ข่าว

อภิสิทธิ์ทิ้งปริศนาวันนี้มีสภาพรุ่งนี้ไม่แน่

อภิสิทธิ์ทิ้งปริศนาวันนี้มีสภาพรุ่งนี้ไม่แน่

23 ส.ค. 2552

การเมืองยังระอุ "มาร์ค" ทิ้งปริศนา "วันนี้มีสภา แต่พรุ่งนี้ไม่แน่" พร้อมเดินหน้า หาจังหวะดัน "ปทีป" อีกหน พธม.ขย่มปลด "เทือก-นิพนธ์" ปูดแผน ภท.ดัน "จุมพล" เป็น ผบ.ตร. หวังคุมเบ็ดเสร็จ มท.-กองทัพ-ตร. ฟื้นระบอบทักษิณ

 ความขัดแย้งในรัฐบาลกรณีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ยังก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมไม่หยุด ถึงขนาดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องเข้าไปหารือที่บ้าน นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นวันที่สองติดต่อกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม นายอภิสิทธิ์เดินทางไปยังบ้านพักของนายนิพนธ์ในซอยสุขุมวิท 53 คาดว่าจะเป็นการเข้าไปพบเพื่อหารือเรื่องการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป โดยใช้เวลาในการหารือราว 1 ชั่วโมง

 ต่อมาเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์เดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อลงไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ แทนตำแหน่งที่ว่างของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ลาออกหลังจากมีปัญหาถือหุ้นสัมปทานรัฐ

 นายอภิสิทธิ์กล่าวก่อนเดินทางถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงห่วงว่าประเทศกำลังล่มจมว่า ทุกฝ่ายต้องน้อมนำกระแสพระราชดำรัสใส่เกล้าใส่กระหม่อม โดยเฉพาะในเรื่องของการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา โดยในส่วนของรัฐบาลก็พยายามขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการแก้ไขทุกปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน

 ส่วนกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมใหญ่กดดันรัฐบาลให้ยุบสภาในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ นายกฯ ระบุว่า ก็ต้องขอความร่วมมือว่าอย่าทำอะไรให้เกิดความสะดุดหยุดลง เพราะขณะนี้หลายปัญหากำลังคลี่คลายไปได้ โดยเฉพาะปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจที่กลัวกันมาก
ปัดข่าวเลือก ผบ.ตร.สัปดาห์หน้า

 นายกฯ กล่าวถึงข่าวการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ในสัปดาห์หน้าเพื่อเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ ว่า ไม่มีความจำเป็นต้องรีบ ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดวันประชุม อีกทั้งเท่าที่ดูข้อเท็จจริงพบว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) สามารถดำเนินการในส่วนของ ก.ตร.ได้

 ส่วนกระแสข่าวว่า จะมีการนัดประชุมในวันที่ 27 สิงหาคม นี้ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ได้นัด อีกทั้งในระหว่างวันที่ 26-27 สิงหาคม ก็มีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปี 2553 วาระ 2 ไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะแค่ตำแหน่งเดียว เมื่อไหร่ก็ได้

 ส่วนการสรรหาตัว ผบ.ตร.คนใหม่ จำเป็นต้องได้ทันในวันที่ 1 กันยายน หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ได้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งแล้ว เป็นเฉพาะในส่วนของรอง ผบ.ตร.ที่ต้องเป็นไปตามกฎ ก.ตร.ก็เป็นหน้าที่ของ ก.ตร.ไป อีกทั้งตนได้สอบถาม ผบ.ตร.ว่าตำแหน่ง ผบ.ตร.ต้องเสร็จก่อน ก.ตร.หรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาทยืนยันว่าไม่เป็นจำเป็น ซึ่งถ้ามีความเหมาะสมเมื่อไรก็จะนัดประชุม ก.ต.ช. เพราะขณะนี้มีกรรมการบางส่วนเดินทางไปต่างประเทศ จึงต้องไปดูข้อกฎหมายว่าการประชุมเป็นเรื่องเฉพาะตัว หรือสามารถมอบหมายได้

แย้มเสนอชื่อ "ปทีป" เป็น ผบ.ตร. อีก

 เมื่อถามย้ำว่า จะยังเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจเเห่งชาติ เป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ตามเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระบวนการยังไม่เสร็จ เดี๋ยวถึงเวลาจะเสนอชื่อต่อที่ประชุม ก.ต.ช.เอง ส่วนที่ ก.ต.ช.บางคนระบุว่าชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ถูกตีตกไปแล้วไม่สามารถเสนอซ้ำได้อีก ยืนยันว่าไม่จริง ในอดีตเคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่ถือว่าตก กฎหมายบอกว่านายกฯ เป็นผู้เสนอชื่อให้ ก.ต.ช.มีมติเห็นชอบ

