
เสื้อแดงปัดปาบึ้มใส่เสื้อเหลืองเชียงใหม่
เชียงใหม่เดือด ปาระเบิดใส่กลางงานบุญเสื้อเหลือง ควงไม้หน้าสาม หนังสติ๊ก ก้อนหิน ไล่ยิง-ไล่ตี ด้านหญิงวัย 60 ปีโดดกำแพงหนีตกลงมาขาหัก ตร.เร่งหาภาพวงจรปิดล่าตัวคนร้าย แกนนำเสื้อแดงโบ้ยไม่เกี่ยวถล่มเสื้อเหลือง "ผบ.ทบ." ไม่วิตกเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ 30 ส.ค.เผย
เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย โดยเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ขณะที่กลุ่มข้าราชการบำนาญและพ่อค้า ประชาชนกว่า 300 คน รวมตัวกันในนามของกลุ่ม "เฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว" กำลังประกอบพิธีทำบุญเปิด "ศูนย์เฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว" บริเวณอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 133 ถนนกองทราย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีรถตู้สีดำ ใช้แผ่นผ้าปิดทับป้ายทะเบียนรถ และรถกระบะ สีน้ำเงิน ด้านหลังกระบะติดตั้งคอกเหล็ก มีลำโพงขนาดใหญ่อยู่ด้านใน ขับมาจอดด้านหน้าโรงพยาบาลหมอวงศ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นมีชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน สวมเสื้อสีดำและสวมผ้าโพกศีรษะอำพรางใบหน้า ได้วิ่งกรูลงมาจากรถ
จากนั้นได้ใช้หนังสะติ๊กยิงลูกระเบิดแบบทำเองและก้อนหิน เข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังร่วมพิธี ก่อนจะถือไม้หน้าสามวิ่งเข้ามาทุบกระจกของอาคารหลังดังกล่าว ทุ่มกระถางต้นไม้ และบุกทุบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บษ 9225 เชียงใหม่ จนกระจกด้านหน้าแตกเสียหาย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้สมาชิกกลุ่มเฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเพิ่งจะเสร็จสิ้นการทำบุญเลี้ยงเพลพระ และกำลังจะร่วมรับประทานอาหาร ต่างตกใจและพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปคนละทิศลงทาง เนื่องจากกลุ่มชายฉกรรจ์ต่างใช้ไม้ไล่ทุบตี โดยในจำนวนนี้มีนางวิภาวัลย์ ใจอินทร์ อายุ 56 ปี กระโดดปีนกำแพงหนีตาย และตกลงมาจนทำให้ข้อเท้าขวาหัก พลเมืองดีได้ช่วยกันนำส่งรักษาโรงพยาบาล ล่าสุดอาการปลอดภัย ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว หลังก่อเหตุได้ขึ้นรถหลบหนีไปอย่างใจเย็น
นายเกื้อกูล ยอดคำ เลขาธิการกลุ่มเฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว กล่าวว่า กลุ่มเฮาฮักพระเจ้าอยู่หัว เป็นการรวมตัวของข้าราชการ นักธุรกิจ พ่อค้าประชาชนใน จ.เชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรม เพื่อเทิดทูนสถาบันและต่อต้านการทุจริต โดยก่อนเกิดเหตุเพียง 10 นาที ได้มีสมาชิกบางคนมาแจ้งว่า จะมีกลุ่มเสื้อแดงมาทำร้าย แต่ไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้นเพราะเป็นงานบุญ จึงไม่ได้สนใจอะไร จนกระทั่งมาเกิดเหตุครั้งนี้ขึ้น สำหรับสาเหตุนั้น คาดว่าจะมาจากกลุ่มคนบางกลุ่มที่ไม่พอใจ และต้องการประกาศศักดาในพื้นที่ ซึ่งตนก็รู้ว่าเป็นกลุ่มไหน แต่จะให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อักษร วงษ์ใหญ่ ผกก.สภ.แม่ปิง พร้อมด้วย พ.ต.ท.อิทธิรัชต์ แสนปัญญา พนักงานสอบสวนเวร และตำรวจวิทยาการที่ 32 ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยพบหลักฐานสำคัญ เป็นระเบิดประกอบจากท่อพลาสล่อน ขนาดเส้นผ้าศูนย์กลางประมาณ 3 นิ้ว ซึ่งถูกขว้างเข้าไปในศูนย์ดังกล่าวแต่ไม่ระเบิด ส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการ ได้กำลังนำไปตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน ส่วนระเบิดชนิดอื่นๆ ที่นำมาใช้ครั้งนี้ พบว่าเป็นระเบิดปิงปองเป็นส่วนใหญ่
