
ก้มกราบสักการะ พร้อมขอพรขึ้นปีใหม่
บรรยากาศประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ในวันสุดท้ายของปี 2559
สำหรับบรรยากาศในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเป็นวันที่หกสิบสอง ซึ่งแม้ว่าจะเป็นวันหยุดช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทว่ายังคงมีประชาชนแต่งกายด้วยชุดดำเรียบร้อยจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่อแถวเพื่อขึ้นสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดประตูให้ประชาชนเดินแถวเข้าตั้งแต่เวลา 04.40 น.
นางจรัสศรี สุงคาสิทธิ์ อดีตข้าราชการครูสอนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม วัย 76 ปี ซึ่งเดินทางมาเพียงลำพังจากจังหวัดนนทบุรี เล่าว่า ตั้งใจจะมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่เพราะอายุเยอะลูกๆ เป็นห่วงไม่อยากให้เดินทางมาคนเดียว จึงรอเรื่อยมา จนกระทั่งมาถึงวันนี้ (วันที่ 31 ธันวาคมนี้) จึงตัดสินใจมาเอง เพราะเป็นวันสิ้นปีพอดีจึงถือโอกาสมาขอพรขึ้นปีใหม่ด้วย
“ช่วงที่ขึ้นไปกราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จู่ๆ น้ำตาพรั่งพรูออกมาโดยอัตโนมัติทั้งหมดนี้เป็นเพราะความรัก ความศรัทธา และความตื้นตันใจที่มีต่อพระองค์ และในฐานะที่ตนเองประกอบวิชาชีพครู ถึงจะเกษียณอายุราชการไปนานแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังทำหน้าที่เป็นครูพิเศษ สอนวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรมอยู่ที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามอยู่เช่นเดิม ซึ่งแม้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตไปแล้ว แต่ทุกครั้งในชั่วโมงเรียน ตนเองจะพยายามสอดแทรกเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำผ่านกิจกรรมเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้และซึมซับโดยเฉพาะในเรื่องที่ทรงพลิกฟื้นพื้นที่ในถิ่นทุรกันดารให้พสกนิการมีชีวิตขึ้น รวมถึงให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องความกตัญญูต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ความอดทน ความขยันหมั่นเพียรในมรรค 8 โดยมีพระองค์ทรงเป็นแบบอย่าง นอกเหนือจากไปเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง” อดีตข้าราชการครูวัย 76 ปี กล่าว
นางอาภาพร อำนาจศาล อายุ 47 ปี ที่มาพร้อมกับลูกสาว กล่าวว่า เมื่อวานตนเดินทางจาก จ.สงขลา และพักค้าง 1 คืน ก่อนมาเข้าคิวสักการะพระบรมศพประมาณ 05.00 น. และได้ขึ้นกราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประมาณ 13.20 น. ไม่คิดว่ารอนานเลย เพราะเราตั้งใจมาแล้ว นับเป็นบุญครั้งหนึ่งในชีวิตและภูมิใจมาก ตนไม่รู้ว่ารักพระองค์ตอนไหน ตั้งแต่จำความได้ก็เห็นพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ทำให้ตนรักพระองค์มากที่สุดในชีวิต
"ดิฉันเป็นคน จ.เชียงราย และย้ายไปอยู่สงขลาประมาณ 30 กว่าปีแล้ว เมื่อก่อนที่เชียงรายไม่มีเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำ แต่ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานโครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง ทำให้ชุมชนพัฒนาขึ้นมาก และอุดมสมบูรณ์ สามารถทำการเกษตรได้ ชาวบ้านก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดิฉันรู้สึกเสียดายมากที่ไม่เคยรับเสด็จ ดิฉันอธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าก็ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป" นางอาภาพรกล่าวด้วยความซาบซึ้ง
นางฐนิต จรูญผล อายุ 65 ปี ชางต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี นั่งรถวีลแชร์มาต่อแถวตั้งแต่เวลา 03.00 น. ได้ขึ้นกราบพระบรมศพเวลา 10.00 น. กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า มาเป็นครั้งแรกกับเพื่อนๆ ที่ทำบุญร่วมกันประจำ คิดว่ามาช่วงนี้คนจะน้อยเพราะเริ่มกลับต่างจังหวัด แต่ผิดคาดเพราะประชาชนจากทุกสารทิศมาเยอะมาก บางจังหวัดมากันเป็นพันคน แต่ก็ไม่เป็นไรถือว่าตั้งใจมากราบพระบรมศพแล้ว รอนานแค่ไหนก็อดทนได้ ทั้งนี้ ได้ติดตามการทรงงานมาตลอด ทรงสร้างคุณงามความดีไว้มาก ดั่งผู้สำเร็จเป็นพระโพธิสัตว์อีกชาติหนึ่ง สิ่งที่พระองค์ทรงปูทางไว้ เชื่อว่าจะส่งผลให้ประเทศชาติยิ่งเจริญรุ่งเรืองในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 และอีกต่อๆไป อย่างไรก็ตาม มีคำบอกเล่าจากเพื่อนๆที่เคยมากราบ หากตั้งอธิษฐานจิตขอพรกับพระองค์เบื้องหน้าพระบรมโกศ หากเป็นการขอที่อยู่ในศีลในธรรม ขอในสิ่งดีๆ มักจะสมหวังกันทุกคน อย่างเพื่อนที่ขอให้ลูกได้งานทำ ก็ได้สมหวัง ขอให้ขายของได้ ก็ได้สมดั่งใจ และในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2560 นี้ตนก็อธิษฐานขอพรเรื่องงานให้ลูกด้วย ขณะที่กลับบ้านวันนี้จะไปสวดมนต์ข้ามปี ทำบุญในวันที่ 1 มกราคมนี้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ต่อไป



