
"บิ๊กอ๊อด" เตรียมเลิกใช้ "แฟร์"
“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกลูกหนังไทย ยอมรับผลการทำงานไม่เข้าเป้า เตรียมเลิกใช้สโลแกน "แฟร์" ส่วน "ซิโก้" พอใจผลงานของ ทีมชาติไทย ในปี 2016
รอบปีที่ผ่านมา “ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ นำทีม "ช้างศึก" สร้างผลงานในปี 2559 ด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016" และผ่านเข้ารอบ 12 ทีม ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก ทว่าผลงาน 5 นัดแรก มี 1 แต้ม จากการบุกแพ้ ซาอุดีอาระเบีย 0-1, เปิดบ้านแพ้ ญี่ปุ่น 0-2, บุกแพ้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-3, บุกแพ้ อิรัก 0-4 และเปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย 2-2
"ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือจอมตีลังกา กล่าวว่าสำหรับผลงานในรอบปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะจากการเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม ซึ่งต้องยอมรับมีนักเตะไทยหลายคน ยังไม่เคยลงเล่นในรอบนี้มาก่อน ที่สำคัญนักเตะเหล่านี้สามารถโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม สู้กับทีมใหญ่ของเอเชียได้อย่างสูสี ซึ่งเห็นได้จากรูปเกมการเล่นและสกอร์ก็ไม่ได้แพ้ขาดลอยแบบสู้กันไม่ได้
“ที่ผ่านมาแม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนในวงการฟุตบอลและบรรดาแฟนบอล ในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องผลงาน และการจัดระบบการเล่นในแต่ละนัดนั้น ผมไม่ได้ซีเรียสอะไร เพราะผมรู้ว่าเป้าหมายสำคัญผมทำเพื่อสิ่งใด ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อนักเตะคนหนึ่ง คนใด อีกทั้งยังสามารถสร้างความสุขไม่เฉพาะแฟนบอลเท่านั้น ยังเป็นความสุขของคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย จึงไม่ได้วิตกหรือกังวลบแต่อย่างใด”
ด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวถึงการทำงานในรอบปีที่ผ่านมาว่า ยอมรับยังไม่พอใจ เพราะผลงานไม่ถึง 50 เปอร์เซนต์ที่ตั้งใจไว้ เพราะว่าวงการฟุตบอลมีอะไรอีกหลายอย่างที่ถูกทิ้งไว้ให้ตนต้องมาแก้ไข และเป็นปีแรกที่ต้องการทำทุกอย่างให้มีความเสมอภาคเท่าเทียมกันตามสโลแกนว่า แฟร์ ดังนั้นการทำอะไรหลายอย่างในปีที่ผ่านมาจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ถูกใจใครทุกคน แต่วันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตนไม่ได้เข้ามาเป็นตัวแทนหรือหุ่นเชิดของใครตามที่มีข้อครหา ทำให้คนในวงการฟุตบอลเริ่มยอมรับและให้ความมั่นใจมากขึ้น
"สำหรับปี 2560 ผมจะไม่ใช้สโลแกนว่าแฟร์ เพราะทุกอย่างชัดเจนแล้ว โดยจะมีสโลแกนใหม่เข้ามาแทน เพื่อพาวงการฟุตบอลไทยก้าวต่อไปข้างหน้า ขอให้แฟนบอลมั่นใจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นแน่นอน แต่จะเป็นสิ่งใดบ้างนั้นขอให้ติดตาม รับรองไม่นานเกินรอแน่”