ส่วนการสืบหาตัวคนร้าย พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย พยานแวดล้อม รวมถึงติดตามหากล้องวงจรปิดในบริเวณดังกล่าว เพื่อหาเบาะแสรูปพรรณคนร้าย และลักษณะป้ายทะเบียนของรถที่ใช้ก่อเหตุแล้ว
พ.ต.อ.อักษรกล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ เพราะก่อเหตุตอนกลางวันในสถานที่ชุมชน ซึ่งจะกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบหาและติดตามจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
รายงานแจ้งว่า ในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ สถานีวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ออกอากาศปลุกระดมเชิญชวนสมาชิกให้รวมตัวกัน โดยขอความร่วมมืองดใส่เสื้อสีแดง ก่อนจะมาเกิดเหตุขึ้นในช่วงบ่าย
ด้าน น.ส.กัญญาภัคร มณีจักร หรือ ดีเจอ้อม แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งเป็นกลุ่มเสื้อแดงในจ.เชียงใหม่ ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า กลุ่มพันธมิตรหรือคนเสื้อเหลืองที่จัดงานหรือเคลื่อนไหวใน จ.เชียงใหม่ เป็นคนกลุ่มน้อย ซึ่งกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ไม่ได้ให้ความสำคัญและไม่ได้อยู่ในสายตา แต่เรามีศัตรูและเป้าหมายหลัก คือ การต่อต้านรัฐบาล ที่สำคัญในตอนนี้กลุ่มเสื้อแดงเชียงใหม่กำลังลังเตรียมงานใหญ่ คือการระดมคนเดินทางไปร่วมสมทบเพื่อต่อต้านรัฐบาล ที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในวันที่ 30 สิงหาคมนี้
นายกฯเตือนแดงอย่าทำชาติวุ่นวาย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงนัดแต่งชุดดำ ในวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่า อยากให้แต่ละคนดูถึงความเหมาะสมของสิ่งต่างๆ ขณะนี้เราอยากให้บ้านเมืองมีความสงบ การแสดงจุดยืนทางการเมืองถ้าอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมก็จะดีที่สุด อย่าไปทำอะไรที่ไปทำให้เกิดความรู้สึกขึ้นมา เพราะฝ่ายหนึ่งทำอีกฝ่ายก็ต้องรู้สึก จากนั้นก็จะทำให้บ้านเมืองมีปัญหา ซึ่งไม่มีฝ่ายไหนได้ประโยชน์ทุกฝ่ายเสียประโยชน์ทั้งหมด ประชาชนเดือดร้อนจากสภาพความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ส่วนที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศเคลื่อนไหวมาชุมนุมที่ทำเนียบในวันที่ 30 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กำลังให้ฝ่ายความมั่นคงเตรียมแผนอยู่ ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่าเป็นห่วงทุกครั้ง เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายและอยากเดินหน้าแก้ปัญหามากกว่า แต่เมื่อมีคนบอกว่าต้องการใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเราไปห้ามเขาไม่ได้ แต่ถ้าเกินเลยก็ต้องจัดการเพราะถือเป็นปัญหาสำหรับบ้านเมือง ตนอยากบอกให้ประชาชนทราบว่าถ้าเป็นเจตนาที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองก็เท่ากับเขากำลังทำร้ายประชาชนส่วนใหญ่
ผบ.ทบ.ไม่สนนัดชุมนุมใหญ่ 30 ส.ค.
