ข่าว

ฎีกายืนถอนประกัน‘ไผ่ ดาวดิน’ชอบด้วยก.ม.

ฎีกายืนถอนประกัน‘ไผ่ ดาวดิน’ชอบด้วยก.ม.

06 ม.ค. 2560

ศาลขอนแก่นอนุญาตฝากขัง ‘ไผ่ ดาวดิน’ ครั้งที่ 4 ต่ออีก 12 วัน ตามคำร้องพนักงานสอบสวน เนื่องจากการสอบพยานยังไม่แล้วเสร็จ


               6 ม.ค. 60  เมื่อเวลา 09.00 น.  ศาลจังหวัดขอนแก่นได้เบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ผู้ต้องหาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ถูกคุมขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น มาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังคำสั่งศาลฎีกา กรณีที่ทนายความของนายจตุภัทร์ยื่นฎีกาเพื่อคัดค้านคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4  เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 59 หลังจากที่มีคำสั่งให้ถอนประกันนายจตุภัทร์

               นอกจากนี้ศาลขอนแก่นยังได้มีการนัดฟังคำร้องขอฝากขังนายจตุภัทร์ ครั้งที่ 4 หลังจากที่เมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.จิรัฐเกียรติ ศรวิเศษ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ได้เข้ายื่นคำร้องขอฝากขังนายจตุภัทร์

               โดยมีชาวบ้านพร้อมด้วยสมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ และสมาคมเพื่อเพื่อน (FFA) กว่า 20 คน เช่น นายปิยรัฐ จงเทพ และนายทรงธรรม แก้วพันธุ์พฤกษ์ เดินให้กำลังใจและร่วมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงร่วมสังเกตการณ์ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอนของศาล

               การไต่สวนคำร้องดังกล่าวได้มีขึ้นที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ชั้น 3 ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยศาลให้เป็นการพิจารณาคดีลับ อนุญาตให้เข้าได้เฉพาะทนายความและบิดา มารดาของผู้ต้องหา โดยศาลได้ใช้เวลาในการอ่านคำสั่งศาลฎีกา และพิจารณาคำร้องขอฝากขังครั้งที่ 4 ประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำสั่งยืนตามศาลอุธรณ์ ระบุว่า การเพิกถอนการประกันตัวผู้ต้องหาของศาลจังหวัดขอนแก่นและศาลอุทธรณ์ภาค 4 ชอบด้วยกฎหมาย

               ส่วนการพิจารณาคำร้องขอฝากขังนายจตุภัทร์ ในครั้งที่ 4 ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้ฝากขังตามคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวน ซึ่งมีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. - 20 ม.ค.

               ด้านนายอธิพงษ์ ภูผิว ทนายความของนายจตุภัทร์ กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ทีมทนายความจะยื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุภัทร์อีกครั้ง โดยอาจจะมีการเพิ่มวงเงินและกำหนดเงื่อนไข หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือของทางครอบครัวและทีมทนาย

 

วืดประกันตัว - นอนคุกต่อ

 

               เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ ศาลจังหวัดขอนแก่น  นางสาวภาวิณี ชุมศรี พร้อมด้วยนายอธิพงษ์ ภูผิว ทนายความของนายจตุภัทร์ ได้เข้ายื่นคำร้องขอประกันตัวนายจตุภัทร์ โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท เพื่อขอศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างการสอบสวน

               นางสาวภาวิณี กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการยื่นประกันตัวในวันนี้ ได้มีการยื่นคัดค้านการฝากขัง เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ เพราะหากปล่อยตัวชั่วคราวไป พนักงานสอบสวนก็สามารถดำเนินการสอบสวนต่อไปได้ สามารถเรียกตัวผู้ต้องหามาสอบสวนได้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายศาลก็ไม่อนุญาตให้ประกันตัวตามที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้อง โดยให้เหตุผลยังมีพยานที่ต้องสอบสวนเพิ่มอีก 5 ปาก ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์กรนักกฎหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานให้เข้ามาให้ปากคำ

               “ศาลได้ให้ทนายถามพนักงานสอบสวนถึงความจำเป็นในการฝากขังผู้ต้องหา โดยได้สอบถามว่าพยานที่พนักงานสอบสวนระบุว่าต้องเรียกมาให้ปากคำล้วนแล้วแต่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และที่แปลกคือการฝากขังในครั้งที่ 3 พนักงานสอบสวนระบุว่า เหลือพยานที่ต้องสอบสวนเพียง 4 ปากเท่านั้น และได้สอบสวนไปแล้ว 3 ปาก ทนายจึงได้สอบถามพนักงานสอบสวนว่าเหตุใดจึงมีพยานที่ต้องสอบสวนเพิ่มขึ้นมา ซึ่งพนักงานสอบสวนให้เหตุผลว่าจะต้องเพิ่มอีก จึงระบุเพิ่มเข้ามา”

               นางสาวภาวิณี กล่าวอีกว่า ได้ทักท้วงพนักงานสอบสวนไปว่า การสอบสวนที่เหลือไม่ได้เกี่ยวกับตัวของผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนยืนยันว่า หากปล่อยตัวผู้ต้องหาไปอาจจะไปแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ หรืออาจจะไปมีอิทธิพลต่อการมาให้การของพยานได้ การปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาจึงอาจเป็นอุปสรรคต่อการทำคดี ด้วยเหตุนี้ทั้งพนักงานสอบสวนและศาลจึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้น้ำหนักที่เรื่องการไปแสดงความเห็นในสื่อสังคมอนนไลน์

               ด้านนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของนายจตุภัทร์ กล่าวว่า แม้ศาลจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวในครั้งนี้ แต่ทางครอบครัวก็จะเดินหน้าในการยื่นประกันตัวต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อให้ลูกชายได้ออกมาสอบในวันที่ 17 มกราคม นี้ แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่สมหวัง แต่ก็ไม่ท้อ อย่างน้อยสังคมก็จะได้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมที่ลูกชายได้รับเป็นอย่างไร เป็นไปตามกระบวนการปกติหรือไม่ เราไม่ได้ปฏิเสธกระบวนทางกฎหมายหากเป็นกฎหมายปกติและเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาเราก็สู้ตามขั้นตอนของกฎหมายปกติทุกอย่าง

               “วันนี้ไผ่ก็ได้แถลงต่อศาลว่าหากกระบวนการยุติธรรมยังเป็นอยู่เช่นนี้ ต่อไปมันก็จะพังไปทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะเขาแต่อาจจะเป็นใครก็ได้ เขาได้แถลงกับศาลว่าตามหลักสิทธิมนุษยชน ปฏิญญาสากล และกติกาว่าด้วยสิทธิพลเมืองที่ไทยเองก็เป็นภาคี ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าตราบใดที่ศาลยังไม่พิพากษา ผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ แต่สิ่งที่เขาได้รับอยู่ในขณะนี้มันเหมือนกับว่าเขาได้ตกเป็นผู้กระทำความผิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่อยู่ในหว่างการสอบสวน ซึ่งเขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว”