
ข่าวช็อก-ข่าวทอล์ก...ปี 59
รวมเรื่องเม้าท์ ขำๆ เฮๆ ฮาๆ ช็อค ซี๊ด...เจ็บจี๊ด...ตลอดปี 2559
1 ปี มี 365 วัน แต่ละวันมี 24 ชั่วโมง แต่ละชั่วโมงมี 60 นาที และ 1 นาที มี 60 วินาที บนโลกนี้จึงมีข่าวคราวเรื่องราวดี
บ้าง ร้ายบ้าง ให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปีลิงที่กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่ชั่วยามนี้ก็มีเรื่องให้ช็อกและชวนทอล์กเช่นกัน...
ในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต
แม้หลายคนรู้ถึงสัจธรรมในข้อที่ว่า “เกิด แก่ เจ็บ ตาย” ไม่มีใครหนีพ้น แต่สำหรับเหตุการณ์ตลอดวันที่ 12 และ 13 ตุลาคม 2559 ซึ่งคนไทยทั้งประเทศ รวมถึงทั่วโลก ที่ต่างเกาะติดข่าวพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งพยายามส่งคำสวดมนต์ภาวนาให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร จวบจนกระทั่งเวลา 19.47 น. วันที่ 13 ตุลาคมนั้น เหมือนหัวใจคนไทยถูกกระชากจนแหลกสลาย เมื่อสำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ “การเสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9” ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เพียงประโยคที่ผู้ประกาศเอ่ยพระนาม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ก็ทำเอาต่างร้องไห้เสียงดังระงม บางคนที่เฝ้าติดตามพระอาการถึงกับล้มทั้งยืน ร้องไห้กันทั้งประเทศ น้อยคนนักที่จะฟังการประกาศครั้งนั้นได้จบสิ้นอย่างมีสมาธิ ซึ่งข้อความดังกล่าว...นับว่าเป็นข่าวสุดมหาวิปโยคไม่เพียงแค่ในรอบปี แต่ยังเป็นข่าวสุดเศร้าในรอบหลายสิบปีสำหรับประชาชนชาวไทยอย่างยากจะหาใดมาเปรียบ
เลิกกิจการปาร์คนายเลิศ
ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร
อีกข่าวช็อกวงการธุรกิจและสังคม แม้ว่าจะไม่ถึงกับเศร้า แต่ยอมรับว่าอดใจหายไม่ได้ เมื่อ “น้องเล็ก" ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ทายาทรุ่นที่ 3 ของโรงแรมหรู “ปาร์คนายเลิศ” ออกมาประกาศปิดกิจการโรงแรมและธุรกิจในเครือ โดยมีกลุ่มทุนใหญ่จากบริษัทในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ซื้อไปในมูลค่าราว 10,800 ล้านบาท และจะปิดกิจการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป ส่วนข่าวที่สะพัดออกมาว่า การซื้อขายที่ดินที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เนื่องจากการบริหารงานที่ผิดพลาด แต่เจ้าตัวออกมาย้ำว่า โรงแรมปาร์คนายเลิศไม่ได้เจ๊ง แต่เพราะอยากพัฒนาที่ดินผืนนี้ให้มากขึ้น อีกทั้งตลอดเวลาที่ผ่านมา 10 ปี ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอซื้อพื้นที่ตรงนี้ ทั้งไทยและต่างชาติ แต่ทางครอบครัวเห็นว่า โครงการที่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เสนอเข้ามานั้นลงตัว ตรงกับเจตนาของครอบครัว
ซึ่งส่วนหนึ่งอย่างที่หลายคนกังวลเรื่องต้นไม้และพื้นที่ต่างๆ นั้น นพ.ปราเสริฐย้ำกับครอบครัวว่าจะไม่ตัดต้นไม้ และคงความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นปอดของกรุงเทพฯ ไว้ทั้งหมด และมองว่าราคาที่ดินที่ซื้อขายนั้นสมเหตุสมผล...
ไม่ขายก็รวย...ขายก็รวย...เรื่องของคนรวยๆ นะคะ...อิอิ
ข่าวกุศลพ่นพิษเป็นข่าวอกุศล
เกิดอาการช็อกผสมความงุนงงผสมกับต่อมเผือกของชาวโซเชียลทำงานอย่างเร่งด่วนจี๋ เมื่อจู่ๆ จาก “ข่าวกุศล” กลับกลายเป็น “ข่าวอกุศล” ไปซะอย่างงั้น กรณีพบข้อทุจริตในการจัดงานคอนเสิร์ตเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และด้อยโอกาส ให้แก่คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และข่าวช็อกก็เริ่มทวีความร้อนแรงมากขึ้น ด้วยการสาวไส้อย่างต่อเนื่องโดยเจ้าของบริษัทออแกไนซ์มือทอง ออกมาโวยผ่านเฟซบุ๊กเป็นระลอกก่อนจะขยับเข้าสู่กระบวนทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนคู่กรณีก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่เป็นไฮโซรุ่นพี่ร่วมสถาบันน้องพี่สีชมพู ที่รักกันมาเนิ่นนั่นเอง และแม้กระแสเรื่องราวดังกล่าวจะค่อยๆ เลือนหายไปจากความสนใจของผู้คนในสังคม
แต่บทสรุปก็ยังไม่ชี้ชัดว่าใครผิดใครถูก
รักต่างวัยไปไม่รอด
หทัยเทพ ธีระธาดา - วิทย์ ภูธฤทธิ์
ตอนที่เปิดตัวว่าอยู่กินฉันภรรยาสามี ก็ถือว่าช็อกพอสมควร สำหรับคู่รักต่างวัยหัวใจซู่ซ่า “ซูซี่” หทัยเทพ ธีระธาดา เจ้าของเลขไมล์ชีวิต 73 ปี กับหนุ่มหนวดงามกล้ามโต "วิทย์" วิทย์ ภูธฤทธิ์ อายุ 49 ปี แต่บัดนี้สังคมมีความช็อกหนักมากกว่า เมื่อ “ไฮโซสาวสองพันปี” ออกมานั่งเปิดใจหมดเปลือกกับรายการทอล์กโชว์ชื่อดัง “วู้ดดี้” ว่า แยกทางกับสามีหลังจากอยู่กินกันมานานถึง 25 ปี และที่สำคัญเลิกกันมานานนับปีอีกซะด้วย ทำเอาเป็นข่าวครึกโครมระดับประเทศ ส่วนต้นสายปลายเหตุแห่งการสวมคอนเวิร์สแยกย้ายทางใครทางมัน ถึงเจ้าตัวจะไม่พูดอะไร แต่คนในสังคมพากันตบเข่าดังฉาดว่า คงก็ไม่พ้นเรื่องมือที่สาม...
กระนั้นสาวใหญ่สุดมั่นก็ยังยืนยันนั่งยันนอนยันว่า ตอนนี้เธอสบายดี ไม่เคยมีเวลาไหนที่ไม่มีความสุข “ไม่ว่าจะอยู่กับเขาหรือไม่อยู่กับเขา ในเมื่อใจเราเป็นสุข ทุกอย่างก็เป็นสุข”...ไม่เสียชื่อสวยแซบ
ฮ้า..จ๋า+อั๋น จะแต่งงาน!!!
ถึงกับร้อง “ฮ้าาาาาาา!!” เมื่อได้ยินข่าวว่า นักธุรกิจสาวเจ้าของทิฟฟานี่โชว์ “จ๋า” อลิสา พันธุศักดิ์ จะเข้าพิธีวิวาห์กับพิธีกรหนุ่มมาดนุ่มนิ่ม “อั๋น” ภูวนาท คุนผลิน งานนี้ทำเอาต่อมเผือกของชาวสังคมทำงานหนักด้วยความสงสัยใคร่อยากรู้ว่าทั้งคู่ไปซุ่มปลูกต้นรักจนผลิดอกออกผลกันตั้งแต่เมื่อไหร่???? จู่ๆ ก็เซอร์ไพรส์เพื่อนในแวดวงสังคมโซไซตี้ด้วยการประกาศแต่งงานต้นปีหน้า...งานนี้ขาเม้าท์ถึงกับเกาคางดังแก็กๆ เมื่อ “จ๋า-อั๋น” ควงกันออกมาเคลียร์ทุกประเด็นคาใจ ว่า ไม่ใช่การแต่งงานฟ้าผ่า เพราะมีแพลนว่าจะแต่งงานมาตั้งแต่ปี 2558 แล้วก็เลื่อนเดือนพฤศจิกายน 2559 แต่แล้วเกิดเหตุการณ์จำต้องเลื่อนอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัวร์ๆ กำหนดแล้วว่าจัดขึ้นในวันที่ 14 มกราคม 2560 ซึ่งจะเป็นพิธีเข้าโบสถ์แบบคริสต์ และพิธีแบบไทยตอนเช้าและงานฉลองมงคลสมรสตอนค่ำในวันที่ 16 มกราคม 2560 และที่สำคัญว่าที่คู่บ่าว-สาวยังคอนเฟิร์มว่า ใช้เวลาคบหากันมานานถึง 9 ปี