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวก่อนออกเดินทางไปร่วมการประชุมผู้บัญชาการทหารบกภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ที่ประเทศญี่ปุ่น ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ว่า ไม่ได้สั่งการใดๆ เป็นพิเศษ ทุกอย่างปกติเหมือนที่เคยดำเนินการ เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย ทหารเป็นเพียงผู้สนับสนุน ซึ่งได้มอบหมายให้รองผู้บัญชาการทหารดูแลแทนแล้ว แต่เชื่อว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง
ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงนัดหมายแต่งชุดดำในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 89 ปีของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นั้น ผู้บัญชาการทหารบกกล่าวว่า ควรไปถามคนเสื้อแดงเอง ส่วนตัวได้เข้าไปอวยพรที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์แล้ว ซึ่งพล.อ.เปรมไม่ได้ฝากฝังอะไรเป็นพิเศษ
มทภ.1 เตือนแดงคำนึงอะไรควรทำ
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า การนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนั้นเชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคงดูแลได้ คิดว่าไม่น่าจะเกิดความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม อยากให้กลุ่มเสื้อแดงได้กลับไปคิดทบทวนว่า การใส่ชุดดำและถือดอกไม้จันทน์ไปชุมนุมหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่านนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควร
"ท่านเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง และท่านทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศอย่างมากมาย อยากให้ตระหนักถึงตรงนี้ให้มาก" แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าว
ในส่วนการรักษาความปลอดภัยหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ของพล.อ.เปรม นั้น พล.ท.คณิตกล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ด้าน พล.อ.พงษ์เทพ เทศประทีป อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและนายทหารใกล้ชิด พล.อ.เปรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะแต่งดำในวันคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรม ว่า ทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำเพราะพล.อ.เปรม เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง
เมื่อถามว่า อยากจะเตือนสติคนเสื้อแดงหรือไม่ พล.อ.พงษ์เทพกล่าวว่า “คนกลุ่มนี้ใครเตือนเขาได้บ้างล่ะ ไม่มี จะให้ผมเตือนนะเตือนได้ แต่เขาคงไม่ฟังผมหรอก บ้านเมืองเรายุคนี้สมัยนี้มีอะไรแปลกๆ เยอะ สิ่งที่ไม่เคยมีก็กลับมี วันเกิดผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองก็ชักชวนกันแต่งชุดดำ โดยไม่ได้คำนึงว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ผมไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก พูดไปก็เท่านั้น ให้กฎหมายของบ้านเมืองจัดการน่าจะดีกว่า”
มท.เตรียมพร้อมป้องกันเหตุรุนแรง
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นปช.หรือกลุ่มเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุม เพื่อเป็นการขับไล่รัฐบาล โดยจะเคลื่อนขบวนจากลานพระบรมรูปทรงม้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม นี้ว่า อยากจะเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยความหวังดี ว่าอย่างสร้างสถานการณ์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยก็ได้เตรียมวิธีการป้องกันเหตุรุนแรง และทำความเข้าใจต่อประชาชน ตามปกติอย่างที่เคยปฏิบัติมาภายใต้ระบอบประชาธิปไตย และการชุมนุมจะต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะแต่งชุดดำในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม นั้น นายชวรัตน์กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ก็แต่งดำบางทีมันก็เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่ง”
ปธ.วุฒิฯแนะเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหว
ด้านนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อยื่นฎีกาเสร็จสิ้นลงแล้ว กลุ่มเสื้อแดงน่าจะหยุด ไม่ควรดำเนินการอะไรในตอนนี้ อยากให้รอรัฐบาลปรับปรุงและแก้ปัญหาที่กลุ่มเสื้อแดงเสนอไปให้เรียบร้อยก่อน
กลุ่มลูกป๋าสงขลานัดแต่งขาว26ส.ค.
