ข่าว

ปชป.หนุนนายกฯแต่งตั้งผบ.ตร.ชี้เป็นอำนาจนายก

ปชป.หนุนนายกฯแต่งตั้งผบ.ตร.ชี้เป็นอำนาจนายก

23 ส.ค. 2552

ปชป.หนุนนายกฯแต่งตั้งผบ.ตร.ชี้เป็นอำนาจนายก ย้ำไม่เคยตอบแทนคุณใคร ดักคอกตช.มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติชื่อที่นายกฯเสนอเท่านั้น เมินภูมิใจไทยถอนตัวการเป็นพรรคร่วม เชื่อแค่ข่าวปล่อย

 (23ส.ค.)   ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้า ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ หรือ วอร์รูมพรรค มีนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ส.ส.สัดส่วน ประธานวอร์รูม เป็นประธานการประชุม  นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการ ที่ประชุมได้มีการพูดถึงกรณีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ซึ่งพรรคขอยืนยันสนับสนุนการดำเนินการของนายกรัฐมนตรี เพื่อสรรหาบุคคลที่เหมาะสมในตำแหน่งผบ.ตร. คนใหม่ ตาม 3 แนวทางหลักคือ 1. ปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง 2. ยึดมั่นในระบบความยุติธรรม 3. ต้องสนองต่อปัญหาประชาชน และเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนได้

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้เปิดรับฟังทุกความเห็นของทุกคน ร่วมทั้งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกฝ่าย ด้วยความอดทนอดกลั้น ไม่เคยมีพฤติกรรมที่เผด็จการ แต่ทางพรรคไม่ต้องการให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้าใจผิดว่า แนวทางความเป็นผู้นำ และอำนาจของนายกฯมีความอ่อนแอ จึงอยากให้ทุกฝ่ายยุติการปล่อยข่าวเพื่อยุยงให้เกิดความแตกแยก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคฝ่ายค้านในขณะนี้มีความพยายามกล่าวอ้างประเด็นการแทรกแซงของรัฐบาลต่อการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณคนหนึ่งคนใด

 เมื่อถามว่า หากยังไม่สามารถสรรหาได้จะส่งผลกระทบกับภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ระบบของกตช.เป็นระบบที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วก็เป็นระบบที่ทางฝ่ายบริหารเสนอบุคคล และคณะกรรมการก็มีหน้าที่ช่วยในการคัดกรองตรวจสอบความถูกต้อง รองรับการตัดสินใจและการใช้ดุลพินิจของผู้นำฝ่ายบริหาร ซึ่งในกรณีนี้ไม่ใช่ว่าเสนอแล้วจะได้รับความเห็นชอบทันทีในการประชุมเพียงครั้งเดียว ถือว่ากระบวนการยังดำเนินต่อไปนายกฯ ก็ใช้ดุลพินิจตัดสินใจเสนอชื่อบุคคลที่สามารถแก้ไขปัญหาขององค์กรในภาวะการณ์ปัจจุบันได้ดีที่สุด ส่วนการรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนายกฯ ก็จะเดินหน้าต่อไป ถือว่าเป็นความมุ่งมั่นของนายกฯ อยู่แล้วที่จะเป็นผู้นำที่เป็นประชาธิปไตยไม่จำกัดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นของผู้หนึ่งผู้ใด

 “ ขณะนี้ยืนยันว่าการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ยังอยู่ในกระบวนการที่ดำเนินต่อไปและนายกฯ ก็รับฟังความคิดเห็นและเคารพข้อเสนอแนะของกตช.ทุกท่านเพียงแต่มีความห่วงใย รายงานข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีแหล่งข่าวจากกตช.ว่าเสนอชื่อครั้งแรกไม่ผ่านแล้วก็จะขาดคุณสมบัติทางกฎหมาย ผมยืนยันว่าจากการตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ” นพ.บุรณัชย์กล่าว

 ต่อข้อถามว่า กระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยขู่ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล นพ.บุรณัชย์กล่าวว่า ขอยืนยันว่าในระดับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะการแก้ไขปัญหาของประเทศยังคงมีอีกมาก คงไม่สะดุดเพราะปัญหานี้เพียงปัญหาเดียว ทางพรรคเองไม่ได้มีการหารือในประเด็นดังกล่าวเพราะเชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวเท่านั้น

 ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเสนอบุคคลที่เหมาะสมจะมาดำรงแหน่งผบ.ตร.ในชั้นยศ พล.ต.อ.ขึ้นไปนั้น เป็นตามกฎหมายและอำนาจโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ส่วนอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) มีหน้าที่เพียงพิจารณาความถูกต้องรายชื่อที่นายกฯทำการเสนอมาเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการกตช.ไม่มีอำนาจที่จะขอให้นายกฯทำการเสนอบุคคลที่มีจะแต่งตั้งในตำแหน่งผบ.ตร.จำนวนมากกว่า 1 รายชื่อ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และประเพณีที่ปฏิบัติมาเนื่องจากในสมัยของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกฯ ก็มีการเสนอชื่อผบ.ตร.เพียงรายชื่อเดียว

 นายสาธิต กล่าวถึงกรณี พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก ที่ออกมาระบุว่านายกรัฐมนตรีขาดความเป็นผู้นำว่า ขอให้พล.ต.ท.ชัจจ์ ทบทวนบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองว่าได้สร้างคุณงามความดีต่อประเทศชาติ เมื่อครั้งรับราชการหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาตนเห็นว่าพล.ต.ท.ชัจจ์ได้ทำงานรับใช้บริษัทเอกชน และเมื่อเกษียณราชการก็ได้ดิบได้ดีโดยการโจมตีรัฐบาล ทั้งยังผลักดันให้ลูกชายของตนเองได้เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรด้วย

 เมื่อถามว่าหน้าที่ของกตช.มีหน้าที่เพียงคัดกรองตรวจสอบความถูกต้องจะถือว่าเป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวกว่า ในเชิงกฎหมายไม่ได้ให้สิทธิ์ในการโต้แย้ง แต่ว่ากฎหมายเขียนไว้ชัดว่านายกฯ มีสิทธิ์เสนอชื่อคนที่เหมาะสมเพื่อให้กตช. เห็นชอบ ในคุณสมบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นการที่จะลิดรอนสิทธิ หรือจำกัดสิทธิของกตช.และต้องดูถึงอำนาจที่ให้ไว้ด้วยว่าเป็นอย่างไร

 เมื่อถามว่าหากกตช.ทำเกินอำนาจหน้าที่ของตนเองแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะดำเนินการอย่างไร กรรมการบริหารพรรคกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องดูข้อกฎหมายอีกครั้ง ว่าสามารถทำอย่างไรได้บ้าง เช่นมติที่ให้เสนอชื่อเกิน 2 คนก็ต้องดูว่าสอดคล้องกลับกฎหมายที่เขียนไว้หรือไม่อย่างไร