ข่าว

จนท.บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช

จนท.บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช

28 ธ.ค. 2559

สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช ป้องกันนำยาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมายเข้าเรือนจำ

               เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 28 ธ.ค.59 นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 21 อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 3 รวมกว่า 300 นาย สนธิกำลังกันบุกเข้าตรวจค้นภายในเรือนจำกลางนครราชสีมา เพื่อหายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ โดยมีนายภักดี ตั้งธรรม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครราชสีมา และพ.ต.อ.วิวัฒน์ ลีลาเขต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำตรวจค้นเรือนนอนของผู้ต้องขัง ตั้งแต่แดนแรกรับ แดนเด็ดขาด และแดนหญิง ซึ่งภายในเรือนจำกลางนครราชสีมาแห่งนี้ มีผู้ต้องขังอยู่กว่า 3,200 คน จากการตรวจสอบไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

จนท.บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช                นายธนพล กล่าวว่า การตรวจค้นครั้งนี้ เพื่อป้องกันผู้ต้องขังฉวยโอกาสช่วงเทศกาลปีใหม่ติดต่อนำยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาภายในเรือนจำ ซึ่งเป็นไปตามมาตรการป้องกันการกระทำผิดกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ที่ต้องการให้เรือนจำทุกแห่งเป็นเรือนจำสีขาว ปลอดยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด ซึ่งจากผลการตรวจค้นในครั้งนี้ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด อีกทั้งพบว่าทางเรือนจำกลางนครราชสีมา ได้มีมาตรการดูแลสถานที่ให้มีความสะอาดเรียบร้อย สะดวกต่อการตรวจค้นเป็นอย่างมาก

จนท.บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช                ด้าน นายภักดี กล่าวว่า ปัจจุบันเรือนจำกลางนครราชสีมา มีผู้ต้องขังอยู่ทั้งหมดจำนวน 3,551 ราย ซึ่งปกติจะมีการตรวจค้นอย่างเข้มงวดเป็นประจำทุกวัน ทำให้ไม่มีสิ่งผิดกฎหมายเล็ดลอดเข้ามาได้ ขณะเดียวกันในช่วงหยุดยาว 4 วัน เทศกาลปีใหม่นี้ จะไม่มีการเปิดโอกาสให้เยี่ยมญาติ

จนท.บุกตรวจค้นเรือนจำกลางโคราช                ส่วนมาตรการป้องกันการลักลอบนำสิ่งเสพติดเข้ามาในเรือนจำนั้น ก็ได้มีการประสานไปยังชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งข่าวถึงพฤติกรรมของผู้ค้ายาว่ามีรายใด สงสัยที่จะติดต่อเข้ามาในเรือนจำกลางนครราชสีมาบ้าง โดยทางเรือนจำจะจัดเจ้าหน้าที่คอยประกบผู้ต้องขังที่เป็นระดับบิ๊กเนม หรือที่ต้องสงสัย เพื่อสังเกตพฤติกรรม และใช้วิทยุสื่อสารดักฟังอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังไม่มีอะไรน่าสงสัย