 ส่วนการลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี จะพูดคุยทำความเข้าใจกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี หลังเกิดกระแสข่าวการไม่ลงรอยกันในเรื่องของการเสนอชื่อ ผบ.ตร.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ต้องคุยกันอยู่แล้ว ไม่เห็นภาพในวันที่ตอบกระทู้ในสภาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมหรือ ก็นั่งตอบกระทู้อยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันเป็นปกติ ไม่มีอะไรเลย

 นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงข่าวการปรับย้าย นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฐานไม่สนองนโยบายรัฐบาลว่า “ก็คิดกันไปเรื่อย เดี๋ยวก็ไปตำแหน่งอื่นกันอีก"

ปัดเด้ง"พัชรวาท"แต่อาจไม่ได้เลือก ผบ.ตร.

 ขณะที่กระแสข่าวการสั่งย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. มาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวว่า “ผมยังไม่เคยมีความคิดนี้ ซึ่งหลังจากการประชุม ก.ตร. ก็ยังไม่ได้คุยกับพล.ต.อ.พัชรวาท และขณะนี้ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม”

 เมื่อถามว่าการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ พล.ต.อ.พัชรวาท จยังได้ลงมติเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเมื่อไหร่ อย่างไร”

 เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเป็น ก.ต.ช.อยู่ก็ยังมีสิทธิ์เลือกใช่หรือไม่ นายกฯ ระบุว่า “ถ้า พล.ต.อ.พัชรวาท ยังเป็น ก.ต.ช.ก็ยังมีสิทธิ์ เพราะตามกฎ ก.ต.ช.เฉพาะคนมีส่วนได้เสีย หมายถึง พล.ต.อ.ทุกคน ยกเว้นท่านพัชรวาทที่กำลังจะเกษียณก็ต้องออกไป เพราะต่ออายุไม่ได้อยู่แล้ว”

สั่งลูกพรรค ปชป.หยุดวิจารณ์การเมือง

 ต่อมานายอภิสิทธิ์พร้อมแกนนำพรรคร่วม 30 คน เช่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ฯลฯ เดินทางถึง จ.สุราษฎร์ธานี โดยนายสุเทพนำหัวหน้าส่วนราชการมาต้อนรับ และได้แวะรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านดอนรักของนายสุเทพ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น นายสุเทพและนายบัญญัตินั่งเก้าอี้ชิดกับนายกรัฐมนตรี

 ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวไปรุมถ่ายรูปนายอภิสิทธิ์ เจ้าตัวก็ได้กล่าวขึ้นว่า “จะต้องให้ป้อนข้าว (นายสุเทพ) ให้ดูด้วยเลยไหม” ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้ดังลั่น และในระหว่างที่รับประทานอาหาร ทั้งสองคนได้พูดคุยกันอย่างออกรส

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรวมตัวของ ส.ส.จำนวนมากครั้งนี้ นายสุเทพจึงได้ถือโอกาสประชุมพรรคนอกสถานที่ไปด้วย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อยากให้ ส.ส.ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น เพราะบางทีการแสดงความเห็นไม่ตรงกันกับพรรคร่วมรัฐบาล และคนในพรรคเอง ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน และเป็นทุกข์ว่าทำไมรัฐบาลจึงมีปัญหาตลอดเวลา

 ทั้งนี้ในช่วงหนึ่ง นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ ลุกขึ้นถามว่า อยากให้หัวหน้าพรรคพูดให้ชัดว่าสถานการณ์แบบนี้จะไม่มีการยุบสภาใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบแบบทีเล่นทีจริงว่า "ตอนนี้ยังมีสภาอยู่ แต่พรุ่งนี้ไม่รู้" ทำให้ ส.ส.ในที่ประชุมต่างหัวเราะชอบใจ

ปัดเกาเหลา “เทือก” ชี้ปลายปี ศก.ดีขึ้น

 ส่วนบรรยากาศการปราศรัยของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์หน้าศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายอภิสิทธิ์นำทีมแกนนำของพรรคกว่า 30 คนขึ้นปราศรัย โดยปรากฏว่าเก้าอี้ที่ถูกจัดไว้ถึง 3 หมื่นที่นั่ง ถูกจับจองเต็มทุกที่นั่ง แม้จะมีฝนโปรยปรายลงมาก็ตาม

