
หรือจะถึงทางตัน?
คอลัมน์ ขมน้ำตาลหวานบอระเพ็ด โดย....พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
โลกที่พัฒนาก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวัตถุ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นมากมายทั้งต่อสิ่งมีชีวิต, สิ่งแวดล้อมและชุมชนทั่วทั้งโลก ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดเกิดจากการบริโภคของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคทางตรงคือกินหรือรับเข้าไปในร่างกาย และบริโภคทางอ้อมด้วยการใช้งานในรูปแบบต่างๆ เช่น การขุดเจาะเอาน้ำมันดิบขึ้นมาทำเชื้อเพลิง, การตัดต้นไม้เพื่อนำมาใช้งานทำเป็นที่อยู่อาศัยหรือเครื่องมือต่างๆ, การผลิตหรือประดิษฐ์สิ่งของที่ทำลายธรรมชาติและชั้นบรรยากาศโดยรวม เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาในเรื่องของพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนสิ่งประดิษฐ์ และขยะตกค้างจากการบริโภคทุกด้าน
พลังงานที่กำลังเติบโตและเป็นที่ต้องการของคนทั้งโลกมากที่สุดในเวลานี้คือ ไฟฟ้า เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่มนุษย์ใช้ทั้งหมด ล้วนแต่ต้องการไฟฟ้ามาเป็นพลังงานสำหรับขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ เหล่านั้นมากที่สุด หากขาดพลังงานไฟฟ้าจะทำให้การสื่อสารเป็นอัมพาต และความเป็นอยู่ของมนุษย์ในโลกนี้จะต้องอยู่กันอย่างลำบากแร้นแค้นมากที่สุด เครื่องใช้ภายในบ้านทุกชนิดจะไม่สามารถทำงานได้ นี่คือความสำคัญของไฟฟ้าที่มีต่อมวลมนุษยชาติในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นชาติที่พัฒนาแล้วทั้งหลายจึงให้ความสำคัญกับการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างมาก
กระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่ซึ่งผลิตกันได้ในทุกวันนี้ ล้วนต้องอาศัยพึ่งพาเชื้อเพลิงชนิดอื่นมาเป็นกำลังสำคัญในการผลิตทั้งสิ้น เช่น พลังน้ำ, ถ่านหิน, น้ำมัน, แก๊ส, พลังงานนิวเคลียร์ เป็นต้น โดยที่เชื้อเพลิงแต่ละชนิดต่างมีข้อดีและข้อด้อยต่างกันออกไป แต่ทุกชาติล้วนพยายามหาทางลบข้อด้อยลงให้มากที่สุด และทำใจยอมรับได้ในระดับหนึ่งหากเห็นว่ามีข้อดีมากกว่าข้อด้อย ในขณะที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยราวกับเดินมาถึงทางตันในเรื่องพลังงานไฟฟ้า เพราะไม่ว่าจะเสนอแผนการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีการใดๆ ก็ล้วนแต่มีการออกมาคัดค้านชนิดยอมหักไม่ยอมงอเกิดขึ้นทุกทาง บางโครงการเริ่มต้นมานานหลายสิบปีแล้วกลับต้องมาล้มเลิกเพราะโดนคัดค้าน
เช่นเดียวกันกับปัญหาขยะที่เกิดจากการบริโภคของมนุษย์ที่มีปริมาณสะสมมากขึ้นทุกวัน เพราะไม่มีชุมชนใดอยากให้สถานที่กำจัดขยะไปอยู่ใกล้ชุมชนของตนเอง แม้ว่าจะมีการเสนอแผนการอย่างรัดกุมเกี่ยวกับการควบคุมกลิ่นและมลพิษต่างๆ ที่มาจากขยะ ก็จะมีกลุ่มคนที่เห็นต่างและมองค้านว่าขยะคือสิ่งเน่าเหม็นที่ไม่สามารถควบคุมมลภาวะได้ ทั้งที่ในหลายประเทศได้แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า มีเทคโนโลยีการกำจัดขยะที่โดดเด่นและลบจุดด้อยทั้งหลายไปได้แล้วก็ตาม แต่ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับโรงกำจัดขยะและบ่อทิ้งขยะแบบดั้งเดิม ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ตามมาหลอกหลอนให้คนจำนวนไม่น้อยเกิดความกลัวต่อขยะอยู่ต่อไป
การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและการขยายตัวของอุตสาหกรรม เป็นสิ่งที่ทำให้มีการใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังงานไฟฟ้า และในเวลาเดียวกันก็เป็นการทำให้มีขยะเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย หากประเทศไทยไม่สามารถฝ่าทางตันเรื่องปัญหาของการผลิตกระแสไฟฟ้า และไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการกำจัดและสถานที่เก็บขยะระหว่างรอการกำจัดได้ นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศแล้ว จะส่งผลถึงปัญหาของภาคอุตสาหกรรมการผลิตโดยรวม รวมถึงความเป็นอยู่ในด้านการดำรงชีวิตประจำวันของผู้คนก็ย่อมได้รับผลกระทบด้านลบตามไปด้วย
วิธีการแก้ปัญหาขยะและไฟฟ้าในประเทศไทยนั้น อยู่ที่ทุกฝ่ายต้องเปิดใจยอมรับจุดอ่อนและจุดแข็งของการผลิตกระแสไฟฟ้าแต่ละประเภท แล้วเลือกสิ่งที่เป็นประโยชน์มากที่สุดส่งผลที่เป็นโทษน้อยที่สุดมาใช้งาน เช่นเดียวกันกับปัญหาเรื่องขยะที่ต้องเร่งลงมือหาข้อสรุปก่อนที่จะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาอีกมาก
สิ่งสำคัญคือต้องให้คนในแต่ละชุมชนที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตัดสินใจเอง คนนอกต้องถอยห่างออกมาอยู่นอกวงเจรจา สิ่งที่ทำได้สำหรับคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ชุมชนที่เกี่ยวข้องก็คือ ป้อนข้อมูลที่ตนเองคิดว่ามีความจริงมากที่สุดให้คนในชุมชนรับรู้ ส่วนเมื่อรับรู้แล้วเสียงส่วนใหญ่ของชุมชนนั้นๆ จะตัดสินใจไปทิศทางใด ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจนั้นเป็นที่สิ้นสุด โลกทุกวันนี้ไม่ต้องกลัวเรื่องข้อเท็จจริงอีกต่อไปเพราะสามารถหาข้อมูลได้ง่ายและกว้างขวาง เช่นกันกับเรื่องข้ออ้างที่เคยเกิดขึ้นมาเช่นการข่มขู่ใดๆ ก็ดีนั้น
โลกวันนี้คนที่ถูกกระทำสามารถนำมาบอกกับคนในโลกกว้างได้ง่าย, สะดวกและทำได้ทุกเวลา ถ้าเราคิดถึงแต่การเอาชนะคะคานกันโดยไม่ฟังเหตุผลจากฝ่ายที่เห็นต่าง ไม่ยอมรับการเจรจาให้เป็นที่สิ้นสุดได้ เราก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้นตรงจุดที่สิ้นสุดทางเดินซึ่งเป็นทางตันของปัญหาครับ