อ๊ะๆๆๆ!!!...ส่วนเรื่องที่หลายคนมองว่าเป็นการแต่งงานเพราะการเอื้อธุรกิจบ้างล่ะ หรือว่าเพราะฝ่ายว่าที่เจ้าสาวลงสู่สนามการเมืองบ้างล่ะ ที่ว่านี้ก็มีเหตุผลมาจากฝ่ายว่าที่เจ้าบ่าวนั้น ดูยังไง้ ยังไง ก็ไม่แมน....งานนี้เจ้าตัวก็บอกว่าเป็นความเข้าใจผิดของคนอื่นไปเอง ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยออกมาปฏิเสธ แต่คนรอบข้างต่างทราบดีอยู่แล้วว่าเขานี่แมนร้อยเปอร์เซ็นต์...!!!
พี่น้องสื่อสิ่งพิมพ์อำลาแผง
นับเป็นปีวิกฤติของอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริง และพาให้เป็นบรรยากาศหดหู่ เมื่อได้รู้ข่าวว่าพี่น้องแวดวงน้ำหมึกที่อยู่เคียงข้างในสนามข่าวกันมาเนิ่นนานต่างเรียงหน้าออกมาประกาศโบกมืออำลาแผงหลายต่อหลายฉบับนับ ตั้งแต่นิตยสาร “Who” ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับคนดังในแวดวงต่างๆ ของเมืองไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 โดย บริษัท วี-ลัค มีเดีย ของตระกูลจึงรุ่งเรืองกิจ หลังจากปรับกลยุทธ์สู้ศึกกับพิษเศรษฐกิจ โดยการปรับตัวจากนิตยสารรายสัปดาห์ สู่ “รายปักษ์“ และสุดท้ายกลายมาเป็น "รายเดือน” แต่สุดท้ายก็ตัดใจโบกมืออำลาแผงไปตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนิตยสารรุ่นราวคราวแม่ อย่าง “สกุลไทยรายสัปดาห์” ก็ปิดตำนาน 61 ปี โดยคณะผู้บริหารนิตยสารสกุลไทยได้มีมติให้ยุติการจัดทำนิตยสารสกุลไทย โดยฉบับที่ 3237 ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นฉบับสุดท้าย
นอกจากนี้ยังมีนิตยสารแฟชั่น Volume โดยวางแผนในเดือนกุมภาพันธ์ 2559 เป็นฉบับสุดท้าย หลังดำเนินธุรกิจมากว่า 12 ปี และที่สะเทือนใจคนในวงการไม่แพ้กันก็คือ นิตยสารแฟชั่นที่วางแผงมากว่า 27 ปี อย่าง “Image” ล่าสุดประกาศยุติดำเนินการ โดยวางขายฉบับสุดท้ายไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่วนตามมาติดๆ กับนิตยสารแฟชั่นเก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่งของเมืองไทย อย่าง “เปรียว” ภายใต้การนำของเจ้าพ่อธุรกิจเมืองไทย “ชเยนทร์ คำนวณ” ประกาศปิดตำนานอันลือลั่น โดยจะยุติการวางแผงภายในเดือนธันวาคมนี้ หลังโลดแล่นสร้างชื่อเสียงมาถึง 35 ปีเต็ม ล่าสุดก็ถึงคิวของนิตยสารผู้หญิงรายปักษ์ที่ถือว่าได้รับความนิยมจากผู้อ่านมากที่สุดฉบับหนึ่งในประเทศไทย นั่นได้แก่ นิตยสาร “พลอยแกมเพชร” ก็ประกาศปิดตัวลงในปลายปีนี้ หลังจากดำเนินกิจการมานาน 25 ปี โดยฉบับที่ 598 วางแผงไปวันที่ 16 ธันวาคม 2559 เป็นฉบับสุดท้าย ทั้งนี้ นิตยสารพลอยแกมเพชร ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 โดย ชุลีพร อารียพิพัฒน์กุล
