ข่าว

  ก.เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ภายในธ.ค.นี้

ก.เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ภายในธ.ค.นี้

29 ธ.ค. 2559

โดย - โต๊ะข่าวเกษตร

            กระทรวงเกษตรฯ เร่งแก้ปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ตามกฎหมาย ภายใน ธ.ค.นี้ เตรียมหารือร่วมกับดีเอสไอ และ ปปง. ตรวจสอบเชิงลึก หากมีเจตนาร่วมกันฉ้อโกงสหกรณ์และพบผู้กระทำผิดให้ฟ้องร้องดำเนินคดีทันที

  ก.เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ภายในธ.ค.นี้

            พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เร่งแก้ไขปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมและหาตัวผู้รับผิดชอบทุกระดับที่ทำให้เกิดปัญหาตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์หลังจากมีการตรวจพบตั้งแต่ปี 2558 ว่ามีสหกรณ์ดำเนินธุรกิจตั๋วปุ๋ย จำนวน 59 แห่ง ใน 30 จังหวัด ปริมาณ 168,722 ตัน เป็นเงิน 1,915.30 ล้านบาท ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สั่งการไปยังสหกรณ์จังหวัด ต่าง ๆ ให้ลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และให้ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกับทางสหกรณ์

           ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ล่าสุด ณ วันที่ 26 ธ.ค. 59 ยังมีตั๋วปุ๋ยคงเหลือ ปริมาณ 49,594 ตัน มูลค่า 591.58ล้านบาท ใน 24 สหกรณ์ 17 จังหวัดเนื่องจากสหกรณ์บางส่วนได้รับปุ๋ยจากบริษัทแล้ว ปริมาณ9,496.38ตัน มูลค่า65.84ล้านบาทบริษัทโอนเงินคืนสหกรณ์บางส่วน ปริมาณ 941.30 ตัน มูลค่า 6.14 ล้านบาทเปลี่ยนเป็นสัญญาเงินกู้ปริมาณ 222.45 ตัน มูลค่า 2.10 ล้านบาทสำหรับปุ๋ยที่เหลือยังไม่ได้มีการส่งมอบให้สหกรณ์ ทางกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการหากบริษัทไม่สามารถส่งมอบปุ๋ยได้ให้บอกเลิกสัญญาและขอรับเงินคืนภายใน15ม.ค.60และหากไม่ได้รับเงินคืนให้สหกรณ์ฟ้องแพ่งบริษัทและกรรมการสหกรณ์/ผู้จัดการสหกรณ์ที่ทำให้สหกรณ์เสียหายภายใน15ก.พ.60

  ก.เกษตรฯเร่งแก้ปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ภายในธ.ค.นี้

        ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ได้จากการตรวจสอบปัญหาธุรกิจตั๋วปุ๋ยในสหกรณ์ พบว่ามีข้อพิรุธในหลายประเด็น อาทิเช่นปริมาณตั๋วปุ๋ยคงเหลือ 49,594 ตัน มูลค่า591.58ล้านบาท ที่สหกรณ์ยังไม่ได้รับจากบริษัทผู้จำหน่ายปุ๋ย พบว่ามีบริษัทคู่สัญญาที่ไม่สามารถส่งได้ จำนวน 4 บริษัท ปริมาณ 47,788 ตัน มูลค่า 556.78 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 94.11 ของมูลค่าตั๋วปุ๋ยทั้งหมด ซึ่งเป็นปุ๋ยของ 3 บริษัทแรก ปริมาณ 39,067 ตัน มูลค่า 414.69 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 70.09 ของมูลค่าตั๋วปุ๋ยทั้งหมด โดยทั้ง 3 บริษัท มีความเกี่ยวพันกัน เนื่องจากมีที่ตั้งของบริษัทอยู่เลขที่เดียวกันในจังหวัดกาญจนบุรี มีเบอร์โทรศัพท์เบอร์เดียวกันและมีกรรมการผู้มีอำนาจ จำนวน2ใน 3 คน เป็นกรรมการบริษัทที่มีชื่อซ้ำกันทั้ง3บริษัท ตราสินค้า ยี่ห้อโลกต้นไม้ ปลามังกร ทับทิมสยาม ฮอร์โมนเร่งโต อินทรีย์ เลขหนึ่ง เลขหนึ่งไทย และเลขหนึ่งลายไทย ส่วนอีก 1 บริษัท คือ บริษัท ไทยธุรกิจเกษตร จำกัด จำหน่ายปุ๋ยยี่ห้อตราลูกโลก และเกลียวเชือก ดำเนินธุรกิจกับสหกรณ์2แห่ง ยังไม่ส่งมอบปุ๋ยให้กับสหกรณ์ จำนวน8,721ตัน มูลค่า142.09ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ24.01ของมูลค่าตั๋วปุ๋ยทั้งหมด

           นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์พิจารณาดูว่า การดำเนินธุรกิจตั๋วปุ๋ยของสหกรณ์แต่ละแห่ง เป็นการดำเนินธุรกิจปกติทั่วไปหรือเป็นเรื่องที่มีเจตนาร่วมกันฉ้อโกงสหกรณ์หากพบว่ามีกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ค้าปุ๋ย ในลักษณะฉ้อโกงสหกรณ์ ให้สหกรณ์ดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง ภายในระยะเวลาอายุความ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์จะหารือร่วมกับดีเอสไอ และ ปปง. เพื่อตรวจสอบเชิงลึกเพื่อดูเส้นทางการเงินของบริษัทปุ๋ย ว่ามีการดำเนินธุรกิจที่ส่อไปในทางฉ้อโกงหรือไม่

         นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านปัญหาเรื่องสารปรับสภาพดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินการสำรวจสารปรับสภาพดินที่คงค้างอยู่ในสหกรณ์ต่าง ๆ พบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น228สหกรณ์ ใน57จังหวัด เป็นเงิน106,343,571.44บาทสหกรณ์ที่มีสารปรับสภาพดินตั้งแต่1ล้านบาทขึ้นไป รวม21สหกรณ์ ใน12จังหวัด เป็นเงิน72,359,316.02บาทและได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรเข้าไปตรวจสอบการซื้อขายสารปรับสภาพดินในสหกรณ์ที่ยังคงเหลือเกิน1ล้านบาทโดยจะตรวจสอบว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมและมีสภาพใช้การได้หรือไม่หากพบว่าเป็นการกระทำเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ. 2518ให้ดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่าสารปรับสภาพดินเสื่อมคุณภาพ ก่อให้เกิดความเสียหายกับสหกรณ์ จะให้กรรมการสหกรณ์ชุดปัจจุบันหาตัวผู้รับผิดชอบที่เป็นต้นเหตุในการทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าวต่อไป

                                                                        **************