
"เฮง"ตั้งโจทย์"ซิโก้" บอลโลกควรมี 7-8 แต้ม
“โค้ชเฮง”วิทยา เลาหกุล ฝ่ายเทคนิคสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ตั้งเป้าให้“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย พา“ช้างศึก” เก็บ 7-8 แต้ม ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก
“โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่าในปี พ.ศ.2560 ทีมชาติไทย มีโปรแกรมแข่งขันหลายรุ่น หลายรายการ ซึ่งมี 2 ทัวร์นาเมนท์ที่สำคัญ คือทีมชุดใหญ่ ทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่ม บี 5 นัดสุดท้าย และทีมชุดอายไม่เกิน 23 ปี ทำศึกฟุตบอลยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบคัดเลือก ระหว่างวันที่ 15-23 กรกฎาคม
"ทีมชุดใหญ่ไม่น่ามีปัญหาสำหรับการเตรียมทีมเท่าไหร่ เพราะโปรแกรมแข่งอยู่ในช่วง ฟีฟ่าเดย์ อยู่แล้ว ดังนั้นสโมสรต่างๆ จะปล่อยตัวนักเตะมาฝึกซ้อมตามกฎ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกค่อนข้างยาก เนื่องจากเรามีแค่ 1 คะแนน แม้คุณภาพผู้เล่นไทยจะดีในระดับหนึ่ง แต่การลงสนามแข่งขันไม่ควรใช้แรงจูงใจเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องเน้นแทคติกและแนวทางการเล่นเป็นสำคัญ ซึ่งผมได้บอก "โค้ชซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชชุดใหญ่ว่าให้พยายามเก็บ 7-8 แต้มให้ได้ ถึงจะพอมีลุ้นเข้ารอบ ส่วนทีมชุดยู 23 มี "โค้ชโย่ง" วรวุธ ศรีมะฆะ คุมทีม จำเป็นต้องเตรียมทีมตั้งแต่ตอนนี้และเก็บตัวทุกเดือน ไม่ใช่แค่ช่วงฟีฟ่าเดย์ เพื่อคัดสรรนักเตะไปด้วย แต่สิ่งที่กังวลคือแต่ละสโมสรจะปล่อยตัวนักเตะหรือไม่"
“โค้ชเฮง” กล่าวต่อในส่วนของทีมชุดอายุไม่เกิน 16 และ 19 ปี มีโปรแกรมแข่งขันรายการพิเศษที่ประเทศฮ่องกง ในช่วงเดือน มีนาคม แต่ทั้ง 2 ชุดยังไม่มีหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทำให้จะต้องเร่งหาเฮดโค้ชมาคุมทัพ โดยมองกุนซือต่างชาติเป็นอันดับแรก แต่ทั้งนี้คงจะต้องพิจารณาเรื่องเงินค่าเหนื่อย เพราะถ้าเรียกเงินเดือนสูงก็คงไม่ไหว
"ฝ่ายเทคนิคมีหน้าที่วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนทีมชาติไทย และคอยสนับสนุนหัวหน้าผู้ฝึกสอนแต่ละชุด ซึ่งกระแสที่ว่าผมเป็นคนแต่งตั้งหรือปลดผู้ฝึกสอนทีมชาตินั้นไม่เป็นความจริง ผมพยายามนำเสนอโค้ช 4-5 คน เพื่้อเป็นตัวเลือก และเราก็ให้โอกาสโค้ชคนไทยไว้ก่อน รวมถึงในอนาคตผมก็อยากเห็นโค้ชคนไทยผ่านการอบรมโปร-ไลเซนต์ให้ได้ 100 คนด้วย" โค้ชเฮงกล่าว
อุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิคกล่าวในตอนท้ายว่า นอกจากนี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ พยายามให้โฟกัสที่ทีมชาติตั้งแต่รุ่น 12, 13, 14 ปี เพื่อวางรากฐานระยะยาว ขณะที่ทีมรุ่น 16, 19, 23 ปี ก็ต้องทำต่อเนื่องกันไป เพื่อป้อนสู่ทีมชุดใหญ่ในระยะใกล้ แต่สิ่งเป็นห่วงคือ ถ้าทีมชุดใหญ่หมดนักเตะชุดนี้ไปแล้วจะไม่มีนักเตะใหม่ขึ้นมาทดแทนได้ เพราะเท่าที่มองจากทีมเยาวชนมีไม่ถึง 3 คนที่พร้อมจะก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ ทั้งที่ควรจะก้าวขึ้นมาพร้อมกันถึง 6-7 คน



