ข่าว

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

02 ม.ค. 2560

จับตาเหตุการณ์สำคัญปี 60


             ปี 2559 ที่เพิ่งผ่านพ้น ประชาชนหลายล้านได้ออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงนำมาซึ่งผลลัพธ์เขย่าระเบียบโลก เมื่อชาวสหราชอาณาจักร (ยูเค) ลงประชามติเลือกเบร็กซิท หรือออกจากสหภาพยุโรป (อียู) และชาวอเมริกันลองของใหม่ ขอใช้บริการมหาเศรษฐีคนนอกวอชิงตัน อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นประธานาธิบดี

            แผ่นดินไหวการเมืองในสองฟากแอตแลนติก จะส่งต่อมาเป็นความไม่แน่นอนของปีนี้ เท่านั้นยังไม่พอในปี 2560 ยังมีเหตุการณ์สำคัญและการเลือกตั้งในหลายประเทศที่น่าสนใจว่าเสียงประชาชนจะนำอะไรมาให้เซอร์ไพรส์กันอีกหรือไม่ และล้วนมีผลต่อความเป็นไปของโลกโดยเฉพาะที่ยุโรป คือปีแห่งการจับตา Nexit (next + exit) ที่หมายถึงประเทศไหนจะเป็นรายต่อไปต่อจากอังกฤษ

 

  20 มกราคม : โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าทำเนียบขาว


ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

        

            ชัยชนะในศึกชิงเก้าอี้ประมุขทำเนียบขาวของโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นพลิกล็อกถล่มที่สุดของโลกเมื่อปีที่แล้ว แต่การเป็นประธานาธิบดีจริงๆ ของทรัมป์กำลังจะเริ่มต้นเท่านั้น ท่ามกลางการจับตาจากทั้งโลกว่า ทิศทางสหรัฐอเมริกาในอุ้งมือทรัมป์ และมันสมองอภิมหาเศรษฐีพันล้านในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะขยับเดินไปทางไหน เรียกว่าอาจจะต้องตั้งใจฟังตั้งแต่สุนทรพจน์ในวันสาบานตน 20 มกราคมนี้กันเลย


         อังกฤษจะประกาศใช้มาตรา 50 หรือไม่และเมื่อไหร่ 

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา


            การลงประชามติเลือกอนาคตใหม่ของชาวสหราชอาณาจักร ด้วยการออกจากร่มเงาอียู เป็นการจุดพลุของกระแสประชานิยม-เมินหนีสถาบันอำนาจเดิมๆ ในปี 2559 แต่ผ่านมาร่วมครึ่งปียังคงติดอยู่ที่การถกเถียงว่าจะทำให้เบร็กซิทตามมติมหาชนเป็นจริงได้เมื่อไหร่และตารางเวลาที่ชัดเจนจะเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ประกาศว่าต้องการจะเริ่มใช้มาตรา 50 แห่งสนธิสัญญาลิสบอน เพื่อเริ่มกระบวนการเจรจาออกจากอียูอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือนมีนาคม ขณะศาลสูงอังกฤษนัดตัดสินในเดือนแรกของปีว่า นายกรัฐมนตรีมีอำนาจเพียงพอที่จะประกาศใช้มาตรานี้โดยไม่หารือรัฐสภาหรือไม่


            15 มีนาคม เลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

 


            ปฐมบทของซีรีส์เลือกตั้งยุโรปในปี 2560 ที่จะชี้ชะตาว่าภูมิภาคนี้จะเอนไปทางขวาและต้านผู้อพยพแรงขึ้นอีกหรือไม่ ว่ากันว่าเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่ผู้สมัครขวาสุดโต่งมีโอกาสมากที่สุดที่จะเข้ามามีอำนาจ   พรรคเสรีภาพ (พีวีวี) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของนักการเมืองอื้อฉาว เฟียร์ท วิลเลอร์ (Geert Wilders) ที่เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งถูกตัดสินมีความผิดฐานยุยงแบ่งแยก จากการพูดว่าเนเธอร์แลนด์จะปลอดภัยกว่านี้หากมีผู้อพยพโมร็อกโกน้อยลง
            วิลเดอร์สประกาศไว้แล้วว่าจะพาเนเธอร์แลนด์ออกจากอียูหากชนะเลือกตั้งมีนาคม และเขาก็มีโอกาสที่จะทำตามสัญญาจากผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้พบว่ามีคะแนนนิยมนำหน้าพรรครัฐบาลปัจจุบันของนายกรัฐมนตรี มาร์ค รุตต์
 นักการเมืองรายนี้สร้างชื่อด้วยคำพูดและจุดยืนต่อต้านศาสนาอิสลาม ผู้อพยพ เสนอเก็บภาษีกับการสวมผ้าคลุมศีรษะกับสตรีมุสลิม และห้ามก่อสร้างมัสยิด แต่การขับเคี่ยวยังสูสีชนิดหายใจรดต้นคอ ผลัดกันนำผลัดกันตาม แต่หากพรรคพีวีวียังนำไปเรื่อยๆ ก็มีโอกาสที่หลายพรรคจะจับมือกันตั้งรัฐบาลผสมเพื่อกันวิลเดอร์สออกไป แต่ก็อาจทำให้เนเธอร์แลนด์อยู่ภายใต้ผู้นำที่ขาดเสถียรภาพในห้วงเวลาที่อียูเผชิญปัญหาท้าทาย


