
ทำแผน2คนร้ายชิงทรัพย์โหดแทงคอเหยื่อ
“ศานิตย์” นำตำรวจ-ทหาร คุมตัว 2 คนร้ายชิงทรัพย์โหดแทงคอเหยื่อเสียชีวิต ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
6 ม.ค. 60 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สน.โคกคราม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.โคกคราม พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย ร่วมกันคุมควบตัวนายกิตติกร วิกาหะ อายุ 26 ปี ชาว จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์นายวศิน เหลืองแจ่ม นำมาชี้จุดเกิดเหตุพร้อมกับทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จำนวน 4 จุด ภายหลังถูก ตร.บุกรวบตัวได้ที่บ้านพักย่านปากเกร็ด เมื่อคืนวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา มือมีดฆ่าแทงคอสารภาพต้องการชิงทรัพย์ ไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิต (อ่านต่อ...)
โดยมีตำรวจชุดจู่โจมจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ ร.1 พัน 2 ร.อ.รวมกว่า 100 นาย คอยดูแลความเรียบร้อยในขณะนำชี้จุดเกิดเหตุ
จุดที่ 1 หน้าบริเวณประดิษฐ์มนูธรรม หรือ ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา ซึ่งเป็นจุดที่นายกิตติกร ทำการชิงทรัพย์แต่ไม่สำเร็จ โดยจุดนี้ไม่ได้ทรัพย์สินอะไร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผู้ต้องหาชี้จุดจากในรถกระบะของตราโล่ สน.โคกคราม หมายเลขทะเบียน ฆห 7290
จุดที่ 2 บริเวณหน้าปากซอยซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 เป็นจุดก่อเหตุที่ทำให้นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี เสียชีวิตจมกองเลือดที่บริเวนปากซอย โดยนายกิตติกร ได้นำชี้ว่า ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มากับเพื่อน และเมื่อเห็นนายวศินอยู่เพียงลำพังจึงได้ตัดสินใจก่อเหตุ แต่นายวศินได้มีการขัดขืนต่อสู้ ตนจึงได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมาด้วยแทงนายวศินจนเสียชีวิต โดยบรรยากาศบริเวณที่มีการนำตัวผู้ต้อหามาชี้จุดเกิดเหตุนั้น มีประชาชนเป็นจำนวนมากที่ให้ความสนใจ คอยยืนเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อีกทั้งยังมีกลุ่มเพื่อนผู้เสียชีวิตประมาณ 5 คน ยืนดูการนำชี้จุดเกิดเหตุของผู้ต้องหา เนื่องจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดนี้มีประชาชนให้ความสนใจและมุงดูเป็นจำนวนมาก ตำรวจจึงต้องนำเชือกมากั้นพื้นที่ บริเวนจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์จากประชาชนบริเวณนั้น
ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำตัวผู้ต้องลงจารถนั้น ก็ได้มีประชาชนตะโกนด่าทอ และตะโกนสาปแช่งผู้ต้องหาด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย พร้อมทั้งมีประชาชนบางส่วนพยายามฝ่าวงล้อมตำรวจ เพื่อเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหา แต่ก็ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ โดยมีเพียงเพื่อนผู้ตายประมาณ 5 คน สามารถฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าทหารและตำรวจ เพื่อมาทำร้ายผู้ต้องหาที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไว้ได้ ก่อนที่เพื่อนผู้ตายจะมีการทำร้ายตัวผู้ต้องหาในจุดที่ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีแทงนายวศินเสียชีวิต โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในการชี้จุดเกิดเหตุและทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
จุดที่ 3 บริเวณภายในซอยสุคนธสวัสดิ์ 9 นายกิตติกรและเพื่อนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในซอยเห็นนางสาวเอ (นามสมมติ) ยืนอยู่เพียงลำพังจึงได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ได้โทรศัพท์มือถือไอโฟนไปจำนวน 1 เครื่อง ซึ่งในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดนี้นางสาวเออยู่ในอาการหวาดระแวง ร้องไห้ ไม่กล้าเข้าใกล้นายกิตติกร ทางตำรวจชุดจับกุมจึงได้ให้ตำรวจหญิงนำชี้แทน
จุดที่ 4 บริเวณหน้าป้ายรถเมล์โรงพยาบาลสินแพทย์ ซึ่งมีการก่อเหตุชิงทรัพย์ได้โทรศัพท์มือถือซัมซุงแกรนด์ 2 เงินสดจำนวน 5,000 บาท และทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนมาก ซึ่งในการนำชี้จุดเกิดเหตุในจุดนี้มีผู้เสียหายคือ นางสาวกรรณิการ์ หลีสุข อายุ 47 ปี ได้เดินทางมาชี้จุดด้วยตนเอง พร้อมเปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวตนมารอรถประจำทางบริเวณป้ายรถเมล์ เพื่อที่จะเดินทางไปสนามหลวงเวลาประมาณ 02.00 น. จากนั้นได้มีคนร้ายจำนวน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประชิดตัว และดึงกระเป๋าสะพายจนขาด ทำให้คนร้ายได้ทรัพย์สินไป ขณะที่มีการนำชี้จุดอยู่นั้นได้มีชายไม่ทราบชื่อ-สกุล มุ่งตรงเข้ามาต่อยนายกิตติกร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวไปยัง สน.คันนายาว
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การชี้จุดประกอบคำรับสารภาพวันนี้ ถือว่าเสร็จสิ้น แต่ยังมีบางจุดที่ต้องทำแผนประกอบเพิ่มเติม และเตรียมควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลอาญารัชดา เวลา 09.00 น. วันที่ 7 มกราคม อย่างไรก็ตาม อยากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง และอย่าต่อสู้หากเผชิญกับเหตุร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเข้มงวดในการกวดขันปัญหาอาชญากรรมให้มากขึ้น
ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถควบคุมตัว นายสุพัฒชัย จันทร์ศรี อายุ 25 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ที่ร่วมลงมือก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์กับนายกิตติกรได้แล้ว หลังหนีไปซ่อนตัวที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยแผ่นดินทอง ต.บางกระสอ อ.ปาดเกร็ด จ.นนทบุรี และนำตัวไปสอบปากคำที่ สน.โคกคราม ทันที
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อกล่าวหานายสุพัฒชัย ข้อหาเดียวกับนายกิตติกร คือ ร่วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและมีอาวุธติดตัวไปในเมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทั้งนี้ นายสุพัฒชัยสารภาพว่าทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์พานายกิตติกรตระเวนก่อเหตุจริง โดยรู้จักกันในเรือนจำ และได้รับการปล่อยตัวออกมาพร้อมกันเมื่อ 14 ธันวาคม