และใช่ว่าข่าวคราวการอำลาแท่นพิมพ์จะเกิดขึ้นในเฉพาะแวดวงนิตยสารแต่อย่างใด เพราะเมื่อไม่กี่วันที่่ผ่านมา แวดวง “ชาวพิราบ” ก็ต้องประสบข่าวช็อกอีกครั้ง เมื่อ ค่าย "บ้านเมือง” ซึ่งดำเนินธุรกิจมาถึง 44 ปี ประกาศขอหยุดผลิตหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ตั้งแต่ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป โดยระบุว่า เนื่องจากรูปแบบการดำเนินธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีสื่อใหม่ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทำให้การคงอยู่ของสื่อสิ่งพิมพ์เป็นไปได้ยากลำบาก ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย ทางผู้บริหารของบริษัท นวกิจบ้านเมือง จำกัด ได้พยายามประคับประคองการดำเนินธุรกิจให้คงอยู่อย่างสุดความสามารถมาเป็นระยะเวลาพอสมควร แต่ก็มิอาจทนต่อสภาวการณ์ในปัจจุบันได้...และการล้มหายตายไปจากแผงของสื่อสิ่งพิมพ์คงไม่หยุดแค่นี้เท่านั้น เอาเป็นว่าปีหน้าฟ้าใหม่เอาใจช่วยให้ลมหายใจของตัวอักษรบนแผ่นกระดาษที่เหลืออยู่สู้กันต่อ ส่วนพี่น้องซึ่งอำลาแผงไปแล้ว...สัญญาว่าเราจะคิดถึงกัน!!
แซบ...จี๊ดสะเทือนสังคม
ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ปิดท้ายปี เห็นจะไม่มีเรื่องไหนให้คนในสังคม ตั้งแต่ไฮโซ ไฮซ้อ เซเลบ และคนอยากเป็นเซเลบ เม้าท์กันให้แซบ ต้องเป็นเรื่องที่ คุณหญิงเกิดศิริ ศรุตานนท์ ออกมาหย่อนระเบิดลูกใหญ่ แถมถูกต้องตามกฎหมาย คือการออกจดหมายยืนยันว่าตัวเธอนั้นยังไม่ได้หย่าขาดกับสามีคนดัง พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ หลังจากที่หญิงสาวเปรี้ยว เฟี้ยวเงาะ “เรต” ยุวเรต ออกมาบอกสื่อมวลชนที่เลิฟๆ กัน เธอเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “ศรุตานนท์” เรียบร้อยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หลังเป็นผู้ติดตามดูแล “ท่านสันต์” มากว่า 13 ปี และที่ได้ก็มาจากความเอื้ออาทรไมตรี มิได้หยิบมาใช้เองตามอำเภอใจ...
...พอจดหมายจากภรรยาถูกต้องตามกฎมายร่อนออกมาสู่สังคม สื่อมวลชนก็พยายามติดต่อคุณหญิง ได้รับคำตอบว่า ตอนนี้คุณหญิงเกิดศิริไม่พร้อม เพราะสภาพจิตใจย่ำแย่ จึงป่วย ขอรอให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมออกมาคุยกับสื่อแน่นอน แม่เจ้าประคุณจัมโบ้อีโต้บั๊ม...เท่านั้นละเสียงของคนในสังคมโหมประโคมกันกึกก้อง ถึงความไม่ถูกครรลองคลองธรรม ผิดศีลธรรมและย่ำยีหัวใจคนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายมากเกินไปมาให้กันยาวเหยียดละที่นี้...
เอาเป็นว่า ณ ตอนนี้ก็ได้แต่เม้าท์กันละ เพราะต่างฝ่ายต่างยันว่าถูกกฎหมาย ต่างฝ่ายก็ต่างแรง เข้าสำนวนไทยโบ(ราณ) “ขิงก็ราข่าก็แรง”...
มาดามลิลลี่...ยืนยัน นอนยัน นั่งยันเลยเอ้า...เดี๋ยวมีภาคต่อแน่เรื่องนี้...อิอิ...
ลาทีปีวอก พร้อมน้อมรับปีไก่...เอ้กอิเอ้ก...เอ้กกกกกกกก.....