นายอุทิศ ชูช่วย แกนนำกลุ่มชาวสงขลารัก พล.อ.เปรม และอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงนัดรวมพลตรงกับวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.เปรม ว่า ไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดงจะทำกิจกรรมอย่างไร โดยเฉพาะจะมีการแต่งชุดดำนั้น ในฐานะคนสงขลาที่รักและศรัทธา พล.อ.เปรมจะไม่ตอบโต้อะไร ให้หลงทาง เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย โดยกลุ่มชาวสงขลารัก พล.อ.เปรมจะร่วมกันเข้าวัดทำบุญทำกุศล ส่วนเวลานี้มองว่าควรให้โอกาสรัฐบาลทำงานแก้ปัญหาของประเทศ รวมทั้งอยากให้ทุกคนตระหนักและหนักแน่นในการรักสามัคคีกันให้มากขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของประชาชนชาวสงขลาเตรียมร่วมรณรงค์เพื่อแสดงความรักและศรัทธาต่อ พล.อ.เปรม ด้วยการหยุดและหันมาสวมเสื้อสีขาวในวันที่ 26 สิงหาคมนี้
"บรรณวิทย์"จวกมาร์คไร้ภาวะผู้นำ
พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ถึงกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงเตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ โดยเฉพาะการแต่งกายชุดดำเพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้แก่ พล.อ.เปรม ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงให้ได้ ทั้งที่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ เพราะธรรมเนียมของคนไทยการแต่งกายชุดสีดำ เป็นการบ่งบอกที่ใช้กันในงานพิธีศพ หรือไว้ทุกข์ ดังนั้น จึงไม่สมควรทำ และไม่ควรใส่
เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะยืดเยื้อ จนทำให้เกิดสถานการณ์รุนแรงบานปลายออกไป พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าวว่า เหตุการณ์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรอะไร เพราะปัญหาตอนนี้ อยู่ที่รัฐบาลในการบริหารประเทศเท่านั้น ตอนนี้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด ก็จะไม่มีอำนาจที่แท้จริงอยู่ในมือ สถานการณ์บ้านเมืองก็จะอยู่ไปแบบนี้ แก้ไขปัญหาไม่ได้ สุดท้ายประเทศชาติก็จะยิ่งแย่และเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะไม่รู้ว่าขณะนี้ใครคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง
พล.ร.อ.บรรณวิทย์กล่าวว่า อยากถามว่า ตอนนี้เกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของนายกรัฐมนตรีอยู่ที่ไหน ตอนนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีเพียงในนามคนอื่น เป็นถึงนายกรัฐมนตรีทำไมต้องไปล็อบบี้ตามบ้านเลขาธิการพรรค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี วิ่งไปหาทำไม วันนี้อยากจะรู้ว่าประชาชนอยู่อย่างไร ถ้าวันนี้ประเทศไทยมีผู้นำไม่เข้มแข็งเด็ดขาด และไม่สามารถบริหารประเทศชาติได้ การทุจริตคอรัปชั่นก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ม็อบแดงชัยภูมิโห่ไล่"กอร์ปศักดิ์"
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมเกษตรกรพร้อมชี้แจงนโยบายรัฐบาล ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร ชาวไร่มันสำปะหลัง ข้าวและข้าวโพด ณ โรงเรียนนายางกลักพิทยาคม ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ โดยมีนายถาวร พรหมมีชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วยพล.ต.ต.เดชา ชวยบุญชุม ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ และนายพุฒิพงษ์ สงวนวงศ์ชัยภูมิ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ต้อนรับ
จากนั้นเวลา 13.00 น.เดินทางมอบนโยบายต่อที่มูลนิธิเมตตาการกุศล บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ เพื่อประชุมร่วมกับเกษตรกรอีกกว่า 3,000 คน ก่อนเดินทางมาถึงทางเข้าประตูมูลนิธิ ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิกว่า 100 คน พากันเดินทางมาชุมนุมเปิดเวทีโจมตีการทำงานของรัฐบาลและโห่ร้องขับไล่คณะติดตามรองนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมาถึง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจและอส.รวมกว่า 4 กองร้อย พร้อมชุดควบคุมฝูงชนสกัดไม่ให้เข้าไปภายในพื้นที่จัดประชุมได้ โดยไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
