
ธรรมชาติเตือนมนุษย์ให้“หยุด”ทำร้าย!
โดย - อาจารย์ยักษ์ แห่งมหาลัยคอกหมู
จากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในทั่วทุกมุมโลก ระยะหลายปีมานี้ เหมือนกำลัง “เตือนภัย”แก่คนทุกคนบนโลกใบนี้ ให้เตรียมพร้อมรับมือ!
ถ้าจำกันได้ ส.ค.ส.ปี 2547 ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมอบให้พสกนิกรในปีใหม่ เป็นรูปลูกระเบิด 4 ลูก กระจายอยู่ทุกทิศ ตีความได้ว่ามนุษย์กำลังเผชิญกับวิกฤติใหญ่หลวง 4 ประการ คือ 1.ภัยพิบัติร้ายแรงทางธรรมชาติ 2.ภัยจากโรคระบาด 3.ภัยจากภาวะเศรษฐกิจข้าวยากหมากแพง และ4.ภัยจากความขัดแย้งของมนุษย์จนเป็นสงคราม
เราได้เห็นภัยพิบัติทั้ง 4 อย่าง จากสื่อหนังสือพิมพ์ทุกวัน แต่ภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะในระยะ 3-4 ปีมานี้ได้มีสัญญาณเตือนจากธรรมชาติ “ถี่ยิบ” ขึ้นทุกวัน ให้มนุษย์ “หยุดทำร้าย” ธรรมชาติเสียที หาไม่มนุษย์อาจจะเป็นผู้รับผลกรรมทั้งหมดจากการกระทำของตนเองจากการที่มนุษย์ทำให้เกิดภาวะ “โลกร้อน”
ลองมาทบทวนกันใหม่ว่า ในระยะหลายปีมานี้ธรรมชาติส่งสัญญาณเตือนอะไรเราบ้าง และสัญญาณเตือนนี้ ส่งความเสียหายมากน้อยขนาดไหน
ปี ค.ศ.2003 คลื่นความร้อนทั่วยุโรปฆ่าประชากรโลกร่วม 3.5 หมื่นคน
ปี ค.ศ.2004 พายุเฮอร์ริเคน แคทารินา โหมกระหน่ำประเทศบราซิล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งครั้งหนึ่งนักวิทยาศาสตร์ เคยกล่าวว่า มันเป็นไปไม่ได้ ที่ทะเลแอตแลนติกใต้จะมีพายุเฮอร์ริเคน, ประเทศอเมริกาต้องบอบช้ำอย่างหนักจากพายุทอร์นาโด, คนไทยต้องร้องไห้ทั่วประเทศ และโลกต้องสูญเสียคนเกือบ 2 แสนชีวิต ในคราวเดียวจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์ สึนามิ
ปี ค.ศ.2005 พายุเฮอร์ริเคนเอมลี่กระหน่ำแมกซิโกอย่างหนัก, พายุเฮอร์ริเคน คาทรินา พัดถล่มรัฐฟอริดา และนิวออรีนส์ สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างประมาณค่ามิได้ ตามด้วยเฮอร์ริเคนริตา ที่กระหน่ำลอสแองเจลลิส ในอีก 2 เดือนต่อมา
โลกต้องรับรู้ความเดือนร้อนทุกหัวระแหงจากความผิดปกติของธรรมชาติ เริ่มต้นที่น้ำท่วมใหญ่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จีน ตามมาด้วยอินเดียที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ในระยะสองสามเดือนมานี้ ธรรมชาติก็ยิ่งส่งสัญญาน “เตือน” ในอัตราที่ “หนักหน่วง” ขึ้นไปอีก
- ไฟป่าในประเทศออสเตรเลียในช่วงเดือนธันวาคมได้ทำลายป่าไม้ไปมากกว่าล้านเอเคอร์ ซึ่งนับว่าร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศออสเตรเลีย
- เมลเบอร์น แคเบอร์ราในประเทศออสเตรเลีย มีหิมะตกในหน้าร้อน
- อากาศแปรปรวนทั่วโลก เมืองแวนคูเวอร์ในประเทศแคนาดา หนาวติดลบเป็นประวัติการณ์ แหล่งท่องเที่ยว เล่นสกีหลายแห่งทั่วยุโรป ต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีหิมะตก อุณหภูมิในฤดูร้อนของประเทศอังกฤษ เช่น ลอนดอน สูงถึง 35 องศาเซลเซียส ซึ่งชาวเมืองไม่เคยพบเห็นมาก่อน
- ไต้ฝุ่นทุเรียนในประเทศฟิลิปปินส์ได้คร่าชีวิตผู้คนกว่า 500 คน มีผู้สูญหายกว่า 600 และบาดเจ็บนับพันคน
- ขณะนี้เกิดพายุน้ำแข็งรุนแรงในอเมริกา ครอบคลุมพื้นที่หลายมลรัฐ ความเสียหายแก่ภาคเกษตรในมลรัฐแคลิฟอร์เนียเพียงอย่างเดียวมีมูลค่าสูงถึง 950 ล้านดอลล่าสหรัฐ ประชาชนต้องอพยพไปอยู่ตามโรงแรม เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ ประเทศเนเธอแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมัน ก็กำลังเผชิญกับพายุน้ำแข็งอยู่ในขณะนี้
คาดกันว่าหน้าร้อนที่กำลังจะมาถึง ประเทศไทยก็หนีไม่พ้นอากาศที่วิปริตเกิดภาวะที่ “แห้งแล้ง” อย่างหนัก จากภาวะรอบด้านที่เกิดขึ้นนักวิทยาศาสตร์ตะวันตกได้ลงมติ เลื่อน เข็มนาฬิกา เข้าใกล้ เวลา “โลกาวินาศ” ซึ่งสมมุติให้เป็นเวลาเที่ยงคืน เร็วขึ้นอีก “สองนาที” เป็นการเตือนให้มนุษย์ “เร่ง” แก้ปัญหาที่จะเป็นชนวนให้เกิดโลกาวินาศ
ที่จริงนักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่า เรามีเวลาอีกไม่ถึง 50 ปี ที่ภาวะโลกร้อนจะถึง“จุดเดือด”แต่หากฟังสัญญาณที่ธรรมชาติกำลังบอกเราคงมีเวลาไม่มากถึงเพียงนั้น
ต้องถามว่า “คนไทย” ตระหนักถึงภัยพิบัติร้ายแรงที่กำลังคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะ แล้วหรือยัง และเราเตรียมพร้อมอะไรกันบ้าง เราจะเหมือนคนที่ชื่นชมทะเลที่จู่ๆ น้ำทะเลก็ลดลงอย่างรวดเร็วว่าเป็น “ของแปลก” ในเหตุการณ์สึนามิ แล้วในที่สุดก็จบชีวิตลงด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเปล่า?



