
กฎหมายใหม่ฝรั่งเศส พนง.มีสิทธิ์ไม่ตอบเมล์นอกเวลางาน
กฎหมายจ้างงานใหม่ฝรั่งเศส บริษัทต้องรับประกัน”สิทธิตัดการเชื่อมต่อ”เทคโนโลยีนอกเวลางาน
กฎหมายแรงงานใหม่ของฝรั่งเศสที่มีผลแล้วนับจากวันที่ 1 มกราคม 2560 นี้่เป็นต้นไป กำหนดให้บริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 50 คน จะต้องเริ่มเจรจาเพื่อนิยามสิทธิของลูกจ้าง ในการปล่อยวางจากสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารดิจิทัลอื่นๆ เนื่องจากการใช้อุปกรณ์เหล่านี้มากเกินไป เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพหลายอย่าง ตั้งแต่อ่อนล้า นอนไม่หลับ ตลอดจนปัญหาด้านความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เพราะพนักงานจำนวนมากไม่แน่ใจว่าเมื่อใดที่พวกเขาจะสามารถปิดเครื่องได้
มาตรการใหม่มุ่งสร้างสมดุลและจัดการกับวัฒนธรรมการทำงานที่เรียกว่า "“always-on” หรือพร้อมอยู่เสมอ ที่นำไปสู่การทำงานล่วงเวลาแต่ไม่จ่ายค่าจ้าง แต่ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้พนักงานยืดหยุ่นทำงานนอกสำนักงานได้
ภายใต้กฎหมายใหม่ บริษัทมีหน้าที่ที่จะต้องเจรจากับลูกจ้าง เพื่อทำความตกลงเกี่ยวกับสิทธิในการปิดการติดต่อสื่อสาร และหนทางลดการรุกล้ำของงานเข้ามาในพื้นที่ชีวิตส่วนตัว หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ บริษัทจะต้องออกเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการ สร้างความชัดเจนว่าต้องการให้พนักงานเปิดอุปกรณ์สื่อสารอย่างไร และสิทธิของพนักงานในการตัดขาดการทำงาน
สหภาพแรงงานฝรั่งเศส ที่ทำหน้าที่ปกป้องสิทธิในสถานที่ทำงานและการทำงานสัปดาห์ละ 35 ชั่วโมงเท่านั้นอย่างแข็งขัน เรียกร้องให้ดำเนินมาตรการนี้มานานแล้ว กระนั้น แต่“สิทธิตัดการเชื่อมต่อ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกฎหมายแรงงานที่เป็นประเด็นถกเถียงดุเดือดมานานในฝรั่งเศส ไม่มีบทลงโทษบริษัทที่ไม่ยอมนิยามสิทธินี้หรือทำความตกลงกับพนักงาน
ปัจจุบัน บริษัทใหญ่ๆอย่าง โฟคสวาเกน และ เดมเลอร์ ในเยอรมนี หรือ บริษัทพลังงานนิวเคลียร์ อาเรวา กับบริษัทประกันภัย แอกซา ในฝรั่งเศสต่างก็มีมาตรการจำกัดการส่งข้อความนอกเวลางาน เพื่อลดความเหนื่อยยากของพนักงานแล้ว เช่น ตัดการเชื่อมต่ออีเมล์ในช่วงค่ำและวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือทำลายอีเมล์ที่ถูกส่งไปยังพนักงานระหว่างวันหยุดโดยอัตโนมัติ
ผลการศึกษาโดยกลุ่มวิจัย เอเลียส เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม พบว่า พนักงานฝรั่งเศสกว่า 1 ใน 3 ใช้อุปกรณ์สื่อสารทำงานนอกเวลางานเป็นประจำทุกวัน และราว 60% สนับสนุนให้ออกระเบียบสร้างความชัดเจนถึงสิทธิของพวกเขา ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าบริษัทควรคำนึงข้อเรียกร้องจากลูกจ้างทั้่งในด้านปกป้องและยืดหยุ่นแก่พนักงาน แต่หนึ่งในข้อดีของกฎหมายนี้คือ การกระตุ้นให้คนที่ทำงานร่วมกัน ได้สนทนาทำความตกลงว่าต่างฝ่ายต่างคาดหวังอย่างไร