"แม้ว"นัดแฟนคลับกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ
เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ @thaksinlive ระบุว่า “วันจันทร์ที่ 24 ส.ค. ตอนเที่ยง ขอเชิญพี่น้องทวิตเตอร์มาทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันกับผม ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวดงมูลเหล็ก พระราม 7 จะได้คุยกันนะครับ”
สั่งสอบรายการนายกฯเดี้ยงรอบ 2
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ช่อง 11 ได้แจ้งข้อความผ่านหน้าจอโทรทัศน์ของสถานี ว่า ได้เกิดปัญหาการสื่อสารขัดข้อง ไม่สามารถที่จะถ่ายทอดสดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ซึ่งปกติจะออกอากาศเวลา 09.00-10.00 น.และขอให้ติดตามเทปบันทึกภาพได้ในเวลา 11.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดเวลาเดิมในช่วงเช้าของวันที่ 23 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปยังอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เพื่อจัดรายการสด "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ที่มีกำหนดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท. 11) และเปิดงานโอท็อป มิดเยียร์ 2009 ไปพร้อมกัน แต่เนื่องจากเกิดปัญหาขัดข้องขึ้น จึงทำให้ต้องบันทึกเทปรายการไว้และนำมาออกอากาศในเวลา 11.00 น.แทน
ด้านนายสาทิตย์? วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการสอบถามผู้อำนวยการช่อง 11 พบว่า สัญญาณดาวเทียมที่ยิงขึ้นไปมีปัญหา ซึ่งกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ และจะตั้งกรรมการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาคนผิด โดยต้องปรึกษากับอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ก่อนว่า จะสอบใครบ้าง เนื่องจากเป็นเหตุขัดข้องครั้งที่สอง ซึ่งในครั้งแรกได้ดำเนินการกับผู้กระทำผิดแล้ว และสั่งให้เตรียมแผนฉุกเฉินรองรับไว้แล้ว แต่กลับใช้ไม่ได้ จนทำให้เกิดเหตุขัดข้องขึ้นมาอีก
ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้บันทึกเทปรายการทั้งหมดแล้ว โดยเนื้อหาช่วงแรกจะเป็นการชี้แจงเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ การปรับโครงสร้างใหม่ในภาคใต้ การปฏิรูปการศึกษา น้ำมัน และสลากแพง ส่วนช่วงที่สอง จะเป็นช่วงเปิดงานโอท็อป โดยมี "น้าเน็ก" เกตุเสพสวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา พิธีกร ฝีปากกล้าชื่อดังมาเป็นผู้ดำเนินรายการ สำหรับสาเหตุการขัดข้องกำลังตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าเป็นเรื่องของสัญญาณดาวเทียมขัดข้อง
พท.ยื่นป.ป.ช.สอบงาบหัวคิวแรงงาน
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนจะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สอบสวน รมว.แรงงาน และอธิบดีกรมการจัดหางาน ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เนื่องจากได้รับการร้องเรียนว่ามีการกระทำส่อไปในทางทุจริตในกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตั้งแต่การออกประกาศสนับสนุนจัดส่งคนงานไปทำงานในประเทศแคนาดา โดยผู้สนใจต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 3 แสนบาท ทั้งที่มีบริษัทได้รับอนุญาตดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่ารักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน เลือกรับค่าตอบแทนแบบเหมาจ่าย ตามข้อบังคับของกระทรวงการคลังแล้ว ยังใช้รถและคนขับรถประจำตำแหน่งอีก ซึ่งถือว่าผิดวินัยและส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ซึ่งปลัดและรมว.แรงงาน ทราบเรื่องแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการ อีกทั้งยังพบว่ามีการอนุมัติใช้งบลับเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวเดือนละ 1 ล้านบาท ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นด้วย
