ข่าว

"ฆ่าแดงล้มรบ.บริหารกันเอง"

"ฆ่าแดงล้มรบ.บริหารกันเอง"

23 ส.ค. 2552

ปฏิบัติการ "หักดิบ" ผู้นำประเทศ กลางที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือก.ต.ช. นับเป็นยุทธการ "เย้ย" อีกช็อตหนึ่งที่ "ภูมิใจไทย" จัดให้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ต้องเสียรังวัดอย่างใหญ่หลวง ไม่อาจดัน "พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ"

ขึ้นสู่ยอดเสาได้ตามเป้าประสงค์ เป็นที่มาของมาตรการ "เอาคืน" ด้วยการยุบสภาทิ้ง เป่านกหวีดเลือกตั้งใหม่ เพราะต่างรู้ดีว่า คำว่า "ยุบสภา" นี้ ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลไหนอยากได้ยินจากปากนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจตัดสินใจตามกฎหมาย

 อาการ "เขย่า" ไม่เลิกของรัฐบาล เพราะปม "ผบ.ตร." เป็นเหตุลุกลามกลายเป็น "ชนวน" พารัฐบาลล่ม เป็นสถานการณ์ที่ “เข้าร่องตีน” ศัตรูตัวฉกาจคือ “กลุ่มเสื้อแดง” พอดิบพอดี

 หัวหอกสีแดงยิ้มร่า รอรับส้มหล่น หากการสะดุดกึกเที่ยวนี้ แรงถึงขั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 1 ใน 3 เกลอหัวขวด ที่หัวเกรียนตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่ารัฐบาลนี้จะพังนั้นไม่ใช่เพราะเสื้อแดง แต่จะพังเพราะการขัดขากันเองระหว่างกลุ่มอำนาจที่ก่อรูปอำนาจรัฐขึ้นมานั่นเอง

 "ตอนนี้เสื้อแดงไม่ต้องออกมาชุมนุมเลย พากันไปเที่ยวบนภูสัก 2-3 เดือนยังได้ เพราะรัฐบาลนี้จะจบด้วยตัวเอง"

 แต่ที่ยังวิเคราะห์ไม่ขาดก็คือท่วงทำนองของ "สีน้ำเงิน" ภายใต้การบัญชาการของนายเก่า "เนวิน ชิดชอบ"

เสื้อแดงหัวเกรียนรายนี้ จับจังหวะก้าวของ "สีน้ำเงิน" แล้ว ฟันธงเปรี้ยงว่ายุทธศาสตร์ “เนวิน” คือ “ฆ่าแดง ล้มรัฐบาล แล้วบริหารกันเอง”

 สมการการเมืองสูตรนี้น่าสนใจไม่น้อย ถึงขนาดโหวตฉีกหน้านายกฯ ก็ยังทำได้ ทำไมคนอย่าง “เนวิน” ที่คิดการใหญ่มาตลอดชีวิต จะไม่คิดผงาดขึ้นกุมอำนาจรัฐด้วยมือของตัวเอง หรือของพวกตัวเองมากกว่าที่จะยืมจมูกประชาธิปัตย์หายใจไปเรื่อยๆ แบบนี้ 

ละครน้ำเน่าตัวแม่

 ชัดเจน !! สำหรับการเมืองไทยกับคำที่ว่า "ไม่มีมิตรและศัตรูที่ถาวร" โดยเฉพาะคู่ของ "ท่านเติ้งเสี่ยวหาร" บรรหาร ศิลปอาชา กับ "ลูกห้อยที่รัก" เนวิน ชิดชอบ ที่หันมาจูบปากกันเสียแล้ว

 หลังจากที่ไม่มองหน้ากันนานนับสิบปี หลังจากเจอ ลูกรักหักเหลี่ยมโหด โดดซบพรรคคิดใหม่ทำใหม่ สมัยที่ นายใหญ่ยังเรืองอำนาจ

 พร้อมกับถ้อยวลีที่เคยเอื้อนเอ่ยอยากแสบสัน ประกาศจากปากลูกห้อยที่รักว่าจะ "เตะก้านคอ" "พ่อเติ้ง"

 ทำเอาสมัยนั้น ควันออกหู ขนาดที่ "ท่านเติ้งเสี่ยวหาร" ประกาศตัดความสัมพันธ์ แบบไม่เผาผีกันทีเดียว

