัดบางดี และพระลูกวัดรวม 5 รูป ต้องเดินฝ่ากระแสน้ำที่สูงประมาณ 50 – 90 เซนติเมตร และต้องใช้เรือในการเข้าออกวัด โดยวัดบางดีซึ่งอยู่ติดแม่น้ำตรัง ถูกน้ำเอ่อท่วมซ้ำซาก ทำให้พระต้องอยู่อย่างยากลำบากไม่สามารถออกไปบิณฑบาตรหรือญาติโยมนำอาหารเข้าไปถวายภายในวัดได้ เพราะปริมาณน้ำสูงมาก ต้องนำข้าวสารอาหารแห้งที่ญาติโยมนำมาถวายในช่วงเทศกาลปีใหม่มาหุงฉันท์กันเองโดยระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          พระวีระ เขมปัญโญ เจ้าอาวาสวัดบางดีกล่าวว่า วัดบางดีเป็นพื้นที้น้ำท่วมซ้ำซาก เพราะอยู่ติดแม่น้ำตรัง แต่ละครั้งถูกน้ำท่วมแช่ท่วมขังประมาณ 1 สัปดาห์ ทำให้พื้นกระเบื้องภายในวัดเสียหาย โดยน้ำท่วมในครั้งนี้ยังไม่มีหน่วยนงานใดเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ความเป็นอยู่ก็หุงหาอาหารฉันท์เอง เพราะญาติโยมหรือพระออกจากวัดไม่ได้

          เช่นเดียวกับที่โรงเรียนวัดบางดี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลบางดี และโรงเรียนสามัคคีศึกษา ต.นาวง ซึ่งถูกไหลหลากเข้าท่วมขังตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 มกราคม ระดับน้ำสูงประมาณ 30 – 50 เซนติเมตร ทำให้โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนไม่มีกำหนด โดยเฉพาะที่โรงเรียนสามัคคีศึกษา ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร

          ส่วนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ถนนเทศบาล 5 ตำบลนาวง อ.ห้วยยอด ประมาณ 10 หลังคาเรือน ส่วนหนึ่งสมัครใจอาศัยอยู่ภายในชั้น 2 ของบ้าน แต่อีกส่วนหนึ่งตัดสินใจเดินไต่เชือกฝ่ากระแสน้ำจำนวนมากที่เพิ่งเดินทางมาถึงและไหลทะลักตัดผ่านถนนทางเข้าออกหมู่บ้านออกมาสู่ถนนใหญ่ เพราะระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างต่อเนื่อง

          อย่างไรก็ตาม ทุกจุด ทุกตำบลที่กำลังถูกกระแสน้ำเหนือทะลักเข้าท่วมพื้นที่ในครั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำมีมากและไหลรุนแรง ทำให้การช่วยเหลือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากการเดินทางเข้าไปไม่ถึงต้องใช้เรืออย่างเดียวเท่านั้น แต่กระแสน้ำก็เชี่ยวมากทำให้เป็นอุปสรรคในการเข้าไปช่วยเหลือ

 

 
 

ประจวบคีรีขันธ์ - เรือประมงพื้นบ้านและพาณิชย์กว่า 150 ลำยังคงหลบคลื่นลมเป็นวันที่ 2

          7 มกราคม 2560 จากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้และเกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัดในระยะนี้ ในส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังคงมีฝนตกลงประปราย และมีคลื่นลมทะเลพัดรุนแรงตั้งแต่ชายหาดหัวหิน-อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ลงไปจนถึงชายหาดบางสะพานน้อย ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวานนี้(6มกราคม) มีคลื่นทะเลบริเวณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ มีความสูงคลื่นเฉลี่ยประมาณ 2-4 เมตร ถาถมเป็นระลอกพัดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่องรุนแรง ทำให้ชาวประมงเรือเล็กและเรือประมงพาณิชย์ และเรือขนถ่ายสินค้ากว่า 150 ลำ เรือท่องเที่ยวที่ให้บริการ ต่างต้องนำเรือเข้าหลบคลื่นลมในบริเวณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ทั้งที่บริเวณอ่าวเขาตาม่องล่าย อ่าวน้อย และอ่าวเขาล้อมหมวก เป็นวันที่ 2 เนื่องจากคลื่นลมยังคงมีกำลังแรงอยู่

          ถึงแม้เรือประมงพื้นบ้านจะเข้ามาจอดหลบคลื่นซึ่งถาถมในบริเวณด้านหน้าของ วนอุทยานเขาตาม่องล่ายก็ตาม แต่ก็ยังถูกคลื่นใหญ่ซัดจมน้ำทะเลไป 6 ลำ(6 มกราคม) ซึ่งชาวประมงได้เร่งช่วยกันกู้เรือที่จมทั้ง 6 ลำได้แล้ว ซึ่งบางลำท้องเรือแตกเสียหายจากการถูกคลื่นซัด น้ำรั่วเข้าเรือแผงไฟส่องสว่าง เครื่องปั่นไฟ และอุปกรณ์อื่นๆเสียหายไม่สามารถใช้การได้ ต้องช่วยกันถอกเครื่องเรือกลับขึ้นฝั่ง โดยเบื้องต้นทางเจ้าของเรือประมง ได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการซ่อมแซมเรือและอุปกรณ์แล้ว

          นายสุเชิญ สายทอง ชาวบ้านอ่าวน้อยเจ้าของเรือประมงที่ถูกคลื่นซัดและจมลงและเรือเสียหายจนไม่สามารถใช้การได้บอกว่า คลื่นในทะเลปีนี้รุนแรงมากถึงแม้จะนำเรือมาหลบคลื่นลมแล้วก็ตามแต่ก็ยังถูกคลื่นซัดจมทะเล ซึ่งค่าค่าเสียหายแต่ละลำประมาณ 5 - 8 หมื่นบาทต่อลำ

          อย่างไรก็ตาม ชาวประมงบอกว่าต้องเฝ้าระวังและคอยมาดูเรือประมงของตัวเอง ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องไปอีก 2 วันคงต้องติดตามการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าคลื่นลมมรสุมในทะเลจะสงบ ซึ่งช่วงนี้ชาวประมงทั้งหมดส่วนใหญ่จึงหยุดทำการประมงทั้งหมด ทั้งนี้ไม่มีรายงานว่ามีชาวประมงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากรณีคลื่นซัดเรือประมง 6 ลำจมแต่อย่างใด