ยื่นนายกฯเร่งคดีพธม.ยึดทำเนียบ
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกด้วยว่า ในวันอังคารที่ 25 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี ตนจะเดินทางไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อให้เร่งดำเนินการในคดีที่กลุ่มพันธมิตรฯ บุกยึดทำเนียบรัฐบาล รวมถึงบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองด้วย ซึ่งที่ผ่านมายังมีความล่าช้าและไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อ พล.ต.ท.วุฒิ พัวเวส ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว ให้เร่งรัดคดีด้วยเช่นกัน ซึ่งหากยังไม่มีความคืบหน้าอีกจะเดินทางไปยื่นฟ้องต่อ ป.ป.ช.กรณีนายกรัฐมนตรีและพล.ต.ท.วุฒิ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
ปชป.แฉคนใกล้ชิดแม้วเอี่ยวพอเพียง
นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการชุมชนพอเพียงว่า โครงการชุมชนพอเพียงได้มีคนที่สังคมให้ความไว้วางใจเข้ามาดูแลคือ นายมีชัย วีระไวทยะ เข้ารับตำแหน่งประธานบริหารโครงการชุมชนพอเพียง แทนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อย่างไรก็ตามการทุจริตต่างๆ ในโครงการก็ได้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าคนในพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่พบ
“พรรคพบว่าโครงการทุจริตที่เราได้เปิดเผยมาก่อนหน้านี้ว่าคือบริษัทผลิตปุ๋ยชื่อย่อว่า “ฟ.กับ ท.” ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่ขายปุ๋ยอินทรีย์และมีผู้ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีชื่อย่อ “ช.” ให้การสนับสนุน ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำส่ง สตง.ด้วย คิดว่ากรณีชุมชนพอเพียงจะค้นพบคนทำผิดจริงจะได้ตรวจสอบเรื่องทุจริตว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่โครงการต่างๆ ก็ขอให้คงอยู่” นายสาทิตย์กล่าว
นายกฯยันไม่เพิกเฉยข้อมูลทุจริต
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า พบการทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียงอีก ว่า ข้อมูลการทุจริตสามารถส่งมาให้ตนได้ตลอด เพราะเราไม่ได้เพิกเฉย
เมื่อถามว่านายเจริญ คันธวงศ์ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน พรรคประชาธิปัตย์ ได้รายงานผลการสอบสวนมาบ้างหรือยัง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้รายงานด้วยวาจา ซึ่งคงจะส่งเรื่องเป็นลายลักษณ์อักษรมาแล้วแต่บังเอิญว่าเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตนไม่อยู่
เมื่อถามว่าจะจัดการกับ ส.ข.และสมาชิกพรรคทั้ง 4 คนที่มีส่วนพัวพันกับการทุจริตอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนกำลังรอดูผลสอบเพราะจะต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคตามข้อบังคับพรรค
เมื่อถามว่าโทษถึงขั้นขับออกจากพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่ากรรมการบริหารพรรคจะเห็นอย่างไร
เพื่อไทยขู่เปิดชื่อนักการเมืองมีเอี่ยว
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในชุมชนหมู่บ้านอยู่เจริญ ซอยอินทามระ 11 ย่านดินแดง ว่ามีการทุจริตจริง โดยชาวบ้านได้รับตู้น้ำพลังงานแสงอาทิตย์ มูลค่า 2 แสนบาท แทนที่จะเป็นโคมไฟส่องสว่างทางเดิน มูลค่า 1.5 แสนบาท ตามที่ได้ขอไว้ ทำให้งบประมาณหายไปประมาณ 5 หมื่นบาท น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่เคยแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง ล่าสุด พบการทุจริตที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และในสัปดาห์หน้าพรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่ตรวจสอบ และเปิดเผยรายชื่อนักการเมืองระดับชาติ และข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
