ข่าว

เสริมแกร่งสินค้าเกษตร“โครงการหลวง”

เสริมแกร่งสินค้าเกษตร“โครงการหลวง”

31 ธ.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

             กระทรวงเกษตรฯเสริมแกร่งคุณภาพมาตรฐานพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร “โครงการหลวง” 38 ศูนย์ พื้นที่กว่า 10,000 ไร่ พร้อมหนุนจัดทำระบบตามสอบสินค้ารวดเร็วโดยใช้เทคโนโลยี RFID สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

            นายพิศาล พงศาพิชณ์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ มกอช. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการส่งเสริมและพัฒนายกระดับการผลิตสินค้าพืชผัก และผลไม้ ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง จำนวน 38 ศูนย์ ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และพะยา ให้ได้มาตรฐานรวมพื้นที่กว่า 10,000 ไร่ โดยที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯได้รับรองแหล่งผลิตพืชผัก ผลไม้ และสมุนไพรของชาวเขาในพื้นที่โครงการหลวงตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีหรือจีเอพี (GAP) พืชอาหาร แยกเป็น พืชผักและสมุนไพร GAP 126 ชนิด เกษตรกร 3,897 ราย พื้นที่ 9,593 ไร่

 

เสริมแกร่งสินค้าเกษตร“โครงการหลวง”

 

           ขณะเดียวกันยังได้รับรองแปลงปลูกไม้ผลเมืองร้อนตามมาตรฐาน GAP จำนวน 4 ชนิด ไม้ผลเมืองหนาว 4 ชนิด และไม้ผลขนาดเล็ก 5 ชนิด ทั้งยังรับรองแหล่งผลิตผักอินทรีย์ จำนวน 16 ชนิด เกษตรกร 528 ราย พื้นที่ 990 ไร่ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรในโครงการหลวงกว่า 70% ปลูกพืชผัก
ในโรงเรือน รวมกว่า 2,000 โรงเรือน

           “ทั้งยังสนับสนุนให้โครงการหลวงคัดบรรจุสินค้าในโรงคัดบรรจุที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจีเอ็มพี (GMP)  และมีห้องปฏิบัติการตรวจสอบสารพิษตกค้างในพืชผักและผลไม้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สินค้าของโครงการหลวงมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ซึ่งสามารถสร้างอาชีพให้กับชาวเขาทดแทนการปลูกฝิ่น ช่วยแก้ปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย ที่สำคัญยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวชาวเขาในโครงการฯให้ดีขึ้น ตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9” นายพิศาล กล่าว

 

เสริมแกร่งสินค้าเกษตร“โครงการหลวง”

 

            นอกจากนั้น มกอช. ยังได้ดำเนินโครงการระบบตามสอบผลผลิตผักมูลนิธิโครงการหลวง ดำเนินการออกแบบ พัฒนาและติดตั้งระบบตามสอบทางอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบทั้งระบบฟาร์ม GAP หรือโกลบอลแก็บ (Global GAP) ระบบตรวจสอบคุณภาพ ระบบการผลิต GMP ระบบส่งขาย และระบบการตามสอบและเรียกคืนสินค้า สามารถรองรับการใช้เทคโนโลยี Radio Frequency Identification (RFID) ทำให้เชื่อมโยงข้อมูลการตามสอบของโครงการหลวงเข้าสู่ระบบตามสอบของกระทรวงเกษตรฯ ในส่วนสินค้าพืชได้ ซึ่งโครงการหลวงได้เริ่มนำร่องใช้เทคโนโลยี RFID ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่เหียะและเชื่อมโยงไปยังศูนย์โครงการหลวงทั้งหมดแล้ว

            รองเลขาธิการ มกอช. กล่าวอีกว่า เทคโนโลยี RFID เป็นการเก็บข้อมูลแบบอัตโนมัติ คล้ายกับป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (RFID Tag) โดยมีการรับส่งสัญญาณข้อมูลผ่านทางสัญญาณวิทยุ ซึ่งข้อมูลที่เก็บไว้จะเก็บไว้ในส่วนที่เรียกว่า แท็กของ RFID มีประโยชน์ คือ ใช้ติดตามฉลากสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการติดตามข้อมูลหรือเก็บข้อมูลของผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้น ซึ่งดีกว่าการใช้ระบบบาร์โค้ด (Barcode) ตรงที่ไม่ต้องอ่านข้อมูลในระดับสายตา เพราะมีการส่งสัญญาณวิทยุ ทำให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้นในการตามสอบและเรียกคืนสินค้ากรณีที่มีปัญหา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้

 

เสริมแกร่งสินค้าเกษตร“โครงการหลวง”

 

           “ระบบดังกล่าว สามารถรองรับการใช้งานด้านบริหารจัดการแปลงเกษตรกรของโครงการหลวงได้ครบทุกราย ครอบคลุมพืชผักในโครงการฯทุกชนิด รองรับการทำงานการตามสอบที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 38 ศูนย์ โรงงานคัดบรรจุ 1 โรง ทั้งยังตามสอบจากบรรจุภัณฑ์ (ถุงหรือกล่อง) ถึงรายเกษตรกรหรือแปลงที่เพาะปลูกพืชผักตามมาตรฐาน Global GAP และสามารถตามสอบแหล่งกระจายสินค้าได้ภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง โดยเรียกคืนสินค้าหรือนำสินค้าออกจากชั้นวางขายได้ภายในเวลาที่กำหนด ทั้งยังเกิดระบบคลังสินค้าแบบเรียลไทม์ (Real Time) เป็นฐานข้อมูลสำหรับการจัดการอุปสงค์และอุปทาน ช่วยลดการสูญเสียและเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายสินค้า ทำให้ต้นทุนการผลิตผักของโครงการหลวงลดลง” รองเลขาธิการ มกอช.กล่าว