
รวบแล้ว2เดนคุกแทงคอชิงทรัพย์
มือมีดฆ่าแทงคอสารภาพต้องการชิงทรัพย์ ไม่ได้ตั้งใจเอาชีวิต ยืนยัน ไม่ได้เมายา !? ซัดนักข่าวมั่วไปเขียนกันเอง
6 ม.ค. 60 เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ สน.โคกคราม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รรท.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รรท.ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ภานุมาศ บุญญลักษม์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.2 รรท.ผกก.สน.โคกคราม พร้อมด้วยตำรวจ บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.2 ตำรวจ สน.โคกคราม และตำรวจ สน.โชคชัย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวนายกิตติกร วิกาหะ อายุ 26 ปี หรือ ต้อม อยู่บ้านเลขที่ 253 หมู่ 3 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์ บัณฑิต “มศว” ลูก ดร. พร้อมของกลาง รถ จยย.ยามาฮ่า เอ็มแสลช ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีดทำครัวปลายแหลม ยาวประมาณ 10 นิ้ว 1 เล่ม หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบ สีดำ 1 ใบ ปืนอัดลม 1 กระบอก โทรศัพท์ไอโฟน 6 สีขาว 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟน 5 เอส สีขาว 1 เครื่อง โทรศัพท์ซัมซุง สีขาว 1 เครื่อง ไอแพด สีดำ 1 เครื่อง บัตรเอทีเอ็ม 1 ใบ กุญแจรถ 1 พวง และเงินสด จำนวน 340 บาท โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหมู่บ้านเคหะเอื้ออาทร ซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีเหตุคนร้ายบุกเข้าทำร้ายร่างกายก่อนจะฆ่าชิงทรัพย์ นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตหนุ่มจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อดีตทำงานพนักงานภาคพื้นดินของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งภายในสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วเตรียมจะเข้าสอบเป็นนักบินพลเรือน พร้อมทั้งยังเป็นบุตรของ “ดร.” โดยสภาพศพถูกแทงด้วยอาวุธมีดเข้าตามร่างกายหลายแผล โดยเฉพาะที่บริเวณลำคอถูกแทงแผลฉกรรจ์ เหตุเกิดบริเวณซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทั่งมีการเผยแพร่คลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกเหตุการณ์คนร้ายจ้วงแทงอย่างอุกอาจ จนผู้ตายล้มลงไปกองกับพื้นอย่างไม่แยแสแต่อย่างใด
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของตำรวจ บช.น.ไม่สบายใจที่มีคลิปปรากฏขึ้น ภายหลังเกิดเหตุ ได้สั่งการให้ตำรวจหลายภาคส่วน สนธิกำลังร่วมกันทำงาน อาทิ เจ้าตำรวจ บก.สส.บช.น. ตำรวจ กก.สส.บก.น.2 ตำรวจ กก.สส.บก.น.4 ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย จนกระทั่งพบเบาะแสว่าคนร้ายรายนี้ได้หลบหนีไปกบดาลใน จ.นนทบุรี ชุดจับกุมจึงเดินทางไปเฝ้าสังเกตุการณ์ จนเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. สามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้พร้อมของกลาง แล้วรีบนำตัวมาสอบสวนที่ สน.โคกคราม ทันที
จากการสอบสวนนายกิตติกร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เพิ่งออกจากเรือนจำมาเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 59 จากนั้นจึงได้มาทำอาชีพขายผลไม้อยู่บริเวณวัดกู้ แต่เงินไม่พอใช้ ยิ่งขายยิ่งเป็นหนี้ จึงชักชวนเพื่อนอีกรายที่รู้จักกันในเรือนจำมาตระเวนก่อเหตุลักษณะดังกล่าวประทังชีวิต โดยมักจะเลือกเหยื่อที่เดินตามท้องถนน ไม่เว้นว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แล้วแต่จังหวะ
นายกิตติกร ยอมด้วยรับว่า เป็นผู้ใช้มีดแทงเหยื่อจริง เนื่องจากเห็นผู้ตายเดินกดโทรศัพท์มือถือเล่น จึงเข้าไปทำทีตีสนิทแกล้งถามเส้นทาง เมื่อผู้ตายหันมาคุย จึงพยายามชิงทรัพย์เข้าแย่งโทรศัพท์มือถือ แต่ผู้ตายขัดขืน จึงใช้อาวุธมีดที่พกติดตัวมาแทงไปหลายครั้ง ทั้งนี้ ระหว่างยื้อแย่งนั้น ตนได้จังหวะแทงไปข้างหน้า เพื่อไม่ให้เหยื่อต่อสู้ ไม่ได้ตั้งใจแทงที่คอ และไม่ได้ตั้งใจให้ถึงแก่ความตาย อีกทั้งมีดเล่มนี้ตนก็ใช้ขายผลไม้ด้วย
"ขอยืนยันว่า ไม่ได้เมายาเสพติดแต่อย่างใด นักข่าวไปเขียนกันเอง ต้องขอความเห็นใจด้วย" นายกิตติกร กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด
นายกิตติกร รับสารภาพอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาอีกรายที่เป็นเพื่อน และเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ หลังทราบข่าวจากสื่อว่านายวศิน เสียชีวิต ได้มีการส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาหาตนว่า ให้นำเงินและทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุมาให้ด้วย แต่ก็ปฏิเสธไปเนื่องจากไม่มี หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า อยากจะขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ร่วมก่อเหตุอีกรายเข้ามามอบตัวโดยเร็ว เพราะขณะนี้ทางตำรวจทราบตัวแล้วว่าเป็นใคร อีกทั้งหากใครให้ที่พักพิงให้รีบแจ้งเบาะแสมาที่ตำรวจโดยเร็ว เพราะอาจจะมีความผิดอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากคนร้ายรายนี้เมื่อทำการตรวจสอบประวัติ พบว่า ติดคุกมา 8 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 13 ปี อาทิ คดีจำหน่ายสิ่งลามกอนาจาร คดีเกี่ยวกับยาเสพติด คดีบุกรุก คดีทำร้ายร่างกาย และล่าสุด คดีร่วมกันผลิตน้ำพืชกระท่อม แล้วเพิ่งออกมาจากเรือนจำเมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้
เบื้องต้น แจ้งข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และมีอาวุธติดตัวไปในเมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุด มีรายงานว่า จนท.ตร.จับ นายสุพัฒชัย จันทร์ศรี คนร้ายที่ขี่ จยย.ร่วมกับนายกิตติกรฆ่าชิงทรัพย์ได้แล้ว โดยพบประวัติเคยก่อเหตุหลายคดี



