ข่าว

สุดเศร้า!ญาติร่ำไห้รับศพเหยื่อรถตู้มรณะ

สุดเศร้า!ญาติร่ำไห้รับศพเหยื่อรถตู้มรณะ

03 ม.ค. 2560

นิติเวชฯเร่งตรวจอัตลักษณ์ 25 ศพ พบรถตู้ติดแก๊สถึง 3 ถัง ขณะที่ญาติร่ำไห้ขอรับศพ ด้านผู้ว่าฯชลบุรีเรียกถกด่วน สรุปเหตุคนขับรถตู้หลับใน เพราะได้พักแค่ 1 ชั่วโมง

 

          จากกรณีอุบัติเหตุรถตู้โดยสาร พุ่งชนประสานงากับรถกระบะ จนเกิดไฟลุกไหม้และย่างสดผู้โดยสารทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 25 ราย เหตุเกิดบนถนนสายบ้านบึง–แกลง (ฝั่งขาเข้า อ.แกลง) หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (3 ม.ค.60) พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจพิสูจน์แบ่งเป็นชาย 8 ราย หญิง 13 ราย เด็กชาย 1 ราย เด็กหญิง 1 ราย และยังไม่สามารถระบุเพศได้อีก 2 ราย ซึ่งวันนี้จะดำเนินการตรวจพิสูจน์หลักฐานได้อย่างแน่นอนว่าเป็นเพศใด ทั้งนี้ สภาพศพผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ไหม้เกรียม ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ฯ จึงได้เตรียมสถานที่รับรองญาติผู้เสียชีวิต เพื่อการแจ้งเรื่องบุคคลสูญหาย โดยขั้นตอนการพิสูจน์หลักฐานเริ่มจากการตรวจหาตำหนิจากผู้เสียชีวิต และนำข้อมูลจากหลักฐานอื่นๆ ของญาติผู้เสียชีวิตที่เดินทางมาให้ข้อมูล เพื่อนำมาประกอบกัน โดยขอให้ผู้ที่สงสัยว่า มีญาติที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวให้เดินทางมาที่สถาบันฯ  เพื่อจะได้ขอประวัติเบื้องต้น และตรวจดีเอ็นเอ คาดว่าจะใช้เวลา 1 วันในการตรวจผลเพื่อยืนยันผู้เสียชีวิต

          อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสภาพศพที่ไหม้เกรียมนั้น ทางเจ้าหน้าที่อยากจะทำการตรวจให้ละเอียด ซึ่งอาจจะต้องใช้ระยะเวลาสักนิด อีกทั้งทางเจ้าหน้าที่เข้าใจในการสูญเสียบุคคลที่รักของญาติๆ ดังนั้น จะเร่งทำการตรวจให้เร็วที่สุดเช่นกัน ทั้งนี้ หากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอ ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าพรุ่งนี้น่าจะคืนศพผู้เสียชีวิตให้กับทางญาติได้ทั้งหมด

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.บ้านบึง ยังไม่มีการต้ังข้อหากับผู้เกี่ยวข้องในอุบัติเหตุรถตู้ชนรถกระบะ เนื่องจากต้องรอผลพิสูจน์หลักฐาน และสอบปากคำพยาน ทั้งนี้ รถตู้คันเกิดเหตุตรวจพบมีการติดตั้งถังแก็ส 3 ถัง ด้านหน้า 1 ถัง ด้านหลัง 2 ถัง หลังเกิดเหตุจึงทำให้เกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อที่ติดอยู่ภายในรถตู้ได้อย่างทันท่วงที

 