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงข่าวปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร. โดยยืนยันว่าไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ใกล้จะเรียบร้อยแล้ว และถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานที่ต้องมีปัญหาบ้าง เพราะประชาธิปัตย์มักจะมาเป็นรัฐบาลในช่วงที่ประเทศมีวิกฤติ ยืนยันว่าจะต้องนำประเทศผ่านวิกฤติให้ได้ ส่วนข่าวความขัดแย้งกับนายสุเทพ นายอภิสิทธิ์กล่าวแบบติดตลกว่า "ยืนยันว่าที่มีปัญหามาตลอดคือนายสุเทพและผมทะเลาะกันตลอดว่า เวลาไปหาเสียงแล้วมีคนกรี๊ดหรือชมว่าหล่อ ก็จะทะเลาะกันเพราะไม่รู้ว่าหมายถึงใคร แต่คิดว่าเป็นผม เพราะผมอายุน้อยกว่า"

 นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จะเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็ง ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจเริ่มกระเตื้อง โดยเชื่อว่าไตรมาสที่ 2-3 ถึงปลายปีตัวเลขจะดีขึ้นโดยลำดับ มั่นใจว่าดีกว่า 3 เดือนแรกแน่นอน และปลายปีตัวเลขจะกลับมาเป็นบวก

"เทพไท" ชู "ปทีป" เหลือง-แดงยอมรับ

 นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวรัฐบาลเตรียมจะยุบสภาในช่วงนี้ว่า ยืนยันว่าไม่เกิดขึ้นแน่นอน วันนี้หากจะยุบสภาและเลือกตั้งเพื่อกลับมาเป็นรัฐบาลใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะยุบสภาไปทำไม เพราะสามารถทำหน้าที่รัฐบาลได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ น่าจะเป็นการปล่อยข่าวของพรรคเพื่อไทยเพื่อหวังผลด้านจิตวิทยาให้สมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอคอยจะเป็นรัฐบาล

 ส่วนการที่นายกฯ เสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ขึ้นชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. นายเทพไทระบุว่า เป็นเพราะมีอาวุโสอันดับที่ 2 และเคยรักษาการในช่วงสั้นๆ และเป็นที่ยอมรับของคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดง จึงน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ช่วงนี้ที่สุด

 ขณะที่ข่าวความขัดแย้งระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพในเรื่อง ผบ.ตร. นายเทพไทระบุว่า ไม่มีปัญหา จากที่ได้พูดคุยกับบุคคลทั้งสอง ทราบว่านายสุเทพไม่ติดใจ และไม่ได้สนับสนุนใครเป็นพิเศษ โดยมองว่าเป็นหน้าที่ของนายกฯ โดยตรงในการเลือกบุคคลที่เหมาะสม นายสุเทพไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวใดๆ เพราะการตัดสินใจเป็นของนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หากเลือกใครเข้ามาก็พร้อมที่จะทำงานด้วย

 นายเทพไทยังกล่าวถึงการที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศนัดแต่งชุดดำวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเกิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ จะแต่งดำทั้งแผ่นดินหรือจะดำไปถึงดูไบก็ทำได้ แต่จะต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ส่วนที่กลุ่มเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 30 สิงหาคม เป็นการพิสูจน์ว่าคำประกาศของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ว่าหลังทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้วจะยุติความเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นเพียงแค่ลมปาก ไม่มีสัจจะในหมู่โจร

"อาคม" ยันนายกฯ เสนอชื่อ "ปทีป" ต่อ

 นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า หากการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ผ่านสภาในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เชื่อว่าจะไม่มีการยุบสภาแน่นอน ส่วนปัญหาการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คงไม่น่าวิตกแล้ว เพราะทราบมาว่าในคืนวันที่ 19 สิงหาคม หลังการประชุม ก.ต.ช. นายอภิสิทธิ์ได้มอบหมายให้นายนิพนธ์ไปทำภารกิจหนึ่งอย่าง ซึ่งเช้าวันที่ 20 สิงหาคม นายนิพนธ์ได้นำซองน้ำตาลมารายงานต่อนายอภิสิทธิ์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม จึงมั่นใจว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขในเร็วๆ นี้

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังยืนยันว่านายอภิสิทธิ์จะยังคงยืนยันเสนอชื่อ พล.ต.อ.ปทีป เหมือนเดิมหรือไม่ นายอาคม กล่าวว่า แน่นอน นายอภิสิทธิ์ต้องเสนอคนเดียว เพราะเป็นผู้มีอำนาจเต็ม ไม่อย่างนั้นจะถูกหาว่ากลับไปกลับมา

ปชป.รับ จ.ม.ฟังความเห็นตั้ง ผบ.ตร.

 นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวความขัดแย้งในการสรรหา ผบ.ตร.ว่า จากกระแสข่าวดังกล่าวทำให้มีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาที่พรรคเป็นจำนวนมาก และมีหลายสายได้ให้กำลังใจนายกฯ เพื่อให้เกิดการสรรหาที่เหมาะสมที่สุด ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.เขียนจดหมายหรือไปรษณียบัตรส่งมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 67 ถนนเศรษฐศิริ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.10400 เพื่อที่จะรวบรวมนำส่งข้อมูล และความคิดเห็นในเรื่องนี้ส่งให้นายกฯ ต่อไป

"ปฐมพงษ์” ยุนายกฯ ปลด "เทือก-นิพนธ์"

 พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย และที่ปรึกษากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง เรดิโอ” กรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ว่า ต้องยอมรับว่านายสุเทพซึ่งตามข่าวหนังสือพิมพ์ระบุว่าร่วมมือกับพวกผู้นำกองทัพ นายเนวิน ชิดชอบ และอดีตผู้นำกองทัพ ตั้งรัฐบาลขึ้นมา ซึ่งนายสุเทพเองก็ให้สัมภาษณ์เองว่าเป็นผู้ประสานงาน

 เมื่อถามว่า นายกฯ ควรทำอย่างไรกับทั้ง 2 คน ควรปรับออกหรือไม่ พล.อ.ปฐมพงษ์ กล่าวว่า "อย่าปรับเลย ควรปลดออกจากรองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพราะทำให้นายกรัฐมนตรีสูญเสียคุณลักษณะของผู้นำ ถ้ารักประเทศชาติจริง และจริงใจกับนายกรัฐมนตรี ต้องทำให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำที่ประชาชนและคนในชาติศรัทธา รวมถึงต่างชาติศรัทธาด้วย เพราะไม่เช่นนั้นโอกาสจะนำพาประเทศชาติผ่านวิกฤติก็ไม่ได้ นายกรัฐมนตรีเป็นคนฉลาด แต่คนรอบข้างไม่ให้ข้อมูลที่ดีพอ ท่านอาจจะเป๋ไปได้"

จับตา ภท.ดัน"จุมพล"ฟื้นระบอบทักษิณ

 นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงการเลือก ผบ.ตร.คนใหม่ว่า ปรากฏการณ์หักดิบนายอภิสิทธิ์กลางที่ประชุม ก.ต.ช. แสดงให้เห็นว่านักเลือกตั้งกลุ่มนายเนวินต้องการยึดอำนาจใน สตช. หลังสร้างเครือข่ายกับกองทัพ และควบคุมอำนาจฝ่ายปกครองโดยตั้งคนของตนเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นการสถาปนาอำนาจใหม่ที่มีลักษณะรัฐซ้อนรัฐ

 นายสุริยะใส ระบุว่า เมื่อวางขุมกำลังอำนาจทั้งประเทศก็จะบีบให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่กลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลเสียเอง หากนักเลือกตั้งกลุ่มนี้ผลักดัน พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย เพื่อนของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น ผบ.ตร.สำเร็จ เท่ากับว่าอำนาจใหม่ที่จะสถาปนาขึ้นมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย โดยมี พล.ต.อ.จุมพล เป็นสะพานเชื่อมเข้ามา ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะถูกเขี่ยพ้นกระดานใหม่

40 ส.ว.ให้นายกฯ ใช้ไม้แข็งจัดการ ก.ต.ช.

 นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวถึงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ว่า ถือเป็นความท้าทายภาวะความเป็นผู้นำของนายอภิสิทธิ์ ทั้งที่การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ถือเป็นอำนาจของนายกฯโดยตรง ดังนั้นนายอภิสิทธิ์จะต้องมีความเด็ดขาด การเสนอบุคคลที่จะเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ แต่ ก.ต.ช. กลับไม่เห็นชอบ ถือเป็นการบั่นทอนอำนาจของนายกฯ อย่างชัดเจน ตรงนี้นายอภิสิทธิ์ต้องเด็ดขาด แสดงภาวะความเป็นผู้นำออกมา ถ้านายกฯ ยังไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ ก็ไม่สมควรอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ควรลาออกไปเสีย

พท.เย้ยมาร์ค "หมดภาวะผู้นำ"

 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สภาพของนายอภิสิทธิ์ตอนนี้เรียกว่าหมดสภาวะผู้นำแล้ว ซึ่งเหมือนคนป่วยที่หมดสภาพแล้ว เพราะขนาดนายชวรัตน์ซึ่งเป็น รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ยังโหวตสวนผู้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. และมีอาการหนักจนทำให้ผู้ใหญ่ในพรรคและ ส.ส.ต้องมาให้กำลังใจเหมือนคนป่วยใกล้ตายที่ต้องการกำลังใจจากญาติคนใกล้ชิด

 นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างนายอภิสิทธิ์กับแกนนำรัฐบาลทั้งนายสุเทพและพรรคภูมิใจไทยว่า นายอภิสิทธิ์ได้สร้างความเคลือบแคลงแตกแยกในวงการตำรวจ ตลอดจนระบบราชการอย่างรุนแรง และลามไปสู่ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลจนเสถียรภาพรัฐบาลสั่นคลอนลงเรื่อยๆ และกรณีล่าสุดในการหาตัว ผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งนายอภิสิทธิ์โหวตแพ้ในที่ประชุม ก.ต.ช.นั้น เหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนด้อยในเชิงบริหาร ภาวะผู้นำมีปัญหา

 ส่วนข่าวลือเรื่องการยุบสภาที่เกิดขึ้น นายประชา กล่าวว่า หลายฝ่ายค่อนข้างให้น้ำหนัก เนื่องจากถึงทางตันแล้ว การบริหารของรัฐบาลล้มเหลว มีแต่ความขัดแย้ง ข่าวการทุจริต ส่วนตัวได้ยินมาว่าทหารกำลังหารือกันอย่างลับๆ คิดเรื่องปฏิวัติอยู่ ฉะนั้นจึงขอเตือนว่ารัฐบาลควรรีบตัดสินใจทำอะไรให้ดีขึ้นมาบ้าง อย่าทำตัวเป็นเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติอีกครั้ง เพราะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย

พท.สรุปทุจริตพอเพียง-ส่ง ป.ป.ช.เชือด

 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย คณะทำงานติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการชุมชนพอเพียง และนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตในโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) หรือโครงการชุมชนพอเพียง ที่มีนายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน เพิ่งสรุปไปเมื่อวันก่อน

 น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ผลสอบสวนของคณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่ผิดจากที่พรรคเพื่อไทยคิดไว้ เพราะเป็นการตรวจสอบเฉพาะบุคคลภายในพรรค ไม่ใช่ตรวจสอบทั้งโครงการเหมือนที่ออกมาบอกกับสื่อ โดยตรวจสอบเฉพาะเขตบางกะปิ ซึ่งเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ และออกมาระบุว่าพบผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 คน ที่เป็นแค่ ส.ก.และ ส.ข.โดยไม่มี ส.ส.เกี่ยวข้อง แต่คณะกรรมการกลับไม่ลงไปตรวจสอบในเขตอื่นที่เชื่อว่ามีการทุจริต เช่น เขตดินแดง เขตดอนเมือง เขตวังทองหลาง เขตบางกอกน้อย เขตบางพลัด เป็นต้น

 "ผมขอฝากไปถึงนายเจริญ เพราะเห็นว่าเป็นคนดีว่าอย่าไว้ใจสมาชิกที่มอบหมายให้ลงไปตรวจสอบ เพราะข้อมูลที่นำมาให้แถลงเป็นเรื่องเก่า ที่ระบุว่าพบผู้ทำผิดจึงเป็นเพียงปลาที่ติดร่างแหเท่านั้น แต่ปลาใหญ่ที่ลอยหน้าลอยตาอยู่กลับไม่ไปดำเนินการ" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

