ข่าว

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

05 ม.ค. 2560

น้ำท่วมนครศรีฯวิกฤติหลายอำเภอ พบศพถูกน้ำซัด 2 ราย มีผู้สูญหาย กรุงชิงวิกฤติ-ทุ่งสงจมทั้งอำเภอ รถไฟหยุดเดินรถ ขณะที่จ.ตรังน้ำป่าเทือกเขาบรรทัดทะลักท่วมหลายชุมชน

 

          5 ม.ค.60 สภาพน้ำป่าที่หลากอย่างรุนแรงในคลองกลาย ตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีปริมาณสูงมากกว่าทุกครั้งและเต็มไปด้วยเศษซากต้นที่ถูกน้ำป่ากวาดลงมาจากภูเขา เจ้าหน้าที่ต้องคอยเฝ้าระวังเต็มพิกัด และมีเส้นทางหลักในเขตตำบลกรุงชิงถูกตัดขาดแล้วประชาชนไม่สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้นับพันคน ขณะที่มวลน้ำจากเทือกเขาหลวงกำลังไหลหลากอย่างรุนแรง โดยนายวิกรานต์ ทั่วด้าว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนพื้จนที่รอบเขาหลวงโดยเฉพาะที่ลุ่มต่ำเร่งอพยพเนื่องจากมีปริมาณน้ำป่าที่มากที่สุดที่รอบหลายปีที่ผ่านมา

          ขณะที่สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง ต้องปิดให้ปิดให้บริการ เนื่องจากน้ำไหลเข้าท่วมอย่างหนักจนไม่สามารถใช้การได้ โดยรถทุกขบวนนั้นนั้นต้องหยุดที่สถานีสุราษฎร์ธานี ไว้ก่อน นอกจากนั้นยังมีกระแสน้ำป่าที่หลากซัดรถของชาวบ้านไปจมในคลอง โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย คือนางจิรา อ่อนเกตุพล และนายเอกรินทร์ อ่อนเกตุพล สองแม่ลูกติดอยู่ในรถ

 

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

 

          น้ำป่าที่กำลังหลากลงมาจากเทือกเขาหลวง ได้เข้าท่วมในพื้นที่อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอพระพรหม จนรถไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ ขณะที่ชาวบ้านต้องใช้อุปกรณ์เข้าขุดเกาะกลางถนนที่กำลังกลายเป็นแนวกั้นขวางทางน้ำ ขณะที่เส้นทางรถไฟจมอยู่ใต้น้ำเช่นเดียวกับชุมชนแม่เศรษฐีตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ ต้องจมอยู่ใต้น้ำที่ท่วมสูง และเดียวกันยังมีรายงานดินถล่มขวางเส้นทางถนนสาย 41 บริเวณบ้านช่องเขารอยต่อระหว่างอำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอทุ่งสง ส่วนในพื้นที่อำเภอทุ่งสงล่าสุดนั้นการไฟฟ้าได้ตัดกระแสเนื่องจากมีระดับน้ำท่วมสูง โดยฝนยังตอต่อเนื่องสะสมเกิน 200 มม.ทุกพื้นที่

          นายจำเริญ ทิพยพงษ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ได้มีการสั่งการให้เปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยที่ชั้นสี่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้โดยได้มีการสั่งการให้ทุกพื้นที่เน้นเรื่องของการช่วยเหลือประชา ชนให้มีความปลอดภัยเป็นอันดับแรกและมาตรการโต๊ะส่วนเรื่องของอาหารการกินก็จะเป็นมาตรการต่อไป

 

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

 

          ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายหรืดำระดมกำลังพลออกไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยอย่างเร่งด่วนแล้วส่วน การประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ต้นบอกว่าความรุนแรงน่าจะเท่า ๆ กับรอบต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและดินอุ้มน้ำทำให้เกิดน้ำป่าลงมาท่วมบ้านเรือนราษฎรซึ่งกระจายเป็นวงกว้างในเกือบทุกพื้นที่ตอนนี้เท่าที่ได้รับ

 

ระดับน้ำสูง! สุราษฎร์ธานีปิดการจราจรขาขึ้นและล่อง

          จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงบริเวณถนนสายเอเชียทั้งขาขึ้นกรุงเทพฯและขาล่องใต้ปิดการจราจรชั่วคราว ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไปเนื่องจากน้ำท่วมถนนสูงรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ โดยรถที่เดินทางจากภาคใต้ทางถนนสายเอเชียไปสิ้นสุดที่สวนโมกขพลาราม ต้องเลี้ยวรถกลับไปพักในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ส่วนรถที่เดินทางขาล่องใต้มาได้แค่สี่แยก ต.คันธุลี อ.ท่าชนะและต้องหาทางเลี้ยวหัวรถไปกรุงเทพฯเช่นเดิม รอประเมินสถานการณ์ เนื่องจากเกือบทุกพื้นที่ใน จ.สุราษฎร์ธานียังมีฝนตกหนัก และน้ำป่ายังไหลทะลักผ่านถนนเส้นทางสายหลักเกือบทุกแห่งรวมทั้งสายรอง โดยเฉพาะเส้นทางสายรองระหว่างสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช ปิดการจราจรไม่มีกำหนด

