ข่าว

ผวา! ช้างป่าบุกทำลายสวนกล้วย

ผวา! ช้างป่าบุกทำลายสวนกล้วย

01 ม.ค. 2560

ชาวนราธิวาสผวาช้างป่า ทำลายพืชสวนเสียหายกว่า 200 ไร่ ร้องหน่วยงานแก้ปัญหาไม่ได้

               สำหรับปัญหาช้างป่าจำนวน 2 ตัวไม่ทราบเพศซึ่งอยู่ในวัยหนุ่มและสาว ได้ลงมาจากป่าเทือกเขาเมาะแต ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง อ.รือเสาะ กับ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ลงมาหากินอาหารและทำลายสวนผลไม้ของชาวบ้าน ในพื้นที่ 2 ตำบล ของ อ.รือเสาะ กับอีก 1 ตำบลของ อ.ศรีสาคร ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 4-5 เดือนแล้ว แถมยังส่งผลกระทบให้ชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวน จนไม่กล้าที่จะออกไปทำสวนและกรีดยางพารา
               จากการเดินทางไปตรวจสอบช้างป่า จำนวน 2 ตัว ที่ลงมากินอาหารในสวนผลไม้ของชาวบ้าน ที่ หมู่บ้านบือแนนากอ ม.6 ต.ตะมะยูง อ.ศรีสาคร พบว่าต้นกล้วยของนางซานีเราะห์ มูวอ ที่กำลังออกผล จำนวนกว่า 250 ต้น ถูกช้างป่าทำลายได้รับความเสียหายจนล้มระเนระนาด แถมต้นมะนาวอีกกว่า 200 ต้น ถูกช้างป่าทั้ง 2 ตัว เหยียบย่ำจนลำต้นหัก
               นอกจากนี้ยังมีสวนลองกองชองชาวบ้านอีกจำนวน 10 ราย ซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกันถูกช้างป่าทั้ง 2 ตัว เหยียบย่ำจนได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นจำนวนกว่า 200 ไร่ ซึ่งในเบื้องต้นชาวบ้านได้แจ้งไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดสามารถที่จะผลักดันช้างป่าขึ้นไปอยู่บนเทือกเขาเมาะแตได้ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันร้องเรียนไปยังสื่อมวลชน เพื่อเป็นสื่อกลางไปยังผู้เกี่ยวข้องลงมาช่วยกันผลัดดันให้ช้างทั้ง 2 เชือก ออกไปจากพื้นที่ของชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล 2 อำเภออย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสร้างความเสียหายจนชาวบ้านหมดเนื้อประดาตัว
               นายมะตอเฮ หวังบู ตัวแทนชาวบ้าน อ.ศรีสาคร กล่าวว่า ขณะนี้ช้างป่าได้บุกรุกมา 4-5 เดือนแล้ว ได้ทำลายพืชสวนของชาวบ้าน อยากจะให้หน่วยงานรัฐหรือทางอุทยานเข้ามาดูแล ซึ่งชาวบ้านได้ประสานไปยังอำเภอและหน่วยงานอื่นๆ มาแล้วแต่ไม่สามารถผลักดันช้างได้ แม้กระทั่งในช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านก็ยังไม่กล้าออกไปกรีดยางหรือทำสวน ทำได้แต่เพียงแต่อาศัยอยู่ภายในบ้านเท่านั้นกลัวช้างจะทำร้าย
               นางซานีเราะห์ มูวอ เจ้าของสวนอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า 4 วันแล้วที่ในช่วงเย็นจะหอบลูกหนีไปอยู่ที่อื่นเพราะช้างเข้ามาใกล้ อยากที่จะให้ผู้ที่เกี่ยวเข้ามาดูแล ตนมีเพียงสวนกล้วยเท่านั้นที่ได้ใช้เลี้ยงชีวิตครอบครัวไปในแต่ละวัน
               อย่างไรก็ตาม การเดินทางเพื่อไปดูช้างป่า จำนวน 2 ตัว ที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านนั้น ต้องเดินเท้าจากถนนใหญ่ภายในหมู่บ้านเป็นระยะทางกว่า 3 กม. จึงพบเห็นรอยเท้าช้างเดินเป็นทางยาวเข้าไปในสวนของชาวบ้าน รวมทั้งพบมูลช้างกองตามเรี่ยราดตามเส้นทางเป็นระยะๆ แถมตลอดเส้นทางมีต้นไม้ถูกช้างลำลายล้มขวางทางเดิน เมื่อถึงกลางสวนยางพาราที่รกทึบพบช้างป่า จำนวน 2 ตัว ส่งเสียงคล้ายข่มขู่เมื่อเห็นชาวบ้านและสื่อมวลชนเดินเข้ามาใกล้ จนชาวบ้านและสื่อต้องพากันวิ่งหลบหนีกันเป็นระลอกๆ ก่อนที่จะบันทึกภาพช้างป่าเอาไว้ได้ในระยะไกล