ญาติร่ำไห้นำเอกสารขอรับศพเหยื่อรถตู้ชนรถกระบะ

          เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (3 ม.ค.60) เจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยศีลธรรมสมาคม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยรถจำนวน 9 คัน ได้ลำเลียงร่างผู้เสียชีวิต จำนวน 25 ราย จากอุบัติเหตุ รถตู้โดยสารพุ่งชนรถกระบะ จนเกิดไฟลุกไหม้ บนถนนสายบ้านบึง-แกลง ในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี มาที่อาคารสัจธรรม สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคล เนื่องจากผู้เสียชีวิตทั้งหมดถูกไฟไหม้คลอก จนไม่สามารถระบุตัวตนได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ จะทำการตรวจเอกลักษณ์บุคคล ทั้งนี้ มีญาติผู้เสียชีวิตเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชฯ พร้อมนำเอกสารหลักฐานมารอรับศพด้วยความโศกเศร้า เพื่อนำกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป โดยทางสถาบันนิติเวชฯ ได้จัดห้องรองรับญาติผู้เสียชีวิตระหว่างรอผล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศบริเวณจุดคัดกรองที่บรรดาญาติ ๆ ของผู้เสียชีวิตเดินทางมาขอยื่นเอกสาร เพื่อขอรับศพนั้น บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ญาติเหยื่อหลายรายได้นำข้าวของเครื่องใช้ หรือหลักฐานต่าง ๆ ที่อาจนำมาใช้เปรียบเทียบศพ มามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์ด้วย

          ทางด้าน นายสุรศักดิ์ เจือจาน อายุ 26 ปี ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตในรถกระบะ ได้มาขอลงชื่อรับศพ 3 ราย คือ นางพันธ์ เจือจาน ผู้เป็นแม่ , นางสาวสุถาพร เจือจาน น้องสาว และด.ช.สุภกฤษ เจือจาน ลูกชาย ซึ่งทั้งหมดอยู่ในรถกระบะที่มีคนขับและผู้โดยสารรวม 12 คน รอดชีวิต 1 คน เสียชีวิต 11 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวและญาติของตนที่กำลังเดินทางไปจังหวัดจันทบุรี โดยระหว่างทางได้แวะไหว้พระที่วัดหลวงพ่อโสธร ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งตนทราบข่าวอุบัติเหตุจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งบ้านบึง จ.ชลบุรี โทรมาหาบิดาของตน ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาเดียวกันกับที่ตนเปิดทีวีแล้วเห็นข่าว จึงรีบเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุทันที พร้อมยืนยันว่า คนขับรถกระบะ ซึ่งเป็นอานั้นเป็นคนขับรถดี ไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ รวมถึงก่อนออกเดินทางได้มีการเช็คสภาพรถเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ทุกคนก็เสียใจมาก

 

ผู้ว่าฯชลบุรีเรียกถกปมรถตู้ชนกระบะดับ 25 ศพ สรุปเหตุคนขับรถตู้หลับใน เพราะได้พักแค่ 1 ชม.

          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 3 มกราคม 2560 ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ห้องพระรักษาเทพ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมคอนเฟอเรนซ์กับนายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อสรุปหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุรถชนที่ถนนสาย 344 (บ้านบึง-แกลง) หมู่ 1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ขาไป จ.ระยอง โดยรถตู้รับส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กรุงเทพฯ ชนกับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 1 ฒณ 2483 กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 25 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 16 คน เพื่อสรุปหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้

          ด้าน นายศิวกร บัวป้อง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ชลบุรี กล่าวว่า การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้เนื่องมาจากคนขับรถตู้ได้วิ่งรถออกจากกรุงเทพฯ มา จ.จันทบุรี หลังจากนั้นได้พักผ่อนเพียง 1 ชั่วโมง ก็ต้องมาขับรถตู้กลับจาก จ.จันทบุรี มากรุงเทพฯ ซึ่งได้พักผ่อนเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น ที่สำคัญคนขับอายุ 64 ปีแล้ว ซึ่งผลจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ส่วนมาตราการป้องกัน ควรที่จะให้คนขับรถพักผ่อนให้เพียงพอ และรถตู้ไม่ควรติดแก๊สเอ็นจีวี เห็นได้จากเมื่อเกิดอุบัติเหตุจะเกิดเพลิงไหม้ ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะต้องดูมาตรฐานรถตู้ที่จะมาให้บริการจะต้องมีอุปกรณ์ภายในรถเพื่อช่วยเหลือชีวิตด้วย หรือเมื่อเกิดเหตุกระจกควรจะเปิดได้เลย รวมทั้งฝาท้ายควรเปิดจากด้านในได้ด้วย ซึ่ง จ.ชลบุรีเกิดขึ้น 2 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลในส่วนนี้ด้วย