    26 มีนาคม เลือกตั้งผู้ว่าฮ่องกง

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

 


            ครบรอบ 20 ปีที่อังกฤษส่งมอบอาณานิคมคืนแผ่นดินแม่ ภายใต้กรอบ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ในปีนี้ แต่ยากจินตนาการบรรยากาศเฉลิมฉลองบนเกาะไข่มุกได้ ฮ่องกงไม่เหมือนเดิมนับจากนักเรียนนักศึกษาออกมาเป็นแกนนำการชุมนุมประท้วงใหญ่ในชื่อปฏิวัติร่ม เรียกร้องขอมีปากเสียงในการเสนอชื่อผู้สมัครเป็นผู้นำของเขาโดยตรง ไม่ใช่มาจากคณะกรรมการเลือกตั้ง 1,200 คนที่ปักกิ่งวางตัวมาแล้ว เหลียน เจิ้น อิง หัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกงคนปัจจุบันประกาศไม่ลงเลือกตั้งอีกสมัย เรจินา อิป อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงและผู้นำพรรคประชาชนใหม่ขึ้นมาเป็นตัวเก็งที่ปักกิ่งน่าจะส่งลงสมัคร แต่ผลหยั่งเสียงชี้ว่า จอห์น ซัง รัฐมนตรีคลังที่มองผู้ประท้วงว่าเป็นพลังสร้างสรรค์และเข้มแข็ง เป็นคนที่ชาวฮ่องกงชอบมากที่สุด โดยมีคะแนนนิยม 28% ขณะ อิป อยู่ที่ 8% เท่านั้น


           23 เมษายน เลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส (รอบสอง 7 พฤษภาคมหากมี)

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา
 

 

          สามวันหลังโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีด้วยพื้นนโยบายไม่เอาชนชั้นนำ มารีน เลอ เพน ผู้นำพรรคแนวหน้าชาตินิยมพรรคขวาจัดสุดโต่งในฝรั่งเศศ ที่ต่อต้านสังคมพหุวัฒนธรรมและสหภาพยุโรป โอ่ว่าเธอเองก็สามารถที่จะเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนต่อไปได้ด้วยนโยบายแนวเดียวกัน แม้ผลหยั่งเสียงบ่งว่าเลอเพนหวังมากเกินไป แต่ผู้เชี่ยวชาญการเมืองฝรั่งเศสส่วนมากมองว่านักการเมืองหญิงคนนี้อาจจะเป็น 1 ใน 2 ผู้สมัครที่เข้าถึงรอบชี้ขาด ถึงเวลานั้นอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น
           เลอ เพน ได้แรงหนุนจากฐานเสียงเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นสูงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงกับฝ่ายตรงข้ามที่เสียงแตกกันเอง พรรคสังคมนิยมของประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ ยังเฟ้นหาผู้สมัครอยู่ ส่วนพรรคกลางขวา "รีพับลิกัน” เลือกอดีตนายกรัฐมนตรี ฟรังซัวส์ ฟิญง เป็นความหวัง ณ ขณะนี้ การเลือกตั้งประธานาธิบดีคาดกันว่าจะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างเลอ เพน กับ ฟิญง ชัยชนะของเลอ เพน หากเกิดขึ้น จะเติมพลังให้พรรคขวาจัดทั่วยุโรป ทิ้งนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี เป็นผู้นำยุโรปคนเดียวที่รักษาความเป็นปึกแผ่นของอียู  
            แต่ถึงจะพ่ายแพ้   เลอ เพนอาจดึงฝรั่งเศสเอียงไปทางขวาอยู่ดี เมื่อบรรดาคู่แข่งพยายามลดความนิยมของนักการเมืองหญิงรายนี้ ด้วยการใช้นโยบายแข็งข้อขึ้นกับผู้อพยพและก่อการร้ายเอาใจประชาชนเสียเอง


