
3 ผักไทยติดบ่วงเจออียูตรวจเข้มพาณิชย์เตือนผู้ส่งออกไทยดูแลปัญหาสารตกค้าง
พาณิชย์เตือนอียูออกระเบียบใหม่ เข้มตรวจสินค้าผักที่นำเข้าจากประเทศเสี่ยงมีสารตกค้าง ระบุไทยติดบ่วงด้วยกระทบผักสด 3 ชนิด "ถั่วฝักยาว-มะเขือ-กะหล่ำ" หลังอียูยังตรวจพบยาฆ่าแมลงตกค้างผ่านระบบเตือนภัย
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2552 คณะกรรมาธิการยุโรป(อียู) ประกาศใช้ระเบียบฉบับใหม่เพื่อเตรียมออกมาตรการเสริมในการควบคุมการตรวจสอบสินค้านำเข้าที่มิได้มีแหล่งกำเนิดมาจากสัตว์ ทำให้สินค้าผักสดของไทยที่ส่งไปจำหน่ายยังอียู จะต้องถูกตรวจเข้มทันที 50% ณ ด่านนำเข้า จากปกติตรวจที่ระดับ 10%
ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวจะถูกนำมาบังคับใช้กับสินค้าถั่ว เครื่องเทศ ผัก ผลไม้ และข้าว ที่นำเข้าจากกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงในการมีสารตกค้างของสาร Aflatoxins, Cadmium, Lead, Ochratoxin A, สี Sudan และยาฆ่าแมลง โดยกลุ่มประเทศดังกล่าว ประกอบด้วย อาร์เจนตินา บราซิล จีน กานา อินเดีย ไนจีเรีย อุซเบกิสถาน เวียดนาม ปากีสถาน โดมินิกัน รีพลับลิค ตุรกี รวมถึงประเทศไทยด้วย
“กฎระเบียบใหม่ของอียูนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2553 เป็นต้นไป โดยในส่วนของไทยจะทำให้สินค้าผักสด 3 ประเภทหลักที่ไทยส่งไปจำหน่ายในอียูถูกตรวจเข้มทันที เพื่อหายาฆ่าแมลงตกค้างคือถั่วฝักยาว ผักในตระกูลมะเขือ และผักในตระกูลกะหล่ำ โดยสินค้าต้องถูกกัก ณ ด่านนำเข้า จนกว่าผลตรวจจากห้องปฏิบัติการจะอออก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 วัน จากนั้นสินค้าจะถูกส่งไปตรวจยังห้องปฏิบัติการภายในเวลาที่เร็วที่สุดที่จะกระทำได้ และกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบเอง” รายงานข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของอียูจะมีการพิจารณาทบทวนเปอร์เซ็นต์ของการสุ่มตรวจเข้มนี้อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสุดทุก 4 เดือน โดยจะอิงจากผลการรายงานการตรวจที่ประเทศสมาชิกจะต้องส่งมอบให้ทุกๆ 4 เดือน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรควรแจ้งเตือนมาตรการดังกล่าวให้ผู้ประกอบการของไทยทราบ รวมทั้งขอความร่วมมือในการไม่ส่งออกสินค้าที่มีค่าสารตกค้างเกินมาตรฐาน มิฉะนั้นอาจส่งผลให้มีการถูกตรวจเข้มกว่าเดิมได้
สำหรับสาเหตุที่สินค้าผักสดทั้ง 3 ประเภทของไทยถูกระบุให้ต้องถูกตรวจเข้ม 50% เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมายังมีการตรวจพบยาฆ่าแมลงตกค้างในสินค้าดังกล่าวผ่านทางระบบเตือนภัยด้านอาหารและอาหารสัตว์ของอียู และจากการประเมินผลของสำนักงานอาหารและสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรปสาธารณสุขและการคุ้มครองผู้บริโภค ที่เคยเดินทางไปตรวจประเมินการควบคุมยาฆ่าแมลงตกค้างดังกล่าวในไทยด้วย