          ขณะที่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สาเหตุรถชนกันครั้งนี้คาดว่าเกิดขึ้นเพราะคนขับหลับใน จะเห็นได้จากรถตู้วิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง และเกิดการชนกันขึ้น ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ส่วนแนวทางป้องกันพบว่าจุดที่เกิดเหตุเป็นทางลงเนินจะต้องมีป้ายแจ้งเตือนผู้ขับรถยนต์ให้มีความระมัดระวังในการใช้ความเร็วรถ ส่วนในเรื่องเงินประกันชีวิตนั้น แต่ละคนได้ประมาณคนละ 6-7 แสนบาท รวมเป็นเงินประมาณ 16-17 ล้านบาท

 

สุดเศร้า!ญาติร่ำไห้รับศพเหยื่อรถตู้มรณะ

 

 

มารดานิสิตแพทย์จุฬาฯ เผยกอดลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย

 

          ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 มกราคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณห้องโถงชั้นล่างมีญาติของผู้เสียชีวิตมายื่นเอกสารหลักฐานพร้อมระบุเอกลักษณ์พร้อมรอรับศพ หลายคนมีน้ำตาคลอเบ้า ท่ามกลางความเศร้าโศกสลดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ทางเราได้รับศพมาจำนวนทั้งหมด 25 ราย แบ่งเป็น ชาย 8 ราย ผู้หญิง 13 ราย เด็กชาย 1 ราย เด็กหญิง 1 ราย ส่วนอีก 2 รายยังไม่ทราบเพศ ทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกไฟไหม้เกรียม ยากต่อการชันสูตรพลิกศพ ประกอบกับทางญาติมาตรวจสอบใบหน้าไม่สามารถจำได้ จึงได้เตรียมจุดที่ให้ญาติมายื่นเอกสารพร้อมระบุตำหนิรูปพรรณของแต่ละบุคคลที่หายไป รวมถึงการขอตรวจดีเอนเอทั้งศพและทางญาติอีกด้วย โดยเช้านี้จะเริ่มด้วยการตรวจพลิกศพอย่างละเอียด เพื่อหาตำหนิรูปพรรณต่างๆ แล้วจะนำมาเทียบกับเอกสารที่ทางญาติได้ยื่นพร้อมระบุไว้ เช่นรอยสัก รอยแผลเป็น หรือสิ่งที่ญาติสงสัยว่าจะเป็นผู้เสียชีวิตรายนั้น คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 วัน อย่างไรก็ตามทางสถาบันเข้าใจความรู้สึกญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ทางเราจำเป็นจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง ซึ่งจะเร่งตรวจสอบให้เร็วที่สุด ทั้งนี้อยากให้ทางญาติที่คาดว่ามีศพจากเหตุการณ์ให้รีบมาติดต่อเพื่อจะได้ช่วยตรวจสอบต่อไป

          ขณะที่ น.ส.ศศินันท์ สิทธิบุศย์ อายุ 45 ปี มารดาของนายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ อายุ 20 ปี นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุลูชายได้บอกกับตนว่า จะต้องเดินทางกลับมหาวิทยาลัย เพื่อต้องการที่จะมาอ่านหนังสือในการเตรียมสอบ ตนก็ได้ขอร้องว่าอย่าเพิ่งกลับวันเกิดเหตุ และให้เดินทางกลับในวันถัดไป แต่ลูกชายก็ยืนยันที่จะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันนั้น ตนจึงตัดสินใจขับรถมาส่งลูกชายที่คิวรถตู้ในรอบการเดินทาง 11 นาฬิกา ก่อนที่ลูกชายจะขึ้นรถตู้ ก็ได้มีการแสดงความรักกันเป็นปกติ โดยตนเองได้กอดลูกชายและส่งขึ้นรถ จนมาทราบว่ารถตู้ได้เกิดอุบัติเหตุ แต่ตนก็ยังไม่ทราบว่า รถคันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นเป็นรอบการเดินทางเวลาใด ก่อนที่จะทราบในภายหลังว่า รถตู้คันที่เกิดอุบัติเหตุนั้น เป็นรถคันที่ลูกชายโดยสารไป จึงรีบเดินทางไปที่ร.พ.บ้านบึง เพื่อติดต่อและตรวจสอบ จนทราบว่าลูกชายได้เสียชีวิตแล้ว

