ข่าว

ล่มจม

ล่มจม

23 ส.ค. 2552

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงแสดงความเป็นห่วงใยต่อความ ล่มจม ของประเทศชาติ ถ้าหากต่างคนต่างยังทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เป็นประโยชน์ที่ประชาชนคนไทยทุกคนควรจะน้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อม ไม่ใช่เพียงแต่พูดด้วยปากเท่านั้น แต่ต้องกระทำในฐานะเป็

 คำว่า "ล่มจม" มีความหมายที่ลุ่มลึก กว้างไกล สะท้อนถึงการล่มสลายของโครงสร้างของประเทศชาติ แสดงถึงการแตกสลายของสังคมไทยซึ่งไม่ควรจะเกิดขึ้นเป็นอันขาด ถ้าหากคนไทยทุกหมู่เหล่าจะนำไปวิเคราะห์ว่า ทำไมประเทศชาติจึงตกอยู่ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้มาหลายปี ทุกวันนี้ก็ยังมองไม่เห็นลู่ทางที่จะฝ่าข้ามวิกฤตินี้ไปได้

 คำว่า "ล่มจม" เริ่มจาก "ล่ม" คือ พังพินาศ แล้ว "จม" หมายถึง ดิ่งลงไปใต้ทะเล ลึกเกินกว่าจะสามารถนำขึ้นมาได้ ฉะนั้นภาวะ "ล่มจม" จึงต้องหลีกเลี่ยงอย่างสุดฤทธิ์สำหรับคนไทยทุกคน เพราะแค่ "ล่ม" ก็ร้ายแรงแล้ว แต่ "จม" ด้วย แปลว่าโอกาสที่จะพลิกฟื้น โอกาสที่จะกลับมาสู่ความเป็นประเทศไทยที่มีอนาคตอันรุ่งโรจน์นั้นจะเหลือน้อยเต็มที

 วันนี้ยังอาจจะไม่สายเกินไป โดยเฉพาะเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงความห่วงใยออกมาชัดเจนเช่นนี้ เพราะพระองค์ท่านตรัสว่าคนไทยถ้าต่างคนต่างทำ โอกาสที่ประเทศชาติจะล่มจมมีสูง จะต้องมาจับไม้จับมือกันเพื่อร่วมกันสร้างชาติอีกครั้งหนึ่ง วิธีการที่จะให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ต้องมองที่อุดมการณ์ร่วมกันของคนไทย ที่พร้อมจะเสียสละ พร้อมที่จะก้าวออกจากจุดที่ตัวเองยืนอยู่ เพื่อที่จะมายืนอยู่จุดที่ทุกคนสามารถรับกันได้

 ความเป็นห่วงเป็นใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องสำนึก คำว่า "ล่มจม" เป็นคำที่ร้ายแรง เกินกว่าที่คนไทยคนใดจะยอมรับได้ ขณะนี้พระองค์ทรงเตือนเราแล้วว่า คำว่า "ล่มจม" กำลังจะใกล้เข้ามาถ้าเราไม่รีบประสานมือ ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่ต่างคนต่างทำอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเตือนพวกเราทุกคนทั้งประเทศ