ข่าว

ขอ 100 ล้าน จัดซิ่ง“โมโตจีพี”

ขอ 100 ล้าน จัดซิ่ง“โมโตจีพี”

01 ม.ค. 2560

คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมพิจารณาคำของบประมาณ จากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อขอ 100 ล้านบาท เสนอตัวจัดศึกซิ่ง “โมโตจีพี"

                นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความพยายามในการเสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์อันดับ 1 ของโลก หรือ “โมโตจีพี” ว่า ในวันที่ 5 มกราคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยกกท.จะนำเสนอของบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อมาเป็นทุนดำเนินการดังกล่าว ซึ่งงบประมาณทั้งหมดจะต้องใช้ราว 350 ล้านบาท ทั้งค่าลิขสิทธิ์และจัดการแข่งขัน แต่ส่วนที่เหลือนั้นจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชน ในขณะเดียวกันการแข่งขันรายการนี้จะได้รับส่วนแบ่งทางสิทธิประโยชน์กลับคืนมาอีกด้วย

                ทั้งนี้ การเซ็นสัญญาเพื่อเป็นเจ้าภาพจะดำเนินการในปี 2017 นี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าโปรแกรมการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ได้กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันได้ต้องเริ่มในฤดูกาล 2018 เป็นต้นไป ซึ่งเบื้องต้นกำหนดเซ็นสัญญา 3 ปี และจากการหารือกันแล้ว ไทยจะได้จัดการแข่งขันตั้งแต่ต้นฤดูกาลในเดือนมกราคม โดยสนามที่จะใช้จัดแข่งขัน คือ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

                “ตอนนี้โครงการเสนอตัวจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูล่าวัน อาจต้องพักไว้ชั่วระยะหนึ่ง เพื่อดำเนินการเรื่องจัดโมโตจีพีให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน เชื่อว่าการเป็นเจ้าภาพรายการนี้ จะเกิดประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก เพราะเรื่องของการซิ่งรถจักรยานยนต์ น่าจะเข้ากับวิถีชีวิตคนไทยและประเทศในย่านนี้มากกว่ารถฟอร์มูล่าวัน” นายสกล กล่าว

                ขณะเดียวกัน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการกลั่นกรองการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตนได้รับเอกสารจาก นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ในฐานะผู้จัดการกองทุนฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับจัดโมโตจีพีแล้วซึ่งจะได้มีการพิจารณาในวันที่ 5 มกราคมนี้ โดยตนมองว่าปัจจุบันเงินในกองทุนนั้น มีเพียงพอสำหรับนำไปใช้ในการพัฒนาการกีฬาของชาติ หากการขอเงินจากกองทุนฯเพื่อนำไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ก็จะให้การสนับสนุนแบบไม่ตัดทอนงบประมาณแต่อย่างใด