          น.ส.ศศินันท์ กล่าวอีกว่า ปกติลูกชายจะกลับบ้านเดือนละ1 ครั้ง ซึ่งตนในฐานะที่เป็นแม่ก็ไม่เคยสบายใจ ที่ลูกชายต้องโดยสารมากับรถตู้ในการกลับบ้านแต่ละครั้ง แต่ก็เคยพูดคุยกับลูกว่า อดทนอีก 1 ปี ก็จะได้ย้ายไปเรียนต่อที่่ ร.พ.พระปกเกล้า จันทบุรี ก็จะไม่ต้องเดินทางไป-กลับกรุงเทพ กับ จันทบุรีแล้ว ทั้งนี้ไม่นึกว่า การมาส่งลูกชายขึ้นรถตู้เพื่อกลับไปเรียนที่ กทม.ในครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้าลูก

          ด้าน น.ส.ปาเจรา กอศิริวรานนท์ อายุ 23 ปี พี่สาวผู้ตาย กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าเหตุการณ์ร้ายๆแบบนี้ จะมาเกิดกับครอบครัว ซึ่งหากดวงวิญญาณน้องชายรับรู้ ก็อยากจะบอกว่าให้เขาจากไปอย่างสบาย ไม่ต้องเป็นเรื่องราวต่างๆ และไม่ต้องเป็นห่วงพ่อแม่อีกแล้ว และขอให้เขารับรู้ไว้ว่า ทุกคนในครอบครัวคิดถึงเขามาก ก่อนจะนำศพไปตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่ วัดป่าคลองกุ้ง ถนนท่าแฉลบ ตำบลตลาด อำเภอเมืองจันทบุรี จันทบุรี ส่วนวันและระยะเวลาต้องปรึกษาครอบครัวภายหลัง

          ทั้งนี้ มีกลุ่มนักศึกษาที่เรียนคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 16 คน ได้เดินทางมารับศพ นายพรหมพต หรือกัน กอศิริวรานนท์ นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย น.ส.ศุภรดา ประคองสาย อายุ 20 ปี เปิดเผยว่า โดยอุปนิสัยของเพื่อนคนนี้ เป็นคนตลกเฮฮา เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนในคณะ หากทางคณะมีกิจกรรมก็จะเข้าร่วมเป็นอย่างดีและมีสีสัน โดยก่อนหน้านี้ “กัน” ได้กลับบ้าน จ.จันทบุรี เพื่อไปเยี่ยมครอบครัวเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ แต่ทางคณะแพทย์ไม่ได้มีหยุดการเรียน และยังมีการสอบอีก “กัน” จึงเดินทางกลับวันที่ 2 มกราคม เพื่อมาเตรียมตัวสอบในสัปดาห์นี้ โดยช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุ ได้เปิดเข้าไปในเฟสบุ๊คพบว่า มีข่าวรถตู้จันทบุรีมากรุงเทพฯ ชนกับรถกระบะตายหลายราย จึงเกิดความสงสัยและเป็นห่วง จากนั้นเพื่อนๆได้ช่วยกันพยายามติดต่อทางเฟสบุ๊ค แอฟพลิกเคชั่นไลน์ และโทรศัพท์ แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จากนั้นจึงได้รับทราบว่า ทางญาติของ“กัน” ได้เดินทางไปดูศพ จึงได้ทราบว่า เพื่อนได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ วันนี้จึงเดินทางมารับศพพร้อมกับเพื่อนทางคณะ ตนอยากจะฝากถึงผู้ประกอบการรถตู้ ให้กำชับผู้ขับขี่และวางมาตราการควบคุมดูแลจำกัดความเร็วของรถตู้ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

          ส่วนนายประกาศิต รัตนตันหยง หนึ่งในเหยื่อรถตู้นั้น เป็นนักวิจัยในห้องแลปของหน่วยเชี่ยวชาญเฉพาะทางอณูพันธุศาสตร์มะเร็งและโรคของมนุษย์ จบการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำลังจะเรียนระดับปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ เมื่อทำการสอบถามไปยังญาติให้การว่า ไม่ขอเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัว