ข่าว

อภิสิทธิ์เปิดงานโอทอปจัดสมัชชานำสินค้าโกอินเตอร์

อภิสิทธิ์เปิดงานโอทอปจัดสมัชชานำสินค้าโกอินเตอร์

23 ส.ค. 2552

วันนี้ (23 ส.ค.)  เวลา 11..00 น.  ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2  อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์   เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นครั้งที่  32 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย  และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ก่อนเป็นประธานเปิดงานโอทอป มิดเยียร์ 2009 ที่อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี  ช่วงที่ 2  ดังนี้   

พิธีกร   ท่านผู้ชมครับกลับเข้าสู่รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”  ผม เกตุเสพย์สวัสดิ์  ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา  ทำหน้าที่พิธีกรในช่วงนี้  ซึ่งจะว่ากันตามหลักแล้วผมน่าจะเป็นแขกรับเชิญ  เพราะนี่เป็นรายการของท่าน  ท่านอยู่ประจำ  ผมมาแล้วก็ไป

นายกรัฐมนตรี   รายการนี้มีความพิเศษครับ  คือคนรับเชิญเป็นพิธีกร 

พิธีกร  เป็นเรื่องที่ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน  แต่โชคดีที่ท่านไม่รับหน้าที่พิธีกร  เพราะพวกเราคงตกงานกัน  ท่านครับหลายฝ่ายบอกว่าวันนี้ในส่วนของการอารักขาหนักใจมาก  เพราะว่าด้านหลังเป็นบู้ธมีดอรัญญิก  อาวุธจะเยอะมาก  ยังไงท่านระวังตัวด้วย  วันนี้เราอยู่กันที่งาน “OTOP MIDYEAR 2009 :  โอทอป ช้อปช่วยชาติ” ก็พูดคุยกันในรายละเอียดของโอทอป ท่านครับเริ่มคำถามแรก  หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าโอทอปเป็นโครงการของรัฐบาลที่แล้ว  ในการที่จะท่านส่งเสริมโครงการโอทอป  จะเรียกว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของรัฐบาลที่ผ่านมาหรือเปล่าครับ

นายกรัฐมนตรี   รัฐบาลเป็นรัฐบาลของประเทศ  คนเป็นรัฐบาลช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น  มาแล้วก็ไป ผมนี่ถือคติว่างานที่เราทำในฐานะรัฐบาล ในอดีตจะเป็นคนอื่น  จะเป็นใครทำไว้  ถ้าเป็นงานที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน  เราก็ต้องทำต่อ  จะมาบอกว่าถ้าเป็นของคนอื่นแล้ว  เราตัดทิ้งไม่ใช่  แต่ว่าการทำต่อ  เราก็จะดู  ถ้าสมมติว่างานนั้นดี  แต่ว่ายังมีปัญหาอยู่  เราก็ต้องมาแก้ปัญหา  บางครั้งเราอาจจะปรับปรุงให้ดีขึ้น  หรือถ้างานไหนที่เขาทำมาแล้ว มันไม่ดีจริง ๆ  อันนั้นเราก็เลิก  ผมใช้คตินี้คือเราต้องถืออย่างที่ผมบอก ประชาชนต้องมาก่อน  แล้วถ้าอันไหนเป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็ทำต่อ  กรณีของโอทอป ความจริง  ในช่วงที่เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน  ก็เป็นโครงการที่เราบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี  ที่จะมีการสนับสนุนในเรื่องของธุรกิจ หรือวิสาหกิจของชุมชน   แต่ว่าโอทอปเองก็มีทั้งความสำเร็จ  และมีทั้งปัญหา  ความสำเร็จเราก็จะเห็น  เพราะเวลาเขามาสามารถขายสินค้าได้ นั่นคือความสำเร็จที่เรามองเห็น  แต่กับทุกความสำเร็จที่เรามองเห็น  ก็จะมีความล้มเหลวอยู่เหมือนกัน  เพราะมีอีกหลายแห่งที่ก้าวมาไม่ถึงตรงนี้ 

