
แฉผู้ดีปล่อยมือบึ้มล็อกเคอร์บีแลกผลประโยชน์
ทริโปลี-ลูกกัดดาฟีแฉผู้ดีปล่อยมือบึ้มล็อกเคอร์บีแลกผลประโยชน์ เจ้าตัวเผยจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้ได้ก่อนตาย
นายเซอิฟ อัล-อิสลาม บุตรชายของนายโมอัมมา กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย เผยเมื่อวันเสาร์ (22 ส.ค.) ว่าการที่ทางการสกอตแลนด์ปล่อยตัวนายอับเดลบาเซ็ต อาลี โมฮะเหม็ด อัล-เมกราฮี ชาวลิเบีย ผู้ก่อเหตุวางระเบิดเครื่องบินสายการบินแพนแอมของสหรัฐ เที่ยวบินที่ 103 จนระเบิดกลางอากาศตกใส่เมืองล็อกเคอร์บีเมื่อปี 2531 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 270 คน ซึ่งรวมถึงชาวอเมริกัน 189 คน แท้จริงแล้วมีเบื้องหลัง โดยระบุว่าการปล่อยตัวครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อตกลงการค้ากับอังกฤษ ในขณะที่รัฐบาลผู้ดีปฏิเสธอย่างรวดเร็วว่าไม่เป็นความจริง
นายอิสลามที่เดินทางไปรับตัวนายเมกราฮีกลับลิเบียถึงสกอตแลนด์ เผยว่า ในสัญญาการค้าทั้งหมดด้านน้ำมันและก๊าซกับอังกฤษนั้น นายเมกราฮีมักจะเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาเสมอ ขณะที่โฆษกทำเนียบรัฐมนตรีอังกฤษของนายกอร์ดอน บราวน์ รีบออกมาตอบโต้ข้อกล่าวหานี้ทันที โดยกล่าวว่า ไม่มีข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจของผู้บริหารและบรรดารัฐมนตรีของทางสกอตแลนด์เอง เช่นเดียวกับนายเดวิด มิลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษออกมายืนยันว่าไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ กับลิเบียที่เต็มไปด้วยน้ำมันแต่อย่างใด
ก่อนหน้านี้ นายเมกราฮีที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากขั้นสุดท้ายจนได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในสกอตแลนด์ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพิ่งเข้าพบพลเอกกัดดาฟี ผู้นำลิเบียที่ให้การต้อนรับและโอบกอดนายเมกราฮีที่เดินทางกลับบ้านท่ามกลางการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษ โดยนายกัดดาฟียังได้แสดงความชื่นชมต่อความกล้าหาญของทางการสกอตแลนด์ที่ได้ปล่อยตัวนายเมกราฮี พร้อมแสดงความขอบคุณเพื่อนอย่างนายกรัฐมนตรีกอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ รวมถึงสมเด็จพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 และเจ้าชายแอนดรูว์แห่งสหราชอาณาจักร ที่ทรงมีส่วนกระตุ้นรัฐบาลสกอตแลนด์ให้ปล่อยตัวครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งนายกัดดาฟีระบุว่า จะนำไปสู่ความร่วมมือเชิงบวกระหว่างสองประเทศ
ด้านนายเมกราฮี วัย 57 ปี ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับบ้านเกิดว่า ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เดินทางกลับลิเบีย และจะพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองให้ก่อนตาย ซึ่งตามรายงานข่าวเหลือเวลาเพียง 2-3 เดือนเท่านั้น