         19 พ.ค. เลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่าน

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

 


            ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี จะช็อกโลกหนสองได้หรือไม่ หลังชนะผู้สมัครสายอนุรักษ์ถล่มทลายเมื่อปี 2556 ประธานาธิบดีโรฮานี บรรลุข้อตกลงโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับตะวันตก ปลดเปลื้องมาตรการคว่ำบาตรเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อสหรัฐกำลังจะมีผู้นำใหม่อย่างโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เริ่มไม่ชัดว่าความสำเร็จของผู้นำอิหร่านจะยืนยาวหรือไม่ ทรัมป์ประกาศว่าข้อตกลงที่รัฐบาลสหรัฐและตะวันตกไปทำกับอิหร่านนั้น คือหายนะ และจะล้มให้ได้
เศรษฐกิจอิหร่านยังย่ำแย่ ผลจากการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรยังไม่รวดเร็วพอสามารถจับต้องได้ และยังมาถูกซ้ำเติมจากท่าทีของทรัมป์อีก ฉุดค่าเงินอิหร่านดิ่งเหวเมื่อปลายปี หากอิหร่านพลิกไปเลือกผู้นำสายอนุรักษ์แข็งกร้าวอาจทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐและตะวันตกเปลี่ยนรูปไปอีก แต่ ณ ขณะนี้ ฝ่ายแข็งกร้าวที่จะเป็นคู่แข่งยังไม่ใช่ตัวเลือกยอดนิยม นายโรฮานีจึงยังเป็นตัวเก็งคว้าชัยสมัยที่สอง


            22 ตุลา ชี้ชะตานายกฯ หญิงเหล็ก

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา

 


            นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล เสาหลักยุโรป ผูกขาดเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2548 ประกาศลงเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 4 พรรคคริสเตียนเดโมแครต (ซีดียู) ของเธอ ได้รับการคาดหมายว่าจะชนะเลือกตั้งทั่วไป แต่อาจสูญเสียที่นั่งบ้างในสภาผู้แทนราษฎร
            ซิกมาร์ กาเบรียล คู่แข่งจากพรรคโซเชียล เดโมแครต ยังมีคะแนนนิยมตามหลังนางแมร์เคิล อยู่เป็นเลขสองหลัก แต่ตัวแปรในศึกเลือกตั้งเมืองเบียร์ครั้งนี้คือ พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) พรรคขวาจัดที่ต่อต้านผู้อพยพ ต่อต้านอิสลามและไม่เชื่อในอียู ซึ่งคะแนนนิยมดีวันดีคืนและทำได้ดีอย่างเหนือความคาดหมายมาตลอดในการเลือกตั้งระดับรัฐและท้องถิ่น รวมถึงการเลือกตั้งในกรุงเบอร์ลิน บ้านเกิดของนางแมร์เคิลเมื่อเดือนกันยายน พรรคซีดียูปราชัยย่อยยับ พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี กวาดคะแนนเสียงมากถึง 13% ได้เข้าไปนั่งในสภาท้องถิ่นเป็นครั้งแรก และอาจได้เสียงสนับสนุนมากขึ้นในระดับประเทศอีกหากกระแสต่อต้านการเปิดรับผู้อพยพของแมร์เคิลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ


     เลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกพฤษภาคมนี้ ทำไมน่าสนใจ

 

ปฏิทินเหตุการณ์สำคัญปี 60 ที่น่าจับตา


            ดร.มากาเร็ต ชาน ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ ถูกวิจารณ์หลายเรื่อง โดยเฉพาะการตอบสนองวิกฤติไวรัสอีโบลาล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ องค์กรระหว่างประเทศแห่งนี้จึงเปลี่ยนการเลือกสรรผู้นำคนใหม่เป็นเลือกตั้งครั้งแรก จากเดิมบอร์ดฮู คัดผู้สมัครมาให้สมาชิกโหวตคนเดียว คราวนี้เป็น 6 ประเทศยื่นผู้สมัครลงชิงชัย ให้สมาชิก 190 ประเทศโหวตเลือก เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส อดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขและรัฐมนตรีต่างประเทศเอธิโอเปีย ถูกจับตามากที่สุด เพราะได้รับการสนับสนุนจากประเทศแอฟริกา โดยมีคู่แข่งสำคัญเป็นอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขฝรั่งเศส ฟิลิป ดูสต์ บลาซี ที่ชูนโยบายประกันสุขภาพถ้วนหน้าและลดราคายา