พิธีกร  ถามท่านว่าปัญหาของโอทอปตอนนี้คืออะไร

นายกรัฐมนตรี   ประการที่ 1  ยังมีว่าในหลายพื้นที่ถ้าขาดความเข้มแข็งพื้นฐาน  ที่จะได้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่เป็นตัวสะท้อนเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของตำบลเป็นอย่างไร  บางครั้งต้องยอมรับในช่วงที่ทำโครงการแรก ๆ ก่อนหน้านี้  บางทีในแต่ละพื้นที่ไม่ได้คิดเอง  มีกระบวนการราชการหรืออะไรต่าง ๆ เข้าไป  หรือว่าทำตามคนอื่น และไม่ประสบความสำเร็จ  อันนี้ก็เกิดขึ้นเยอะ  ประการที่ 2 เป็นธุรกิจ  จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก  มีปัญหาได้ทั้งนั้น  จะมีปัญหาเรื่องการเงินบ้าง การตลาดบ้าง  อันนี้คือสิ่งที่เราจะแก้  ฉะนั้น  สิ่งที่รัฐบาลผมได้ทำคือว่าได้จัดสมัชชาโอทอป  ความหมายคือเอาผู้ประกอบการ ผู้สนใจ ที่จะทำงานด้านโอทอป มาพูดคุยกัน  ได้มีการทำไปเมื่อประมาณเดือน หรือ 2 เดือนที่แล้ว   และเขาก็จะมีข้อเสนอ ข้อสรุป  ส่งมาให้  ซึ่งเราจะมาพิจารณา  และดำเนินการ  การจัดงานที่เรียกว่า  MIDYEAR หรือโอทอป ช้อปช่วยชาติ ในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้เรียกร้องมา  เหมือนกับก่อนหน้านี้เขาก็บอกว่า รายการผมนี่  ช่วยเอาของมาวาง ๆ และโฆษณาให้เขาหน่อยได้ไหม  ก็มีการดำเนินการไป  

แต่มีข้อเสนออื่น ๆ  ที่น่าสนใจมากมาย  อันที่ 1 อะไรจะเป็นโอทอป  อะไรจะไม่เป็น  ผมว่าอันนี้สำคัญ  เพราะถ้าเรามีเป้าหมายว่า ตรงนี้จะไปต่างประเทศ  และมันก็เหมือนเป็นยี่ห้อ  ถูกไหมครับ  เหมือนเราซื้อของจากต่างประเทศ  ส่วนใหญ่เราจะมั่นใจ ไม่มั่นใจ  ดูยี่ห้อ  ทีนี้โอทอปไม่เหมือนยี่ห้อสินค้า  ถูกไหมครับ  เพราะไม่ใช่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวว่า เสื้อยี่ห้อนี้  รองเท้ายี่ห้อนั้น  แต่กำลังจะบอกว่ามันเป็นยี่ห้อที่มากับวิสาหกิจชุมชนของไทย  เราก็ต้องมีความมั่นใจว่าจะเรียกผลิตภัณฑ์ใดเป็นโอทอป  มีหลักมีเกณฑ์  นั่นอันที่ 1 อันที่  2  เรื่องการจัดมาตรฐานของตัวสินค้า  จริง ๆ เขาให้ดาวกันอยู่แล้ว  แต่จริง ๆ มีเสียงฟ้อง มีเสียงบ่นกับผมว่าในอดีตที่ผ่านมา บางทีของไม่ได้เปลี่ยน  แต่ดาวเปลี่ยน 

พิธีกร ดาวมันงอกขึ้นมาเอง  โดยคุณภาพไม่ได้เพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรี   งอกไม่ค่อยบ่นครับ  ส่วนใหญ่บ่นหาย   คือดาวงอกไม่ค่อยบ่นครับ  แต่ดาวหาย  เขาก็มีความเดือดร้อนมาก  ฉะนั้น ระบบการทำมาตรฐานตรงนี้  มันจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้เป็นระบบเช่นเดียวกัน  อันที่ 3 เรื่องของการพัฒนา เพราะฉะนั้น  มันก็มีการเริ่มต้นโครงการก่อนหน้านี้  ที่บอกว่าอิงกับความรู้ Knowledge Base เราก็จะต่อยอดตรงนี้  เพื่อที่จะให้มันไม่หยุดอยู่กับที่  มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง   

