"ธรรมกาย"ระทึก! ตร.4กองร้อยบุกวัด สุดท้ายแค่รื้อสิ่งกีดขวาง
ระทึก! ตำรวจ 4 กองร้อยตรึงหน้าวัด ข่าวสะพัดคำสั่งพิเศษสั่งจับ “ธัมมชโย” ธรรมกายตึงเครียดปิดทางเข้าออก ระดมศิษย์สวดมนต์ขวางทาง สุดท้ายแค่บุกรื้อถอนสิ่งกีดขวาง
หลังจากพักแผนไล่จับพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไปชั่วคราว ตั้งแต่หมายค้นวัดรอบสองที่ศาลอนุมัติให้หมดอายุไปตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม จนดูว่าสถานการณ์คงจะเงียบไปจนถึงหลังปีใหม่ แต่วันนี้บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กลับมาคึกคักปนระทึกอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ มีตำรวจอย่างน้อย 4-5 กองร้อย ออกมาตั้งแถวประชิดอยู่หน้าประตูทางเข้าวัดทุกประตู ท่ามกลางกระแสข่าวมีคำสั่งพิเศษให้บุกจับอดีตเจ้าอาวาส ผู้ต้องหาคดีอาญาและมีหมายจับมากมายให้ได้ก่อนส่งท้ายปีเก่า
ธรรมกายเครียด ตร.บุกตั้งแต่เช้ามืด
การเตรียมแผนของฝ่ายตำรวจมีมาต่อเนื่องหลายวัน เห็นได้จากที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปประชุมกับตำรวจชุดปฏิบัติการที่ สภ.คลองหลวง ถี่มาก กระทั่งเมื่อวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ใช้เวลาประชุมนานราว 5 ชั่วโมง ก็มีคำสั่งให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่รับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 4 กองร้อย เตรียมความพร้อมที่หน้าอำเภอคลองหลวง เวลา 03.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม เพื่อรอคำสั่งปฏิบัติการ
ต่อมา เวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 4 กองร้อย พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รถขยายเสียง และรถยก เคลื่อนกำลังจากหน้าอำเภอคลองหลวง ไปยังวัดพระธรรมกาย ก่อนแบ่งกำลังไปตรึงที่หน้าประตูเข้าออกวัดทุกประตู
ขณะที่ฝ่ายตั้งรับ คือ วัดพระธรรมกายนั้น ปิดทางเข้าออกวัดทุกประตู โดยเฉพาะประตู 7 ฝั่งถนนบางขัน-หนองเสือ ซึ่งเป็นประตูหลักถูกปิดสนิท แต่ก็มีที่ประตู 5 ถนนเลียบคลองแอน 2-3 และประตู 6 ที่ยังอนุญาตให้ผ่านเข้าออกได้เฉพาะเจ้าหน้าที่วัดและประชาชนที่ทยอยเข้าไปนั่งสวดมนต์กันอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดเหมือนครั้งที่ตำรวจทำท่าจะบุกเข้าค้นวัดช่วงวันที่ 13-16 ธันวาคม ที่ผ่านมา
เช่นเดียวกับประตู 1 ถนนเลียบคลองสาม ก็มีประชาชนมานั่งสวดมนต์กัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนสะพานข้ามคลองที่เชื่อมต่อเข้าไปภายในวัดพระธรรมกาย โดยบนสะพานมีพระเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของตำรวจอยู่เช่นกัน และทางวัดยังดับไฟ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่มองเห็นด้านใน
เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนยังตรึงกำลังทุกประตูเข้าออกของวัดพระธรรมกาย โดยเฉพาะประตู 5 ประตู 6 ฝั่งถนนเลียบคลองแอน 2-3 ศิษย์และพระสงฆ์ทยอยเข้ามานั่งสวดมนต์สมทบกันมากขึ้น ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มาติดตามรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.เขมพันธ์ โพธิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง เดินทางมายังประตู 5 เพื่อตรวจสถานที่ และแจ้งให้ทางวัดจัดการรื้อถอนเต็นท์ สแลน รั้วเหล็ก และเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์ที่นำมากั้นกีดขวางทางสาธารณะออกไป