กองปราบเผยพบทุจริตพอเพียง
พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยว่า หลังจากได้รับการร้องเรียนได้ส่งพนักงานสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ชัยนาท และมหาสารคาม ซึ่งพบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นจริง และมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน เบื้องต้นยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ แต่วันที่ 24 สิงหาคมนี้ จะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อติดตามความคืบหน้า และวางแนวทางการทำงานก่อนจะรายงานผลการตรวจสอบให้ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางต่อไป
เล็งตั้งป.ป.ช.กทม.สอบทุจริตภายใน
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมตั้งคณะกรรมการป้องกันและตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารราชการกรุงเทพฯ ขึ้นภายในสัปดาห์นี้ ภายหลังจากที่ กทม.ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาระบุว่า กทม.เกิดการทุจริตในหลายโครงการ ทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรเสียหายอย่างมาก อีกทั้งทำให้ข้าราชการ กทม.เสียขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
โฆษก กทม.กล่าวว่า บุคคลที่จะเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้อยู่ระหว่างการทาบทามจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในสังคม มีความซื่อสัตย์ โปร่งใส ที่สำคัญเคยผ่านงานด้านการตรวจสอบ เช่น อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตข้าราชการที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เข้าในเรื่องของอาญาแผ่นดิน เป็นต้น
นายธราดล กล่าวอีกว่า สำหรับคณะกรรมการชุดดังกล่าวจะเป็นคนนอกเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีที่มีการร้องเรียนว่าโครงการของ กทม.เกิดการทุจริต หรือเพียงแค่มีกระแสข่าวว่าเกิดการทุจริตขึ้น คณะกรรมการก็จะดำเนินการตรวจสอบทันทีโดยจะเน้นโครงการขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณดำเนินการจำนวนมาก ที่สำคัญเพื่อเป็นการตรวจสอบกันเองก่อนที่จะให้องค์กรอื่นเข้ามาตรวจสอบ เนื่องจากที่ผ่านมาหลายโครงการของ กทม.เกิดความล่าช้า หลายโครงการต้องชะลอออกไปเพราะถูกองค์กรอื่นตรวจสอบ สร้างความเสียหายให้องค์กรอย่างมาก ทั้งนี้ หากโครงการใดถูกร้องขึ้นมาว่ามีการทุจริต และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีมูล ก็จะส่งเรื่องให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พิจารณาเพื่อเอาผิดทางวินัยต่อไป และหากพบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นอยู่ในระดับที่รุนแรง ก็จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.พิจารณาเพื่อดำเนินการเอาผิดต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคณะกรรมการ ป.ป.ช. กทม. นั้น จะมีทั้งหมด 7 คน โดยเป็นบุคคลภายนอกองค์กร กทม. จำนวน 4 คน ซึ่งมีผู้ที่ตอบตกลงเข้าร่วมแล้ว คือ 1.พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ 2.ดร.จุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย ส่วนที่เหลือนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์จะเป็นผู้ที่ทาบทามด้วยตัวเอง คือ นายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร นายกฤษฎา กลันทานนท์ ผอ.สำนักงานกฎหมายและคดี และ น.ส.ปัทมา รุ่งเรือง ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบภายใน นอกจากนี้ยังมีนักกฎหมายอีก 2 คนคือ นายอิสระ นิติทัณฑ์ประภาศ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ และนายสุจิต บุญบงการ ประธานสภาพัฒนาการเมือง และอาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งยินดีที่จะร่วมเป็นที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิด้วย