นอกจากนั้นจะเป็นปัญหาเรื่องการเงินบ้าง การตลาดบ้าง  เรื่องการเงิน  การจัดงานโอทอปรอบนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่น ๆ คือว่ามีสถาบันการเงินมาร่วมด้วย  ไม่ใช่เป็นเรื่องการขายสินค้าอย่างเดียว  เพื่อที่จะมาให้บริการกับผู้ประกอบการโอทอปเอง  ว่าสามารถที่จะมีแหล่งเงินทุน  สามารถที่จะมีอะไรที่เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเขาเพิ่มเติมได้มากขึ้น  ซึ่งมีสถาบันทั้งธนาคารออมสิน  ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือธนาคารเอสเอ็มอี  อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง  

สุดท้ายคือเรื่องการตลาด   นอกเหนือจากการจัดงานปีละ 2 ครั้งแล้ว  ก็ต้องหาช่องทางในการเผยแพร่มากขึ้น  ก็มีข้อเสนอที่กำลังพิจารณาอยู่หลายเรื่อง  บางคนอยากให้มีคล้าย ๆ ศูนย์แสดงสินค้าเป็นการถาวรอยู่  ช่วงนี้ไม่มีก็ขอเป็นแบบเสมือนก่อน  ก็จะทำเว็บไซต์ให้มีระบบ มีความครอบคลุม อย่างนี้เป็นต้น  ฉะนั้น อันนี้คือภาพรวมที่อยากจะบอกว่า เราสานต่องานอย่างไร  เรากำลังทำให้งานทางด้านนี้มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างไร  และสุดท้ายที่สุดคืออยากจะบอกว่า  รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้แน่นอน  เพราะเราไม่ได้มองว่าอันนี้เป็นเรื่องของตัวโครงการเท่านั้น  เรามองว่าอันนี้เป็นส่วนสำคัญของนโยบายใหญ่ ๆ อีก 2 เรื่อง  

เรื่องที่  1 คือเราต้องการให้เศรษฐกิจของไทย มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งจากฐานราก  ตรงนี้จะช่วยเราได้  เวลาเกิดวิกฤตแบบที่เจออยู่นี่ครับ  ถ้ามันมีของพวกนี้อยู่  เป็นพื้นฐานอยู่  ก็จะช่วยคนได้  กับเรื่องที่ 2 เรากำลังบอกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจจากนี้ไป   เราจะต้องแปลงทุนทางปัญญาความคิด  ซึ่งประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องความคิด ปัญญา  ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรมประเพณี  เอามาใช้มากขึ้น  เพราะอะไรครับ  เพราะถ้าเราคิดแต่ว่าจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้  น้ำ พลังงาน  เพื่อผลิตอย่างเดียว  ทุกอย่างในที่สุดหมด  แต่ความคิดไม่มีวันหมด  มีออกมาได้เรื่อย ๆ   เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับของด้วยการใช้ความคิด  ด้วยการใช้ปัญญา  ด้วยการติดยี่ห้อ  เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน  อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้มากครับ  

พิธีกร  เรียกได้ว่าได้รับความกระจ่างในเรื่องของโอทอป  ในมือของผมจะเป็นคำถามบางส่วน  ที่ได้จากการสัมมนาโอทอปที่ท่านเล่าให้ฟัง  ซึ่งจากที่ท่านเล่ามาหลาย ๆ อันก็ครอบคลุมคำถาม  แต่มีบางอันผมคัดเอาไว้  ถามว่าจะทำให้โอทอปเป็นองค์กรอิสระได้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมาขึ้นกับนโยบายการเมืองมากไป