ยันทุจริตเชิงนโยบาย-สองกลุ่มขัดกันเอง

 น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า แม้ผู้บริหารจะลาออก และระงับในโครงการที่เหลือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบ โดยพรรคจะสรุปข้อมูลที่มีอยู่อีกครั้งก่อนแถลงใหญ่ จากนั้นจะส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดอยู่ระหว่างการรวบรวม ซึ่งถ้าถามว่าจะเอาผิดไปถึงระดับรัฐมนตรีได้หรือไม่ ยังไม่กล้าพูด เพราะต้องรอให้ฝ่ายกฎหมายกลั่นกรองเป็นครั้งสุดท้ายก่อน

 "แต่ยืนยันว่าผมมีหลักฐานว่าเรื่องนี้เป็นการทุจริตเชิงนโยบายแน่นอน เพราะมีรายงานผลประชุมบอร์ด สพช. เชื่อมโยงได้ว่ามีบุคคลระดับใดเกี่ยวข้องบ้าง ที่สำคัญคือมีบุคคลสองกลุ่มที่เข้าไปหาประโยชน์ในโครงการแล้วขัดแย้งกันเองคือ กลุ่มโบรชัวร์ที่ไปหาประโยชน์ในเขต กทม. และเขตหัวเมือง และกลุ่มปุ๋ยที่ไปหากินในพื้นที่ต่างจังหวัด แต่ภายหลังเกิดไปทับพื้นที่กันเอง" น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

 ขณะที่แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยเผยว่า พรรคพบข้อมูลสำคัญว่ามีกลุ่มที่เข้าไปหาประโยชน์ในโครงการ 2 กลุ่ม คือกลุ่มโบรชัวร์ ซึ่งเป็นผู้บริหาร สพช. ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่ขายสินค้าให้ชุมชนมีความขัดแย้งกับอีกกลุ่ม คือ กลุ่มปุ๋ย คือบุคคลที่ใกล้ชิดนักการเมืองระดับรัฐมนตรีในรัฐบาล เนื่องจากกลุ่มโบรชัวร์เข้าไปสั่งปลดคนของกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ยและเครื่องจักรการเกษตร เพื่อหวังลดบทบาทจนสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มปุ๋ย และเกิดเป็นความขัดแย้งกันเองจนทำให้ข่าวการทุจริตรั่วออกมาในที่สุด

"พงศ์เทพ" เชียร์ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา โฆษกส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมแก่กลุ่มเสื้อเหลืองและเสื้อแดงว่า ขึ้นอยู่กับประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นเป็นอย่างไรกับการให้ทุกฝ่ายหยุดทะเลาะกัน และหันกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ เพราะในสังคมที่มีความขัดแย้งกันมากๆ มีผู้กระทำผิดเกินกว่ากรอบกฎหมายจำนวนมาก ไม่มีทางบังคับใช้กฎหมายกับคนจำนวนมากได้

 เมื่อถามว่า หากมีการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจริง พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับประเทศทันทีใช่หรือไม่ นายพงศ์เทพ ตอบว่า ตนเคยไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศ ทราบว่าอยากกลับเมืองไทย แต่ถ้าสังคมไทยเป็นแบบนี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็คงกลับมาไม่ได้ แต่หากสังคมไทยกลับเข้ารูปเข้ารอย มีมาตรฐานเดียว ถึงเวลานั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลับมาได้ 

“ชัยสิทธิ์” โต้ ปชป.ไม่รู้จักบริษัทปุ๋ย

 พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (อดีต ผบ.ทบ.) ญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ  กล่าวผ่านรายการ “ลับ ลวง พราง เรดิโอ” ถึงการถูกโยงว่าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตปุ๋ยในโครงการชุมชนพอเพียงที่ภาคอีสานว่า พวกนี้เป็นประเภทฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด ตนไม่ได้เป็นประธานบริษัท แต่เป็นประธานโครงการแก้จนถาวรให้เกษตรกรที่ยากไร้ที่ซื้อปุ๋ยแพง แต่ผลผลิตเท่าเดิม ก็ไปหาวิธีทำอย่างไรให้ปุ๋ยมันถูกลง ผสมอย่างไร เช่น ลดปุ๋ยเคมี ก็สอนวิธีหมักจากปุ๋ย 1 ตัน เป็น 5-10 ตันได้ เพราะปุ๋ยเคมีตันละ 2 หมื่นกว่าบาท และที่การเมืองมาเล่นงานเขาเรื่อยๆ ไม่ได้เกี่ยวกับบริษัทเขาเลย แต่ตระกูล "ชินวัตร" ทำอะไรก็ผิดหมด บางคนไม่เกี่ยวข้องก็จับมาเกี่ยวข้องหมด