
รัฐบาลจีนเอาจริงห้ามค้างาช้างตั้งแต่ปี 60
กองทุนสัตว์ป่าแนะปิดตลาดฮ่องกงด้วย
รัฐบาลจีนประกาศแผนการห้ามค้าและแปรรูปงาช้างทุกชนิดภายในสิ้นปี 2560 เพื่อลดการฆ่าช้างและการค้างาช้างผิดกฏหมายทั่วโลก
สภาแห่งรัฐของจีน ออกแถลงการณ์เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ (30 ธ.ค.) ว่า“เพื่อยกระดับการปกป้องชช้าง และจัดการกับการค้าผิดกฏหมาย จีนจะห้ามไม่ให้มีการดัดแปลงและขายงาช้างเพื่อการพาณิชย์” ภายในสิ้นปี 2560
ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ทางการจีนว่า ในช่วงก่อนหน้านั้น หน่วยงานรักษากฏหมายจะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการค้างาช้างผิดกฏหมายโดยเริ่มต้นจากการสั่งปิดโรงงานและร้านค้างาช้างภายในสิ้นเดือนมีนาคมเป็นล็อตแรก
ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลปักกิ่งเริ่มต้นจากการประกาศตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 ว่าจะขยายขอบเขตการ ห้ามนำเข้างาช้างและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับงาช้างที่มีการครอบครองก่อนปี 2518 หลังจากที่มีแรงกดดันไปยังรัฐบาลจีนให้ทำการจำกัดการค้างาช้างและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงาช้างซึ่งทำให้ช้างหลายพันตัวต้องถูกสังเวยชีวิตเพื่อเอางา
ซินหัวรายงานว่าคำสั่งห้ามการค้างาช้างดังกล่าวจะมีผลต่อบริษัทแปรรูปงาช้าง 34 แ่หง และ ตลาดค้างาช้างที่ถูกต้องตามกฏหมาย 143 แห่ง ที่จะถูกปิดทำการหลายสิบแห่งในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม 2560
นายไอลี่ คัง กรรมการผู้อำนวยการสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าแห่งเอเชีย ให้ความเห็นว่าเป็นข่าวดีมากที่ตลาดค้างาช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกจะปิดตัวลง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนชะตาของการอนุรักษ์ช้างทั่วโลก
นักอนุรักษ์ประเมินว่าช้างกว่า 20,000 ตัวถูกล้มเพื่อเอางาในช่วงปีที่แล้ว ขณะที่กองทุนสัตว์ป่าโลกประเมินว่ายังคงมีช้างเหลืออยู่ในโลกนี้ราว 415,000 ตัว
ทั้งนี้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) ห้ามการค้างาช้างตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งจีนอนุญาตให้นำงาช้างที่อยู่ในการครอบครองก่อนปี 2532ออกจำหน่ายได้ และยังมีงาช้างจำนวนหนึ่งที่ได้รับการรับรองจากไซเตสเมื่อปี 2551 ออกจำหน่ายโดยต้องมีใบรับรองการอนุญาติจากไซเตสประกอบด้วย
อย่างไรก็ตามรัฐบาลปักกิ่งยังคงอนุญาตให้ประมูลเครื่องประดับโบราณที่ทำมาจากงาช้างที่ได้มาจากแหล่งซื้อขายที่ถูกต้องตามกฏหมาย และต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล
กองทุนสัตว์ป่าโลก (ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ)ยกย่องแผนการของรัฐบาลปักกิ่งที่จะห้ามการค้างาช้างทั้งหมด แต่ก็เรียกร้องให้ฮ่องกง เขตปกครองพิเศษของจีนกำหนดแผนการห้ามค้างาช้างเช่นเดียวกันภายในปี 2564
ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟชี้ว่าในกรณีที่ตลาดค้างาช้างในจีนปิด ฮ่องกงก็จะกลายเป็นแหล่งลักลอบค้างาช้างที่ถูกกฏหมายซึ่งเปิดช่องทางให้ผู้ลักลอบค้างาช้างใช้เป็นช่องทางการจำหน่ายของผิดกฏหมาย
ศุลกากรจีนประเมินว่าในแต่ละปีมีการยึดงาช้างผิดกฏหมายได้ราว 800-900 ครั้ง และองค์กรธุรกิจที่ทำการค้างาช้างถูกกฏหมายกว่าครึ่งหนึ่ง ก็มีส่วนร่วมในการค้างาช้างผิดกฏหมายด้วยเช่นกัน
สหรัฐอเมริกา ตลาดค้างาช้างอันดับสองของโลกรองจากจีน ประกาศห้ามการค้างาช้างแอฟริกันเกือบทั้งหมดตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยละเว้นไปที่การค้าวัตถุโบราณที่ทำมาจากงาช้าง