นายกรัฐมนตรี   คือจริง ๆ แล้วขณะนี้ยังไม่ได้เรียกว่าเป็นองค์กร  เป็นโครงการซึ่งรัฐบาลก็ผลักดัน มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่  จริงๆ  ผมไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าขึ้นกับการเมืองมากเกินไป  มันอะไร  แต่อย่างที่ผมบอกนะครับว่า อย่างแนวของผมเข้ามาปั๊บดูแล้ว  งานนี้เป็นงานที่สอดคล้องกับนโยบาย  เป็นประโยชน์กับประชาชน  ก็เดิน  ไม่ได้ไปบอกว่าพอเปลี่ยนรัฐบาลที  ต้องมาตั้งต้นกันใหม่  ไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น  อันนี้ผมคิดว่าถ้างานนี้เราทำให้เข้มแข็งมากขึ้น ๆ เปลี่ยนแปลงรัฐบาลไป  ผมเชื่อว่าเดินหน้า  อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น   ส่วนในแง่ว่ามีความจำเป็นอะไรไหมในเรื่ององค์กร  ก็จะดูเป็นเรื่อง ๆ  เช่น  เรื่องมาตรฐาน  อาจจะต้องมีความจำเป็นว่ามีความชัดเจน  กระบวนการที่เป็นหน่วยงานที่เข้มแข็ง  มีความเห็นอิสระมากขึ้น  อย่างที่คุยกันว่าดาวงอก ดาวหาย  ถ้าเป็นตามข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้าปรากฏว่ามันขึ้นอยู่กับว่าคนอนุมัติ  หรือคนกำหนดดาว  อย่างนี้คงจะไม่ดีแน่   ทำให้ระบบทั้งหมดขาดมาตรฐานไปเสียเอง 

พิธีกร  ตั้งกองทุนโอทอปในแต่ละจังหวัดได้หรือไม่

นายกรัฐมนตรี   เรื่องของเงินสนับสนุนต่าง ๆ ขณะนี้ผมคิดว่ายังอาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าไปตั้งเป็นกองทุนกระจายไปทั่ว  เพราะเราต้องการให้มีระบบบริหารที่มีความรัดกุมพอสมควร  เอาเป็นว่าผมก็ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนในเรื่องของกองทุนนี้  และได้มีการดูว่ารูปแบบของกองทุน  ถ้ามีจะทำในลักษณะไหนอย่างไร 
 

หลังจากนั้นเวลา 10.50 น. นายอภิสิทธิ์  ได้กล่าวในการเป็นประธานพิธีเปิดงาน OTOP Midyear 2009 เวทีกลางภายในอาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจระดับชุมนุมที่ถือเป็นฐานรากที่สำคัญ โดยรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนหลายโครงการ นอกจากนี้รัฐบาลยังตระหนักถึงปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการจัดงานโอทอปในอดีต จึงได้จัดให้มีการจัดประชุมสมัชชาโอทอปทั่วประเทศขึ้น เพื่อนำมาเป็นแนวทาวงขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นประโยชน์สูงสุด และยืนยันว่า รัฐพร้อมให้การสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป และขอเชิญชวนให้ประชาชนมาช่วยซื้อสินค้าโอทอป เพื่อช่วยสร้างร้ายได้ให้กับชนบท และเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดงานนายกรัฐมนตรีได้เดินชมบูธต่างๆ ภายในงาน อาทิ การทอผ้า , ตีมีด นอกจากนี้ ยังได้รับมอบมีดดาบอรัญญิกที่มีการสลักชื่อ นายกรัฐมนตรีและชื่องานคู่กัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าระห่างเดินชมงานกลุ่มทอผ้าได้มอบผ้าขาวม้าผืนใหญ่มีรอยปะตกอยู่ตรงกลาง ที่มีข้อความว่า "พรรคประชาธิปัตย์ รูปหัวใจ พรรคภูมิใจไทย" อยู่ 2 ข้าง เพื่อให้นายกรัฐมนตรี และนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล รมว.มหาดไทย ตัดแบ่งกันคนละผืน ซึ่งเมื่อตัดแบ่งเสร็จ นายกรัฐมนตรีได้พูดแซว นายชวรัตน์ ว่าประชาธิปัตย์รักภูมิใจไทย และไม่รู้ว่าภมิใจไทยรักประชาธิปัตย์หรือเปล่า" นาย ชวรัตน์ ตอบว่า " รัก 100%"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเปิดและชมงานโอทอป นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากเมืองทองทันที โดยนายกฯ ได้เดินทางมารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นกับครอบครัว ที่ร้านนิปปอน เทอิ ที่อาคารเพสสิเด้นท์ ทาวเวอร์