 แต่การเมืองคือมหากาพย์ฉากใหญ่ เพราะสุดท้ายก็เมื่อประโยชน์ลงตัว ภาพกอดกันกลมกลางงานวันเกิดครบ 77 ปี ระหว่าง "พ่อเติ้งกับลูกเนวิน" จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น ท่ามกลางการหลงลืมวิวาทะที่เคยเกิดขึ้นสมัยครั้งอดีตกาล

 พร้อมกับถ้อยคำหวานหู ฉอเลาะกันระหว่างพ่อลูกที่พรากจากกันมานานนับสิบปีว่า "มากอดทีขอให้พ้นทุกข์ภัย" ขณะที่ "ลูกเนวิน" บรรจงกราบแทบอก "พ่อเติ้ง" ด้วยน้ำตาคลอเบ้า

 งานนี้เรียกได้ว่าน้ำตาแทบจะท่วมงาน เล่นเอาละครช่อง 7 ที่เรียกว่าเจ้าแม่แห่งวงการน้ำเน่ายังอาย "กบ" สุวนันท์ ชิดซ้าย เพราะเจอนักแสดงที่เรียกได้ว่า "ตัวแม่ของจริง" !!

 คงต้องติดตามละครใหญ่แห่งวงการการเมืองต่อไป ว่าสุดท้ายจะกลายเป็นละครบู๊ที่ยิงกันดุเดือดเลือดพล่าน หักหลังกันสนั่นเมือง หรือจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง จนต้องยกให้เป็นละครน้ำเน่าแห่งปี ฮา ฮา ฮ่า...


เจ้าพ่อหินกลิ้ง

 ยังฮอตไม่เลิกกับวอลล์เปเปอร์ตัวพ่อ อย่าง "เสี่ยเล็ก" ศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ คนใกล้ชิด "นายกฯ มาร์ค" ที่ออกมาสวมบทโปลิศจับโปลิศ หวังกระชากหน้ากากโจรในคราบเครื่องแบบสีกากี

 แต่กลับเป็นว่า "วอลล์เปเปอร์ตัวพ่อ" ถูกดัดหลังเอาเสียก่อน ด้วยมีขบวนการของสื่อค่ายสีน้ำเงินนำนามบัตร พร้อมลายเซ็นฝากนายตำรวจระดับนายพันเร่แจกจ่ายไปตามทุกสำนัก

 เสมือน "เสี่ยเล็ก" จะไหวตัวทัน เพราะงานนี้เจ้าตัวออกมายืนยันตลอดว่า " ไม่เคยมีลายเซ็นเป็นภาษาไทย"

 เมื่อถูกเหล่าบรรดากระจอกข่าวให้เซ็นโชว์เป็นหลักฐาน "เสี่ยเล็ก" ก็กระมิดกระเมี้ยน ได้แต่บอกว่าลายเซ็นไม่สวย พอถูกรุกหนักเข้า "วอลล์เปเปอร์ตัวพ่อ" ก็ออกตัวว่าเซ็นเป็นภาษาไทยไม่เป็น เพราะไปเรียนอังกฤษตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ลายมือภาษาไทยเป็นไก่เขี่ย

 แม้สื่อพยายามยื่นกระดาษให้ "เสี่ยเล็ก" ลองเซ็นเป็นภาษาไทย แต่เจ้าตัวยังพลิ้วหาช่องออกจนได้ ด้วยการเซ็นเป็นชื่อของนักข่าวแทน

 สุดท้าย "วอลล์เปเปอร์ตัวพ่อ" ยังพลิ้ว ไม่ยอมเซ็นเป็นภาษาไทย ได้แต่เอาตัวอย่างภาษาอังกฤษมาโชว์ นั่งยันนอนยัน ว่ากระทั่งในพาสปอร์ตยังเป็นภาษาอังกฤษ

 พอถูกสื่อซักหนักเข้า "เสี่ยเล็ก" ก็จับปากกามือสั่น หาช่องออกเซ็นเป็นชื่อนักข่าวอีกครั้ง เซ็นกี่ครั้งก็เป็นชื่อนักข่าว

 แหมๆ ๆ...นอกจากเป็น "วอลล์เปเปอร์ตัวพ่อแล้ว" ตอนนี้คงต้องเรียกอีกชื่อว่า "เจ้าพ่อหินกลิ้ง" เพราะกลมกลิ้งได้แบบไม่ยอมหลุด