
วัดบารมี"สุเทพ เทือกสุบรรณ" ลือกซ่อมส.ส.เขต1สุราษฎร์ธานี
ทันทีที่ ดำรงค์ เทือกสุบรรณ ลูกพี่ลูกน้อง "สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี พ่ายการเลือกตั้งให้แก่ม้ามืด "มนตรี เพชรขุ้ม" ในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ผ่านมา ทำเอา "นายหัวเทพเทือก" ถึงกับหน้าดำคร่ำเครียดไปพักหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาตระกูล "เทือกสุบรรณ" ไม่เค
เมื่อมาถึงสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ หลัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลาออกจาก ส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี ก็ได้วางตัวนาย ธานี เทือกสุบรรณ หรือกำนันเล็ก น้องชายคนสุดท้องที่ถูก กกต.แจกใบเหลืองจากการเลือกตั้งนายกอบจ.ปี 2551 ลงชิงชัย ส.ส.เขต 1 ทันที เพราะไม่ต้องการให้ตระกูลเทือกสุบรรณสูญสิ้นจากความเป็นตระกูลนักการเมืองของ จ.สุราษฎร์ธานี
แม้คู่แข่งอย่าง "สมพล วิชัยดิษฐ" จากพรรคเพื่อไทย จะไม่เป็นที่ศรัทธาของคนสุราษฎร์ฯ หรือคนภาคใต้มากนัก แต่วันเปิดตัวและวันสมัครเขาพร้อมด้วยทีมบริหารแพ็กทีมลุยขอเสียงเต็มที่ ซึ่งงานนี้ ”เทพเทือก” จะประมาทไม่ได้เพราะพลังเงียบเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น
งานนี้ "สุเทพ" จึงต้องเดินเกมหมดทุกอย่างด้วยตัวเอง วางแผนการหาเสียงเพื่อให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุดและงานนี้ถึงกับเคยลั่นปากกับคนสนิทหลายต่อหลายคนว่า "แพ้ไม่ได้" โดยทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ต้องพาน้องชายไปหาเสียง หรือไปช่วยหาเสียงให้น้อง เพราะคำว่า "นายหัวเทพ” ยังติดปากชาวสุราษฎร์ธานีที่พร้อมจะเทคะแนนให้
มิหนำซ้ำงานบางงานที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของรองนายกรัฐมนตรี และสามารถมอบหมายให้ใครมาแทนก็ได้ แต่นายสุเทพกลับไม่ทำเช่นนั้น สละเวลามาเป็นประธานเปิดงานอย่างสม่ำเสมอ จากนั้นก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที ทำให้เป็นจุดสนใจของชาวเมืองสุราษฎร์ฯ ไม่น้อย ที่งานนี้ "นายหัวเทพเทือกลุยเต็มที่”
แม้ระยะเวลาการหาเสียงจะสั้นๆ แต่จะต้องทำให้คุ้มที่สุด ซึ่ง "ธานี" ใช้ฐานเสียงและหัวคะแนนเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีคะแนนจัดตั้งอยู่แล้วในการตระเวนขอเสียงจากชาวบ้าน พร้อมกับเลือกเฟ้นบุคคลที่มีความคุ้นเคยกับชาวบ้านในพื้นที่เน้นความอ่อนน้อมถ่อมตนมากที่สุดในการขอเสียง ซึ่งกลยุทธ์เช่นนี้เป็นที่พอใจของชาวบ้านในหลายต่อหลายพื้นที่ทำให้คะแนนเป็นต่อคู่แข่งอยู่หลายขุม
สำหรับนโยบายหลักในการหาเสียง เน้นการชูนโยบายการบริหารงานของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหมด โดยนำผลงานของรัฐบาลมาเป็นจุดขาย
ส่วนฝั่งคู่แข่งแม้ว่าจะมีกุนซือดีอย่าง "ภิญญา ช่วยปลอด” ทีมผู้สนับสนุนพรรคอื่นๆ ตลอดจนทีมทนายความใน จ.สุราษฎร์ธานี และกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วยระดมหาเสียง เพราะต้องการให้พรรคอื่นได้แจ้งเกิดบ้างในเมืองสุราษฎร์ฯ แต่มีจุดด้อยตรงที่พรรค เพราะคนในจังหวัดหรือคนในภาคใต้หลายจังหวัดยังไม่ศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทยมากนัก
งานนี้ทำเอาทีมงานต้องใช้ความพยายามพอสมควรในการที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงแก่ชาวบ้าน นอกจากนั้นจากกระแสข่าวเสื้อแดงทำให้คนใน จ.สุราษฎร์ธานี ไม่คอยจะให้ความร่วมมือเท่าที่ควร
ดังนั้น ทีมงานจึงต้องทำงานทุกระบบ ทั้งเดินเกมรุกแบบพลังเงียบ บวกการปราศรัยย่อยเพื่อขอเสียงให้ได้มากที่สุด นอกจากนั้นได้งัดกลยุทธ์ในการที่นายธานี ได้ใบเหลืองจากการเลือกตั้ง นายก อบจ. มาเป็นจุดเปลี่ยนความคิดของชาวบ้านในเรื่องความซื่อสัตย์ ซึ่งประเด็นนี้สามารถดึงเสียงจากชาวบ้านได้พอสมควร
อย่างไรก็ตามจุดด้อยของ "สมพล" คือความห่างเหินจากพื้นที่ ทีมงานไม่แข็งพอ ฐานเสียงไม่แน่น ทำให้การหาเสียงค่อนข้างลำบาก ขณะที่ "ธานี" อาศัยฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีกิจกรรมทางการเมืองสม่ำเสมอ และขณะนี้พรรคก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้เรียกเสียงจากชาวบ้านได้ไม่ยาก
ด้านมุมมองของนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งใน จ.สุราษฎร์ธานี สะท้อนว่า สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ครั้งนี้คนจะใช้สิทธิน้อยและคะแนนโนโหวตจะมากขึ้น เพราะไม่ศรัทธาต่อตัวผู้สมัคร
โดย "ธานี" มีจุดด้อยตรงที่เคยได้ใบเหลืองจากการเลือกตั้ง นายก อบจ. จริงอยู่เป็นการเลือกตั้งคนละแบบคือท้องถิ่นกับระดับชาติ แต่การพิจารณาของกกต.ที่ให้ใบเหลือง ส่อถึงความซื่อสัตย์ สุจริต
ส่วน "สมพล" แม้จะลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.มาหลายครั้ง แต่เมื่อไม่ได้ก็เงียบ ไม่ได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่อเนื่อง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งพากันโนโหวต และไปใช้สิทธิน้อย โดยที่ กกต.อาจตั้งเป้าไว้ 60-70% แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ผู้ใช้สิทธิ์อาจจะอยู่ที่ 45-50%
ทั้งนี้ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วัน ทีมพรรคประชาธิปัตย์ที่นายหัวเทพเทือกลั่นจะแพ้ไม่ได้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดเวทีปราศรัยใหญ่เพื่อขอเสียงจากประชาชนให้แก่ "ธานี" โดยได้เชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค พร้อมขุนพลพรรคมาปราศรัยขอเสียงด้วย เพราะยังหวาดหวั่นต่อพลังเงียบของพรรคเพื่อไทย แม้ว่าตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นต่อหลายขุม... แต่เพื่อความไม่ประมาท!!!
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ครั้งนี้ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคมมีการเลือกตั้งล่วงหน้าไปเมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม ที่ผ่านมา จึงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าตระกูล "เทือกสุบรรณ" จะผงาดในสนามการเมืองระดับชาติเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ !
ทีมข่าวภูมิภาค