 

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

 

          ส่วนพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ ชาวบ้านหลายครัวเรือนที่ยังต้องอยู่ในบ้านรอการอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากกระแสน้ำไหลทะลักมาเรื่อยๆโดยส่วนหนึ่งเป็นน้ำจากเทือกเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราชไหลบ่าเข้ามา นอกจากนั้นสถานที่ราชการเกือบทุกแห่งใน 2 อำเภอ คือ อ.ท่าชนะ กับ อ.ไชยา ถูกน้ำท่วมสูง และถนนในตัวตลาดไชยากับตลาดท่าชนะ ปิดการจราจรไม่มีกำหนดรอประเมินสถานการณ์เช่นกัน เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉลี่ยประมาณ 80 ซม.ถึง 1.20 เมตร

 

ใต้น้ำท่วมหนัก!ถนนหลายสายถูกตัดขาด

 

          ขณะที่ อ.เกาะสมุยมีฝนตกหนักเช่นกัน ถนนหลายสายถูกน้ำท่วมขัง แต่ยังพอสัญจรไปมาได้บ้างในบางจุดแต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ในขณะที่ อ.ท่าชนะ ในตัวอำเภอท่าชนะระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 30 – 50 ซม. และน้ำยังท่วมรางรถไฟ สถานีรถไฟท่าชนะหลายจุด และมีแนวโน้มระดับน้ำจะท่วมสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากฝนยังตกต่อเนื่อง และรถไฟไม่สามารถผ่านได้ในบางช่วงเวลา

 

 

 

น้ำป่าเทือกเขาบรรทัดฝั่ง อ.นาโยง ทะลักท่วมหลายชุมชนในเขตเทศบาล ระดับน้ำสูง 30-60 ซม.

          5 ม.ค.60 สถานการณ์น้ำท่วมในจ.ตรัง ได้ขยายวงกว้างเข้ามาสู่เขตเทศบาลนครตรังแล้ว โดยน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดที่ไหลผ่านอำเภอนาโยงได้ไหลบ่าเข้าในชุมชนกะพังสุรินทร์ตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ประชาชน พระสงฆ์ต้องอพยพสิ่งของไปอยู่ชั้น 2 และนำรถยนต์ไว้บนที่สูง และเช้านี้ได้ไหลเข้าท่วมถนนบริเวณอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ชุมชนสรรพากร ชุมชนควนขนุน และน้ำเริ่มปริ่มคลองนางน้อยหลังสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง ซึ่งทั้งหมดอยู่ใจกลางเมืองตรัง

          ทำให้เช้านี้การจราจรในหลายเส้นทางหลักในเขตเทศบาลนครตรังติดขัดอย่างหนัก โดยระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร และกำลังเพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต่างเร่งรีบไปโรงเรียน ทำงาน และส่วนหนึ่งเห็นสถานการณ์ไม่ดีก็ต้องตีรถกลับบ้าน เพื่อไปเฝ้าระวังสถานการณ์ที่บ้าน โรงเรียนในเขตเทศบาลนครตรังทั้งหมดประมาณ 10 โรง ต้องประกาศปิดการเรียนการสอนในทันที ส่วนปั้มน้ำมันที่ตั้งอยู่ที่บริเวณอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปิดมอเตอร์หัวจ่ายน้ำมัน ก่อนที่น้ำจะเพิ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำเข้าท่วมในถังน้ำมัน

 

 

          ด้านงานจราจรสภ.เมืองตรัง ได้แจ้งปิดการจราจรขาออกเมืองตั้งแต่แยกวัฒนแพทย์ ถนนพัทลุง ตำบลทับเที่ยง เนื่องจากปริมาณน้ำขึ้นสูงบริเวณอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ การเดินทางไปพัทลุง หาดใหญ่ ให้เลี่ยงโดยใช้เส้นทางเลี่ยงเมือง แยก ช วิษณุพันธ์ ถนนรักษ์จันทร์ ตำบลทับเที่ยง เพื่อไปทาง ถนนคด อำเภอนาโยง ส่วนงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครตรัง ได้เตรียมพร้อมอุปกรณ์การช่วยเหลือ ,กระสอบทราย เพื่อแจกจ่ายแก่บ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยง และออกตรวจตราระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถแจ้งเพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 199 และ 075-218777 ตลอด 24 ชั่วโมง

          ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในจ.ตรัง รอบที่สอง มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 15,000 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรต้องจมอยู่ใต้น้ำแล้วกว่า 10,000 ไร่ ได้แก่ อำเภอนาโยง อำเภอเมืองตรัง อำเภอห้วยยอด อำเภอรัษฎา อำเภอวังวิเศษ และอำเภอปะเหลียน โดยทางจังหวัดตรังประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วจำนวน 3 อำเภอ คือ อ.นาโยง ,อ.รัษฎา และอ.ห้วยยอด และทยอยประกาศในอำเภอที่เหลือต่อไป

 

 
 

พัทลุง - 6 อำเภอยังคงมีน้ำท่วมขัง ชาวบ้าน อ.ควนขนุน จมน้ำเสียชีวิต 2 ราย

          5 ม.ค.60 รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ล่าสุดบ้านเรือนของชาวบ้าน และพื้นที่การเกษตร นาข้าว สวนยางพารา ใน 6 อำเภอ ยังคงมีสภาพน้ำท่วมขังบางจุดกระแสน้ำเชี่ยวกรากบ่าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ประกอบด้วย 20 ตำบล ของ อ.ควนขนุน อ.เมือง อ.ศรีนครินทร์ อ.บางแก้ว อ.เขาชัยสน และ อ.ป่าพะยอม ถนนในหมู่บ้านหลายสายยังคงถูกตัดขาด

          ชาวบ้านบางส่วนของ ต.พญาขัน อ.เมือง มีรายงานผู้จมน้ำเสียชีวิตแล้วในพื้นที่อำเภอควนขนุน จำนวน 2 ราย เป็นหญิงสาวอายุ 18 ปี ชาวบ้านในตำบลทะเลน้อย เสียชีวิตขณะล่องเรือออกจากบ้าน และถูกกระแสน้ำพัดจมน้ำเสียชีวิต ส่วนอีกรายเป็นชาย อายุ 56 ปี ชาวบ้านตำบลดอนทราย เสียชีวิต ขณะออกไปรื้อขยะที่ติดปากท่อเพื่อเปิดทางระบายน้ำ และพลาดพลัดลงไปในท่อที่มีกระแสน้ำเชี่ยวจนเสียชีวิต

          ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสรุปความเดือดร้อนจากการสำรวจเบื้องต้นจากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2559 ชาวบ้านได้รับผลกระทบในพื้นที่ 11 อำเภอ 52 ตำบล 507 หมู่บ้าน 29,327 ครอบครัว 58,676 ราย ส่วนความเสียหายด้านสาธารณูปโภค และพื้นที่การเกษตรอยู่ในระหว่างการสำรวจ ในขณะนี้พื้นที่จังหวัดพัทลุงยังมีสภาพฝนตกในหลายพื้นที่

 

ทหารเร่งช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วม

          5 มกราคม ทหารนำโดย พันเอกธิติ ติตถะสิริ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 43 จากมณฑลทหารบกที่ 43 ค่ายเทพสตรีศรีสุนทร อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นำถุงยังชีพไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอรัษฎา ซึ่งถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่สองในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา หลายภาคส่วนได้ออกให้ความช่วยเหลือ

          โดยอำเภอรัษฎา ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากน้ำจากเทือกเขาบรรทัดแล้วยังมีน้ำเหนือจาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ไหลหลากมาสมทบกับน้ำในจังหวัดตรังจึงทำให้ปริมาณน้ำมีจำนวนมาก ไหลเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ริมฝั่งคลอง ระดับน้ำบางพื้นที่สูงเกือบสองเมตร ประชาชนได้อพยพไปอยู่ในพื้นที่ที่ทางเจ้าหน้าที่จัดหาเอาไว้ให้ บางส่วนก็ย้ายไปอยู่กับญาติพี่น้องที่บ้านไม่ถูกน้ำท่วม เมื่อน้ำลดลงก็กลับเข้าบ้านเช่นเดิม

          สำหรับพื้นที่อำเภอรัษฎา มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนเต็มพื้นที่ทั้ง 5 ตำบล 1 เทศบาล ได้แก่ ต.คลองปาง 7 หมู่บ้าน, ต.ควนเมา 14 หมู่บ้าน, ต.หนองบัว 9 หมู่บ้าน, ต.เขาไพร 5 หมู่บ้าน ,ต.หนองปรือ 7 หมู่บ้าน และเทศบาลตำบลคลองปาง ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 7,000 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตรกว่า 3,000 ไร่ โดยระดับน้ำเริ่มลดระดับลงในบริเวณพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งหากฝนหยุดตก โดยไม่มีน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดและน้ำป่าจากอำเภอทุ่งสงไหลลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงในอีกประมาณ 1 สัปดาห์