ข่าว

ถล่มจุดตรวจตากใบทหารดับ2อส.-ตร.เจ็บ3

ถล่มจุดตรวจตากใบทหารดับ2อส.-ตร.เจ็บ3

23 ส.ค. 2552

คนร้ายใช้รถกระบะ 2 คัน ถล่มถล่มจุดตรวจอ.ตากใบ ทหารเสียชีวิต 2 นาย ตร.-อส.บาดเจ็บ 3 เผยดูต้นทางก่อนลงมือ อภิสิทเชื่อกม.ใหม่แก้ไขปัญหาไฟใต้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

 เมื่อเวลาประมาณ 04.26 น. วันที่ 23 ส.ค. 52 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามกราดยิงใส่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณจุดตรวจ 3 แยก ยูงทอง หมู่ 3 ต.เจ๊ะแห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่จึงกำลังเข้าเวรยามอยู่ในป้อมจุดตรวจได้ยิงตอบโต้จึงเกิดการยิงปะทะกันขึ้นนานกว่า 10 นาที คนร้ายจึงได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

              หลังเสียงปืนสงบ พบว่ามีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ4นายเสียชีวิต 1นาย โดยแยกเป็น ทหารเสียชีวิต 1นาย คือส.อ.พิชิตชัย ภาดี สังกัด ชุด ฉก.นราธิวาสที่ 36 และบาดเจ็บ 2 นาย คือ 1.จ.ส.อ.อภิวัฒน์ พหรมวงศ์ป้อ สังกัดเดียวกัน, 2.พลทหารจำลอง คงดวงดี สังกัดเดียวกัน ในขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ บาดเจ็บ 1 นายคือ ส.ต.ท.ประกิต แก้วรักษา อายุ 32 ปี สังกัด สภ.ตากใบ และเจ้าหน้าที่ อส.บาดเจ็บอีก 1นาย คือ อส.อับดุลมานัด นิมุ อายุ 28 ปี สังกัด อส.อ.ตากใบ ถูกนำตัวมารักษาที่ รพ.ตากใบแต่เนื่องจากอาการสาหัสถูกส่งตัวมารักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

                โดยพฤติกรรมของคนร้าย ได้ใช้รถยนต์กระบะจำนวน 2 คันเป็นยานพาหนะ โดยคัดแรกได้ขับมาจอดก่อนจะถึงป้อมจุดตรวจเพื่อดูต้นทาง ซึ่งห่างจากป้องจุดตรวจ 5 เมตร จากนั้นคันที่ 2 ได้วิ่งตามมาถึงบริเวณป้อมจุดตรวจซึ่งเป็นจุดตรวจร่วมกำลัง 3 ฝ่าย มีตำรวจ 2 นาย,ทหาร 4 นายและฝ่ายปกครอง 1 นาย
    
           เมื่อรถยนต์กะบะคันที่ 2 มาถึง เจ้าหน้าที่ทหารได้เรียกขอตรวจรถ คนร้ายซึ่งมีประมาณ 8 คน นั่งอยู่ในกะบะหลัง ได้ใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงถล่มใส่เจ้าหน้าที่ทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ยิงตอบโต้ทันที จึงการการปะทะกันอย่างดุเดือน นานกว่า 10 นาที คนร้ายจึงขับรถยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บส่ง รพ.ตากใบ

                ต่อมาพ.ต.อ.จักรพร แท่นทอง ผกก.สภ.ตากใบ พ.ท.ศราวุธ ชัชสิทธิ์ ผบ.ฉก.นราธิวาสที่ 37 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 100 นาย เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน อาก้าและเอ็ม 16 ตกอยู่ในที่เกิดเหตุกว่า 50 ปลอก รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายหลายคัน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับกระจายกำลังกันออกติดตามไล่ล่าคนร้ายทันที

              นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวมารักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาคือพลทหารจำลอง คงดวงดี อายุ 22 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 นายอาการยังน่าเป็นห่วงแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

อภิสิทเชื่อกม.ใหม่แก้ไขปัญหาไฟใต้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" กล่าวถึงปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ว่า การประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่าน ได้อนุมัติกฎหมายเพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมของสภาฯ ในสมัยที่ประชุมนี้ โดยกฎหมายดังกล่าวนี้จะเป็นการปรับกลไกองค์กรที่จะเข้ามาดูแลรับผิดชอบแก้ไขปัญหาในภาคใต้ เรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้ตนขอยืนยันว่าจะให้เจ้าหน้าที่ และงานด้านความมั่นคงเพียงอย่างเดียว เราจำเป็นจะต้องเอาเรื่องการพัฒนา และความยุติธรรมเข้าไปนำหน้าในการแก้ไขปัญหา ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคใต้จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวนี้ จะมีสภาความมั่นคงเข้ามาดูแลในการจัดทำแผน และมีการทบทวนกันในทุกๆ 5 ปี จากนั้นจะต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ โดยกรรมการชุดดังกล่าวนี้จะมีนายกฯเป็นประธาน และมีฝ่ายเลขาธิการ ที่เป็นศูนย์ หรือสำนักงาน ซึ่งศูนย์หรือสำนกงานดังกล่าวนี้จะเป็นการยกระดับศอ.บต.ขึ้นมา โดยให้หน่วยงานดังกล่าวนี้จะต้องขึ้นตรงกับนายกฯ และคนที่เข้ามาดูแลจะมีการยกระดับเทียบเท่าปลัดกระทรวง

 " สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในเวลานี้ ผมยืนยันว่ารัฐบาลต้องการที่จะทำงานในการแก้ไขปัญหาภาคใต้มีความเป็นเอกภาพให้มากยิ่งขึ้น มีความเชื่อมโยงกับฝ่ายนโยบาย และฝ่ายการเมือง ที่จะต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจะต้องดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ผมคิดว่าแนวที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่จะเป็นแนวทางที่มีความถูกต้อง " นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนทุกคนว่า อย่างไปวิตกกังวลเกี่ยวกับข่าวที่เกี่ยวกับการเมือง และการบริหารของรัฐบาล ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น สำหรับตมมองเป็นเรื่องธรรมดา และตนขอย้ำว่าทุกปัญหามีทางออก และตราบเท่าที่ตนยังนั่งบริหารงานอยู่ตรงนี้ ตนมีความมั่นใจว่าบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ตามที่ตนได้เคยให้ความมั่นสัญญา และนโยบายเอาไว้ เพราะในสุดที่สุดแล้ว ตนจะต้องเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดชอบสูงสุดกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน