ข่าว

ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

03 ม.ค. 2560

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

  ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

         กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเกษตรแบบแปลงใหญ่ผ่านระบบสหกรณ์ มุ่งลดต้นทุนผลิต เพิ่มโอกาสแข่งขัน เน้นการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งนำมาซึ่งผลสำเร็จ

          พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ผ่านระบบสหกรณ์ ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายในการลดต้นทุนการผลิต โดยการรวมแปลงการผลิตของเกษตรกรเป็นแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตร โดยการดำเนินการแปลงใหญ่จะประสบความสำเร็จได้ต้องเกิดจากการรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะใช้ระบบสหกรณ์ในการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อวางระบบการผลิตและการบริหารจัดการในแนวทางเดียวกัน เพื่อประหยัดต้นทุน เกิดประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มอำนาจต่อรองให้แก่เกษตรกร

 

ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

 

         นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรฯ ส่งเสริมให้ระบบสหกรณ์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่พัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด โดยระบบการผลิตจะต้อง วางแผนการทำเกษตรให้เหมาะสมโดยใช้ Agri-Map Zoning ,พัฒนาแหล่งน้ำ โดยสนับสนุนเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยในการขุดสระกักเก็บน้ำ เจาะบ่อบาดาล แก่เกษตรกร เฉลี่ยรายละ 5 หมื่นบาท ชำระหนี้ใน 5 ปี,สร้างธนาคารเมล็ดพันธุ์ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกรแปลงใหญ่ (ข้าว) แยกเป็น สนับสนุนสินเชื่อ วงเงิน 10 ล้านบาท ให้กับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน กู้ยืมเป็นเงินทุนหมุนเวียน ทั้งจัดหาปัจจัยการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตร อุปกรณ์การตลาด และให้บริการเครื่องจักรกล เช่น รถเกี่ยวนวดข้าว เครื่องสีข้าวโพด เป็นต้น

          ระบบรวบรวมและแปรรูป ประกอบด้วย สหกรณ์รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่แปลงใหญ่ เพื่อนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า,สร้างความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ ระหว่างเกษตรกร สหกรณ์ และภาคเอกชน สร้างองค์ความรู้เรื่องการพัฒนาคุณภาพให้กับสินค้าเกษตรและบรรจุภัณฑ์สินค้า,การส่งเสริมช่องทางการตลาดผลผลิตสินค้าการเกษตรที่ผลิตขึ้นภายในพื้นที่แปลงใหญ่ แบ่งเป็น การซื้อขายระหว่างเกษตรกรตัวแทนกลุ่มผู้ผลิตเกษตรแปลงใหญ่กับสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่,การซื้อขายระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตกับสหกรณ์ผู้ซื้อ,การซื้อขายระหว่างสหกรณ์กับภาคเอกชน เช่น โรงสี บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม,ผลักดันให้เกิดตลาดเกษตรกรในพื้นที่แปลงใหญ่

 

ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

 

         ทั้งนี้ การบริหารจัดการในรูปแบบสหกรณ์ในพื้นที่แปลงใหญ่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตแก่เกษตรกร โดยเฉพาะการรวมซื้อปัจจัยการผลิต การรวบรวมผลผลิต และการจัดการช่องทางการตลาด ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีพื้นที่การเกษตรแบบแปลงใหญ่ทั่วประเทศ 600 แปลง มีสหกรณ์อยู่ในพื้นที่แปลงใหญจำนวน 327 แปลง 334 สหกรณ์ ประกอบด้วย 1) แปลงใหญ่ที่ดำเนินการในพื้นที่ของสหกรณ์ จำนวน 36 แปลง 37 สหกรณ์ มีสมาชิก 7,696 คน  พื้นที่ 171,482 ไร่ 2) แปลงใหญ่ที่มีสมาชิกของสหกรณ์อยู่ในพื้นที่ จำนวน 283 แปลง 287 สหกรณ์ มีสมาชิก 15,470 คน พื้นที่ 205,005 ไร่ 3) แปลงใหญ่สมัยใหม่ ดำเนินการในพื้นที่สหกรณ์ 10 แห่ง มีสมาชิก 379 คน พื้นที่ 3,593 ไร่

         รวมถึงความสำเร็จจากการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ที่เป็นรูปธรรม ส่งผลให้มีการทำข้อตกลงซื้อขายสินค้าการเกษตรจากพื้นที่แปลงใหญ่ ผ่านระบบสหกรณ์แล้ว จำนวน 358 แปลง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง โคนมและโคเนื้อ การบริหารจัดการแปลงใหญ่โดยสหกรณ์ ส่งผลให้เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มการผลิตที่เข้มแข็ง ลดต้นทุนจากการซื้อปัจจัยการผลิต และการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรร่วมกัน มีระบบการบริหารจัดการผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ และมีตลาดรองรับผลผลิตที่แน่นอน สร้างอำนาจต่อรองให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เป็นธรรม

 

ขยายเพิ่ม400แปลงใหญ่ มุ่งรวมกลุ่ม-ลดต้นทุน!

 

         สำหรับปี 2560 กระทรวงฯ มีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่แปลงใหญ่เพิ่มอีก 400 แปลง จากเดิมที่มีอยู่ 600 แปลง รวมเป็น 1,000 แปลง ครอบคลุมสินค้าทั้งหมด 9 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย ข้าว พืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ผัก/สมุนไพร ประมง ปศุสัตว์ ไม้ดอกไม้ประดับ หม่อนไหม พื้นที่ประมาณ 5 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นปีละ 4.5 แสนไร่ และในระยะต่อไป กรมส่งเสริมสหกรณ์จะเร่งผลักดันให้สหกรณ์ภาคการเกษตรที่มีความพร้อมและเป็นไป ตามหลักเกณฑ์ เข้าสู่ระบบการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ทั้งหมดด้วย