
สาวลาวจากสะหวันนะเขต ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณ
ทุกเชื้อชาติพร้อมใจเดินทางเข้ากราบพระบรมศพ-สำนักพระราชวัง สรุปยอด 65 วันร่วม 3 ล้านคน
วันที่ 5 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า วันนี้สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าไปรอภายในพระบรมมหาราชวังตั้งแต่เวลา 04.40 น. พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศทั้งนัดแนะมากันเองและหน่วยงานภาครัฐจัดอำนวยความสะดวกให้ต่างแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์แข้าแถวรออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยท่ามกลางบรรยากาศมืดครึ้ม มีลมเย็นสบายพัดมาเป็นระยะ บางคนนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 มากอดแนบอก พร้อมกับมองไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทอยู่ตลอดเวลา และเมื่อได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพออกมาแล้วมีสีหน้าเศร้าโศกอย่างเห็นได้ชัด
ประเสริฐ -จิตรา ชัยกาญจนศักดิ์
นายประเสริฐ ชัยกาญจนศักดิ์ อายุ 75 ปี เดินทางมาพร้อมกับภรรยา นางจิตรา ชัยกาญจนศักดิ์ วัย 72 ปี จากบ้านพักย่านพระโขนง กล่าวว่า ตั้งใจจะมากราบสักการะพระบรมศพนานแล้ว พอเมื่อวานได้ข่าวว่าคนไม่มากนักจึงรีบเตรียมความพร้อมทางร่างกาย และเตรียมเสื้อผ้าเพื่อเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพในวันนี้ แต่เมื่อมาถึงผู้คนกลับไม่ได้น้อยอย่างที่คิด ใช้เวลาเข้าแถวรอประมาณ 6 ชั่วโมงจึงได้เข้ากราบสักการะ
“ผมเรียนจบคณะบัญชีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นนักเรียนดีเด่นในรุ่นนั้นด้วย ตอนที่เรียนธรรมศาสตร์ผมมีโกาสได้รับเสด็จฯ พระองค์ท่านหลายครั้งขณะมาทรงดนตรี อีกทั้งตอนที่รับปริญญาเมื่อปี พ.ศ.2508 ผมยังได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่านด้วย ครั้งนั้นเป็นครั้งเดียวที่มีการจัดงานพระราชทานปริญญาบัตรภายในพระตำหนักสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต เป็นความภูมิใจที่สุดในชีวิต ทุกวันนี้ผมดำเนินรอยตามพระองค์ท่านมาตลอดโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แม้ครอบครัวจะค่อนข้างมีฐานะแต่ก็ใช้ตามที่สมควรเท่านั้น ทั้งยังแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นๆ ด้วย” นายประเสริฐ กล่าว
กมลวรรณ บุญโญดม และเพื่อนบ้าน
ด้าน นางกมลวรรณ บุญโญดม วัย 53 ปี เดินทางมาพร้อมด้วยเพื่อนบ้านจาก อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง รวม 47 คน กล่าวว่า ออกเดินทางมาจากบ้านพักตั้งแต่ 8 โมงเช้าของวันที่ 4 มกราคมมาถึงสนามหลวงเมื่อเวลา 6 โมงเช้ารอจนได้เข้าไปกราบสักการะพระบรมศพ เมื่อประมาณ 11 โมงที่ผ่านมา
“ตอนที่ได้ขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตฯ ตื่นเต้นมาก พร้อมอธิษฐานขอให้พระบารมีของพระองค์ท่านคุ้มครองปกปักรักษาบ้านเมือง รวมทั้งครอบครัวของเราด้วย ส่วนตัวเองก็จะขอดำเนินตามรอยเท้าพระะองค์ท่านด้วยการนำคำสอนไปใช้ และจะสั่งสอนลูกหลานให้ดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ท่านสอนด้วย” ตัวแทนคณะจาก จ.ตรัง กล่าว
แดง-รุ่งนภา ภูมี
ขณะที่ น.ส.แดง ภูมี วัย 35 ปี ชาวลาวจากเมืองสะหวันนะเขตที่มาตั้งรกรากอยู่เมืองไทย เดินทางมาจากบ้านพักย่านบางนาพร้อมกับน้องสาว น.ส.รุ่งนภา ภูมี วัย 29 ปี เผยว่าตัวเองมาทำงานอยู่ในประเทศไทยราว 20 ปี ปัจจุบันเป็นช่างเสริมสวยในร้านย่างบางนา ตั้งใจมากราบสักการะพระบรมศพนานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสในวันนี้ที่เจ้าของร้านอนุญาตให้หยุดงาน
“ย้ายจากลาวมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในหลวง ร.9 ตั้งแต่อายุ 15 ปีจนมามีครอบครัวอยู่ที่ประเทศไทย ถึงแม้จะมีโอกาสเห็นพระองค์ท่านแค่ในทีวี แต่ก็รักพระองค์ท่านเพราะทรงงานหนักเพื่อช่วยเหลือประชาชนมาตลอด หลายครั้งที่เห็นข่าวก็ยังอดน้ำตาไหลไม่ได้ ส่วนที่บ้านพักก็มีรูปพระองค์ท่านเก็บไว้กราบไหว้เสมอ พร้อมตั้งใจว่าจะเป็นคนดีและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน” สาวลาวผู้พี่ กล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพเมื่อวันที่ 4 มกราคม หลังสำนักพระราชวังปิดการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.00 น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมากว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 49,571 คน รวม 65 วัน มียอดสะสม 2,822,919 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,081,622.75 บาท รวม 65วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 228,463,972.50 บาท



