
ไฟไหม้กุฏิเจ้าอาวาส“วัดบุญยืน”วอด5ล้าน
ไฟไหม้กุฎิเจ้าอาวาสวัดบุญยืน วัดตักบาตรเทียนหนึ่งเดียวในไทย วอด ค่าเสียหายกว่า 5 ล้านบาท สาเหตุคาดไฟฟ้าลัดวงจร
เมื่อเวลา 03.15 น.วันที่ 30 ธ.ค.59 เกิดเหตุเพลิงไหม้กุฏิ พระครูจักรธรรมสุนทร อายุ 92 พรรษา พรรษาที่ 72 เจ้าอาวาสวัดบุญยืนเวียงสา พระอารามหลวง ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน ได้รับความเสียหายและยังลุกลามเข้าไหม้อาคารพาณิชย์ต่างๆ ของตลาดสดใกล้เคียงอีกหลายคูหา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น สมาชิก อส. ขอรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำจากเทศบาลตำบลกลางเวียง เทศบาลเมืองน่าน จำนวน 7 คัน พยายามกันไม่ให้ชาวบ้านเข้ามุงดูเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าว และสามารถควบคุุมเพลิงไว้ได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ก็พบว่ากุฎิพระครูจักรธรรมสุนทร เสียหายทั้งหลัง และได้รับบาดเจ็บถูกกระจกบาดมือ และที่โหนกแก้มด้านซ้าย พร้อมกับกุฏิพระสมุห์สมาน กิจจสาโร ที่อยู่ติดกันด้านหลังถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง โดยมีพระสงฆ์ สำลักควัน นำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเวียงสา จำนวน 1 รูป
ต่อมาเวลา 06.30 น.พล.ต.ต.มณฑป แสงจำนง ผบก.ภ.จว.น่าน และพ.ต.อ.กิติสินธุ์ คงทวีพัธ์ ผกก.สภ.เวียงสา ได้เข้าตรวจที่เกิดเหตุและชี้แจงการปฏิบัติในการกันพื้นที่ิเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และประเมินค่าความเสียหายต่อไป
ขณะเดียวกัน ภายในโบสถ์วัดบุญยืน พระครูจักรธรรมสุนทร เจ้าอาวาสวัดบุญยืนเวียงสา กำลังนั่งพักผ่อน ท่ามกลางลูกศิษย์ดูแลอย่างใกล้ชิด โดยที่ใบหน้าบริเวณโหนกแก้มซ้ายและมือทั้ง 2 ข้างถูกกระจกบาด โดยกล่าวว่าขณะเกิดเหตุไฟไหม้ภายนอกห้อง จึงได้รีบหนีออกจากกุฏิ ระหว่างเปิดประตูถูกกระจกบาดได้รับบาดเจ็บที่หน้าและมือทั้ง 2 ข้าง
เมื่อเวลา 10.30 น.เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.น่าน พร้อมด้วย ร.ท.สงวน หมื่นคำเรือง หน.ชุดรักษาความสงบ ม.พัน.15 อ.เวียงสา จ.น่าน ทำการตรวจสอบหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้และประเมินค่าความเสียหาย ในเบื้องต้น สันนิษฐานเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากเป็นเวลาที่พระครูจักรธรรมสุนทร และพระลูกวัด ในระหว่างจำวัด
พระสมุห์สมาน กิจจสาโร พระลูกวัดบุญยืน กล่าวว่า ขณะจำวัดอยู่กุฎิด้านหลังที่อยู่ติดกับกุฎิ พระครูจักรธรรมสุนทร เจ้าอาวาส เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น.ได้ยินเสียงและเห็นไฟไหม้ที่กุฏิเจ้าอาวาส จึงเดินไปดูเห็นไฟกำลังไหม้ จึงโทรศัพท์ไปแจ้ง รถดับเพลิง เทศบาลตำบลกลางเวียงสา สักครู่รถดับเพลิงก็มา จึงเดินกลับไปที่กุฏิไฟกำลังลามไปติดด้านบน จึงรีบวิ่งไปเอาโน๊ตบุ๊ก ออกมาได้เครื่องเดียว ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า พระบูชาสิ่งของเครื่องใช้จีวรไหม้หมด
ด้านนายวิโรจน์ หวั่นท๊อก นายกเทศบาลตำบลกลางเวียง กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้วัดบุญยืนได้สั่งการให้รถดับเพลิงของเทศบาลข้าไปดับเพลิงก่อน พร้อมกับประสาน ขอรถดับเพลิง จาก อบจ.น่าน ,เทศบาลเมืองน่าน และหน่วยใกล้เคียงกว่า 10 คัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.สามารถควบคุมเพลิงได้ ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นประมาณ 5 ล้าน ส่วนการให้ความช่วยเหลือนั้นได้ร่วมหัวหน้าชุมชน ต.กลางเวียง ตั้งเต้นท์ประกอบอาหารให้กับเจ้าหน้าที่ประชาชนที่มาช่วยเหลือรื้อถอนเก็บกวาดทำความสะอาด
สำหรับวัดบุญยืน ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน เป็นที่รู้จักเนื่องจากเป็นวัดที่มีการจัด "ประเพณีใส่บาตรเทียน...หนึ่งเดียวในประเทศไทย” ซึ่งประเพณีใส่บาตรเทียน ถือเป็นประเพณีที่สำคัญที่คณะสงฆ์และคณะศรัทธาสาธุชนชาวอำเภอเวียงสา ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2344 หลังจากเจ้าฟ้าอัตถวรปัณโญทรงสร้างวัดบุญยืนได้ 1 ปี (วัดบุญยืนสร้างเมื่อ พ.ศ. 2343)
ประเพณีใส่บาตรเทียน ถือเป็นประเพณีที่มีแห่งเดียวในประเทศไทย เพราะเป็นประเพณีที่มีทั้งฝ่ายพระสงฆ์ และคฤหัสถ์ใส่บาตรร่วมกัน ซึ่งที่อื่นปรากฎเฉพาะคฤหัสถ์ใส่บาตรพระเพียงอย่างเดียว เอกลักษณ์ของประเพณีคือการใส่บาตรด้วยเทียน เพื่อส่งเสริมพระวินัยบัญญัติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่อง การแสดงสามีจิกรรม (การแสดงความเคารพ) ความเคารพระหว่างพระภิกษุผู้มีพรรษากาลอ่อนกว่าต่อพระเถระผู้มีพรรษากาลมากกว่า และเพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแสดงสามีจิกรรมต่อพระภิกษุที่จะอยู่จำพรรษาตลอดไตรมาส การใส่บาตรด้วยเทียนนั้นเพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้มีเทียนไว้จุดบูชาพระรัตนตรัย สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น และพิธีกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ขัดต่อพระวินัยบัญญัติ ประเพณีใส่บาตรเทียน ได้กำหนดพิธีถัดจากวันเข้าพรรษา 1 วัน หรือในวันแรม 2 ค่ำเดือน 8 ของทุกปี



