ข่าว

สุดเศร้า!เตรียมกองฟอนเผา4ศพเหยื่อรถตู้

สุดเศร้า!เตรียมกองฟอนเผา4ศพเหยื่อรถตู้

06 ม.ค. 2560

ทหารกองกำลังสุรนารีร่วมแสดงแสดงความเสียใจและสร้างกำลังใจให้กับพ่อแม่เหยื่อรถตู้ 4 ศพ ด้านวัดเตรียมกองฟอน พร้อมขอบริจาคไม้เพื่อเผาศพทั้ง 4 คนพร้อมกัน

 

           เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 6 ม.ค.60 ที่ศาลาพักศพวัดบ้านหว้า ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ร้อยตรีสุวิทย์ ไชยวงศ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการรักษาความสงบ กองกำลังสุรนารี ดูแลพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ในนามกองทัพบก ได้เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจ พูดคุยสร้างขวัญ กำลังใจ ปลอมขวัญ ไหว้เคารพศพ ครอบครัว หาญเสมอ และครอบครัว สิงขร โดยเฉพาะไปพบกับนายแอด และนางชมอง สิงขร สองสามีภรรยาที่สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ของลูกหลาน

           ขณะที่แพทย์-พยาบาล อสม.จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชนตำบลกะดึ ได้มาออกหน่วยตรวจรักษาดูแลสุขภาพครอบครัวหาญเสมอ ครอบครัวสิงขร และบรรดาญาติๆ ที่มาร่วมเฝ้าดูแลศพเหยื่อรถตู้ ตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่ศพเดินทางมาถึง จนถึงวันพรุ่งที่จะมีพิธีฌาปนกิจศพ แต่เนื่องจากศพมีจำนวนมาก ไม่สามารรถนำขึ้นสู่เมรุได้ คณะสงฆ์ และเจ้าหน้าที่สัปเหร่อ ตกลงที่จะสร้างกองฟอนแบบโบราณ โดยการขอบริจาคไม้ที่จะมาทำฟืนเพื่อเผาศพทั้ง 4 คน หน้าเมรุในวันพรุ่งนี้ โดยขณะนี้เริ่มรับบริจาคฟืนกันแล้ว ผู้ใหญ่บ้านหว้า หมู่ที่ 2 ตำบลกู่ ได้ประกาศหอกระจายข่าวตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ขอให้ชาวบ้านได้ร่วมกันบริจาคไม้แห้งที่จะมาใช้เป็นฟืนเพื่อเผาศพเหยื่อรถตู้ทั้ง 4 ศพพร้อมกันในวันที่ 7 มกราคม 2560 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของหมู่บ้าน ตำบล อำเภอนี้ ที่จะได้เผาศพแบบโบราณ คือไม่สามารถนำขึ้นสู่เมรุได้ เพราะศพที่มีจำนวนมาก ขณะที่เมรุที่เพียงเตาเผาเดียว ชาวบ้านจึงจะต้องช่วยกันบริจาคฟืน เพื่อมากองเป็นกองฟอนเพื่อเผาศพแบบสมัยโบราณที่กระทำสืบต่อกันมา โดยในช่วงบ่ายของวันนี้ จะได้เริ่มพิธีในการเสี่ยงทาย ที่จะก่อสร้างกองฟอนเผาศพแบบกองฟืน ตามประเพณีโบราณ จะต้องกระทำพิธีขอขมา กำหนดจุดตั้งกองฟอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วย

           ทั้งนี้ เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้(6 ม.ค.) ที่บริเวณด้านหน้าเมรุเผาศพ วัดบ้านหว้า ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านหว้า หมู่ที่ 2 ตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ได้ลงมติที่จะจัดเตรียมกองฟืนแบบโบราณ เพื่อจัดทำเป็นเมรุเผาศพเหยื่อรถตู้ ในคราวเดียวกันมากถึง 4 ศพ อันได้แก่ศพของ นางนอง หาญเสมอ อายุ 41 ปี ลูกสาว และ นายน้อย หาญเสมอ อายุ 40 ปี ลูกเขย พร้อมหลานอีก 2 คนคือ ดช.จีระศักดิ์ หาญเสมอ อายุ 13 ปี และ ดญ.สุทธิดา หาญเสมอ หรือ น้องการ์ตูน อายุ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนที่มีผูเสียชีวิตพร้อมกันหลายรายเช่นนี้ และที่สำคัญเมรุของวัดมีอยู่เพียงเตาเดียว ไม่เพียงพอในการที่จัดการเผาศพในคราวเดียว วันเดียวได้ 4 ศพ เนื่องจากในการเผาจะต้องเกิดความร้อน และจะต้องรอให้เตาเผาเย็นก่อนจึงจะสามารถเผาศพต่อไปได้ ชาวบ้านจึงลงมติที่จะช่วยกันหาเก็บฟืน ไม้เก่า ร่วมกันบริจาคเศษไม้ เศษฟืนมากองรวมกัน จัดทำเป็นกองฟอน เพื่อจัดการเผาศพ 4 ศพในคราวเดียวกันในวันพรุ่งนี้

           นายท้าว สิงขร อายุ 70 ปี หัวหน้าสัปเหร่อ วัดบ้านหว้า เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เป็นสัปเหร่อมาไม่เคยที่จะเผาศพในคราวเดียวกันมาก หรือพร้อมๆ กันมากถึง 4 ศพเช่นนี้ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก และที่สำคัญคือไม่สามารถเผาในเมรุได้ จะต้องจัดทำกองฟอนกองฟืนเผาต่างหาก ซึ่งเมื่อครั้งในอดีตที่ยังไม่มีเมรุเผาแบบใหม่ในสมัยนี้ ก็อาศัยเผาแบบกองฟืนกองฟอน โดยชาวบ้านจะพากันนำไม้จากสวน จากนาของตนเองมาร่วมกันบริจาคเพื่อจัดทำเป็นกองฟอนเผาศพ โดยในครั้งนี้ที่จะเผาศพเหยื่อรถตู้ในคราวเดียวกัน 4 ศพ ก็ได้ย้อนอดีตมาหาเศษไม้เก่าๆ จากเพื่อนบ้าน มารวมทำเป็นกองฟอนที่จะเผาศพในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก่อนที่จะจัดทำกองฟอน ก็ได้จุดธูปเทียนขอขมา ขอสถานที่จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้การเผาศพในวันพรุ่งนี้ราบรื่น ศพทั้ง 4 ได้รับการเผาแบบสมบูรณ์ไม่มีสิ่งใดใดมาขัดขวาง ให้สรวงสวรรค์มารับศพทั้ง 4 ไปด้วย

           ด้าน นางลฎาภา นีระมนต์ หัวหน้าสำนักงาน คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำเช็คเงินสดค่าสินไหมทดแทนผู้ประกันภัยจากรถของบริษัทอาคเนย์ประกันภัยมามอบให้ทายาทของครอบครัวสิงขร และครอบครัวหาญเสมอ จำนวน 4 ใบ รวมเป็นเงิน 1,015,000 บาท ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าตลอดเวลา