ข่าว

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน

30 ธ.ค. 2559

“มีชัย”หวังพรรคการเมืองเป็นสถาบันให้ประชาชน ยันกรธ.ทำตามโรดแมฟ ไม่ฟันธงเลือกตั้งช่วงไหน เชื่อคสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองหลังคลอดพ.ร.ป. 2 ฉบับ แจง คงม.44 แก้วิกฤติ

           30 ธ.ค. -- นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือกฎหมายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศปี 2560 ว่า ที่ผ่านมาทุกคนคงตระหนักดีว่าการเมืองไทยไม่ค่อยมีเสถียรภาพ ซึ่งอาจจะเกิดจากคนหรือระบบ และความไม่พร้อมในหลายเรื่อง รวมถึงความไม่สอดคล้องระหว่างกฎ กติกากับวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งมักจะนำรูปแบบการปกครองประเทศอื่นมาปรับใช้โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบสังคมไทยที่หลายอย่างไม่เหมือนกับต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและเกิดกลไกใหม่ ๆ ในกฎหมายลูก  

          ทั้งนี้ขอให้ทุกคนเข้าใจ กรธ.ว่าไม่ได้จงใจทำสิ่งใดด้วยเหตุความรังเกียจพรรคการเมือง หรือนักการเมือง แต่มุ่งมั่นที่จะทำให้การเมืองอยู่ในระบบที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริงและแก้ปัญหาในสังคมที่เคยมีและเป็นต้นเหตุของความไม่สงบสุขในสังคม ซึ่งของใหม่ย่อมเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนในสังคมและเป็นธรรมดาที่คนจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าทุกคนทำตามกติกา บทลงโทษที่มีก็คงไม่ได้ใช้ เพราะใช้กับคนที่กระทำผิด

          นอกจากนี้ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วและบ่อยมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีการศึกษาให้รู้เท่าทันก็อาจจะกลายเป็นคนล้าหลังและเสียเปรียบในการแข่งขัน ด้านพรรคการเมือง สิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคือการทำอย่างไรให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่ประชาชนมีส่วนรับรู้และมีส่วนร่วมมากที่สุด กรธ.ไม่ได้คาดหวังจะต้องเปลี่ยนแปลงได้ทันที 360 องศา แต่สามารถเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไป เพราะในอดีตที่ผ่านมาสิ่งที่ประสบกับพรรคการเมืองคือความนิยมที่จะได้คะแนนเสียงเป็นสำคัญ เนื่องจากระบบเดิมประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น แต่ระบบใหม่ประชาชนมีสิทธิไม่เลือกใครเลย เพราะผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้วไม่ถูกเลือก ก็จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมอีกไม่ได้          

            ส่วนองค์กรอิสระสิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือเรื่องประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งที่องค์กรหรือตัวบุคคลอาจมีความตั้งใจดีในการทำงาน แต่ถ้ากลไกประสิทธิภาพและความรวดเร็วไม่เอื้ออำนวยก็จะทำให้บั่นทอนชื่อเสียงเกียรติคุณขององค์กร การเปลี่ยนแปลงคราวนี้จึงต้องทำให้องค์กรอิสระทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นและตัวองค์อิสระเองก็ต้องตระหนักและเตรียมปรับกลยุทธ์เพื่อให้การทำงานสอดรับกับกฎหมายลูกที่จะเกิดขึ้น

           นายมีชัย กล่าวถึงกรณีเงื่อนไขระยะเวลาการกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยของประเทศ โดยยอมรับว่าประเมินได้ยากเพราะจะต้องคำนึงถึงความพร้อมของพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรที่ต้องเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง แต่ยืนยันว่า กรธ. ได้พิจารณายกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญโดยยึดโรดแม็พของรัฐบาลเป็นสำคัญ จึงเป็นที่มาของกรธ. ในยกร่างกฎหมาย กกต.และพรรคการเมืองก่อน เพื่อให้สามารถปรับตัว ให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ใหม่ ๆ ในกฎหมายลูก ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาสำหรับการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองไว้ 180 วัน หากพรรคการเมืองดำเนินการได้เสร็จสิ้นก่อนก็จะทำให้เกิดการเลือกตั้งที่เร็วขึ้น

           ส่วนจะเกิดการเลือกตั้งในช่วงปลายปี 2560 หรือ ต้นปี 2561ได้หรือไม่นั้น ไม่สามารถยืนยันแทนใครได้ แต่ย้ำว่ากรธ.ยังคงเดินหน้าตามโรดแม็พของรัฐบาลโดยมีกรอบระยะเวลาจัดทำกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับให้เสร็จสิ้นภายใน 240 วัน หลังร่างรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้  

            เมื่อถามว่า การคงอำนาจตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 ที่ให้มีผลบังคับใช้ได้จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่จะเป็นอุปสรรคต่อการกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยหรือไม่ นายมีชัย กล่าวว่า คสช.คงอำนาจไว้เพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้นและเป็นเครื่องมือในการบริหารประเทศให้ลุล่วง ไม่ใช่การสกัดกั้นพรรคการเมือง ในการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง                           

           เมื่อถามว่าความเหมาะสมต่อการปลดล็อคคำสั่งที่ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง นายมีชัย กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)จำนวน 2 ฉบับคือ ร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองพ.ศ...และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. พ.ศ...บังคับใช้ คสช.คงตระหนักและพิจารณาว่าจะผ่อนคลายมาตรา 44 กับพรรคการเมืองได้เมื่อใด ส่วนการที่พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับการจัดทำกฎหมายลูก ทางกรธ.มองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นอุปสรรค เพราะการมาร่วมหรือไม่มาร่วมไม่ใช่อุปสรรคเนื่องจากกรธ.รับฟังความเห็นทุกทางมาโดยตลอดอยู่แล้ว