เวลา 09.30 น. วัดพระธรรมกายทำท่าว่าจะยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยนายพัฐจักร เทพศร ทนายความคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ระบุว่า จะให้เจ้าหน้าที่ของวัดนำอุปกรณ์เข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางที่ประตู 5 และรั้วเหล็กที่เลยขึ้นไปประมาณ 500 เมตร
เวลา 11.00 น. วัดพระธรรมกายยังไม่ยอมรื้อถอนสิ่งกีดขวางออกจากทางสาธารณะ ขณะที่พระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ยังปักหลักนั่งสวดมนต์อยู่ที่หน้าประตู 5 อย่างไม่ลดละ
เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ารื้อถอนสิ่งกีดขวางออก หลังจากไม่มีทีท่าว่าเจ้าหน้าที่วัดจะมาดำเนินการตามที่อ้าง ซึ่งการรื้อถอนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนถอนกำลังจากประตู 5 และ 6 กลับที่ตั้ง สภ.คลองหลวง
เวลา 14.00 น. พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้เดินทางมาที่ประตู 10 ถนนเลียบคลองแอน 2-3 ซึ่งเป็นทางเข้าสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลของวัดพระธรรมกาย และอยู่ด้านหลังกุฏิดาวดึงส์ของพระธัมมชโย เพื่อเจรจากับนายสุธี ช่วยบำรุง ทนายความวัดพระธรรมกาย ให้นำดินมาถมบ่อน้ำที่ขุดรุกล้ำถนนเลียบคลองแอน 2-3 ฝั่งทิศตะวันออก แต่นายสุธีปฏิเสธคำสั่งเจ้าพนักงาน โดยอ้างว่าต้องรอให้สร้างโรงพยาบาลเสร็จเรียบร้อยก่อน และไม่รู้ว่าจะสร้างเสร็จเมื่อไร เพราะยังไม่เห็นสัญญาก่อสร้าง
เวลา 16.00 น. ตำรวจเจรจากับทนายความของวัดอีกครั้ง จนในที่สุดวัดพระธรรมกายยอมนำดินเข้ามาถมบ่อน้ำให้พื้นถนนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ขณะที่ตำรวจถอนกำลังกลับที่ตั้ง สภ.คลองหลวง
แจงแค่ขอคืนพื้นที่สาธารณะ
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ชี้แจงเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.ว่า การส่งกำลังตำรวจไปที่วัดพระธรรมกายตั้งแต่เช้ามืดไม่ได้เตรียมไว้สำหรับค้นวัดพระธรรมกาย เป็นเพียงการนำกำลังเข้าไปดำเนินการกับสิ่งกีดขวาง เนื่องจากธนารักษ์จังหวัดปทุมธานีร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี เพราะมีสิ่งกีดขวางของทางวัดปิดทางสาธารณะ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการให้รื้อถอนออก 2 จุด ส่วนจุดอื่นๆ ยังไม่ดำเนินการ เนื่องจากธนารักษ์จังหวัดแจ้งความร้องทุกข์ไว้แค่ 2 จุด เท่านั้น
“พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งการให้บังคับใช้กฎหมาย ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ทุกอย่างยังปกติไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในการขอคืนพื้นที่ว่า ให้ดูแลประชาชนอย่าให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่ง ซึ่งยังไม่ทราบว่าทางวัดให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหน” รอง ผบช.น.ระบุ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ย้ำว่า การขอคืนพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกดดันให้พระธัมมชโยมอบตัว และการดำเนินการก็ไม่ได้กำหนดวันว่าจะต้องแล้วเสร็จเมื่อใด แต่กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการละมุนละม่อม นิ่มนวลที่สุด
"เรื่องอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างถ้ามีการร้องทุกข์มาอีกก็ต้องดำเนินการ และที่ผ่านมาที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาสร้างอาคารโดยไม่รับอนุญาต รวมทั้งโบสถ์ กำแพง ทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ส่วนจะมีโอกาสถึงขั้นรื้อสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดหรือไม่นั้น ต้องรอศาลอนุมัติ เบื้องต้นมีการรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดทนายหรือบุคคลที่ออกมาพูดว่าการก่อสร้างต่างๆ ของทางวัดไม่ผิดด้วย
ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามการขออนุมัติหมายค้นของตำรวจ ไม่เกี่ยวกับคดีของดีเอสไอ แต่ได้ส่งกำลังส่วนหนึ่งไปร่วมในปฏิบัติการเท่านั้น โดยตำรวจจะเป็นผู้ประเมินสถานการณ์และตัดสินใจว่าจะนำกำลังเข้าไปตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายหรือไม่ ขณะนี้เปิดเผยได้เพียงว่า การสนธิกำลังเพื่อเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นปฏิบัติการตามแผนในการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา
บิ๊กตู่ปัดสั่งลุย-ไม่บุกไปตกหลุมพราง
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล 2 ครั้ง ระบุว่า การปฏิบัติงานของตำรวจที่วัดพระธรรมกายไม่มีคำสั่งพิเศษ มีกฎหมายอยู่ก็ว่าไปตามกฎหมาย ถ้าสถานการณ์พร้อมก็จะดำเนินการตามหมายค้น และหมายจับ
“ทำได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่ต้องไปเร่งรัดอะไรกันนักหนา ผมบอกแล้วว่าขอให้ทุกคนมีความสุขในช่วงปีใหม่ก่อนไม่ดีกว่าหรือ เข้าไปแล้วจะได้อะไร หรือไม่ได้อะไร จะดีหรือเสีย หรือจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ทุกคนคาดการณ์ออกกันอยู่แล้วว่าเขาต้องการอะไร แล้วเราจะเดินไปตามทางที่เขาวางขุดล่อไว้หรืออย่างไร เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะต้องควบคุมสถานการณ์นี้ให้ได้ ทุกคนจะต้องอยู่ในความสงบเรียบร้อย กฎหมายเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าถ้าเหตุการณ์จะส่อไปสู่ความวุ่นวาย มีอันตรายเกิดขึ้น เมื่อได้เวลาที่เหมาะสมก็ค่อยดำเนินการ ก็ไม่ได้สั่งว่าจะต้องเป็นเมื่อไหร่” นายกรัฐมนตรี ระบุ
84 สนช.เข้าชื่อแก้ก.ม.คณะสงฆ์
พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงความเคลื่อนไหวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในมาตรา 7 เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชให้เป็นพระราชอำนาจว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ฉบับใดก็ตาม สนช.ทุกคนมีสิทธิ์เสนอได้ รัฐบาลก็เสนอได้ ตนไม่ต้องไปสั่งใคร หรือใครต้องมาขออนุญาต
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานท์ โฆษกคณะกรรมการประสานงานสมาชิกสภานิติบัญยัติแห่งชาติ (วิปสนช.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาวาระการเข้าชื่อของสมาชิก สนช.จำนวน 84 คน เพื่อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ในมาตรา 7 เรื่องการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งคณะกรรมาธิการการศาสนา และศิลปวัฒนธรรม นำโดยพล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นผู้รับฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องและได้พิจารณาเสร็จแล้ว
เมื่อถามว่าแสดงว่าตัดขั้นตอนการเสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชของมหาเถรสมาคมออกไปใช่หรือไม่ นพ.เจตน์กล่าวว่า หากดูตามถ้อยคำจะเป็นลักษณะนั้นคือตัดตอนของมหาเถรสมาคมออกไปโดยคณะกรรมาธิการให้เหตุผลการเสนอแก้ไขดังกล่าวได้รับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องมาแล้ว และเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่ผ่านมา รวมถึงกลับไปใช้ความเดิมตามโบราณราชประเพณี ที่เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ทั้งนี้คงต้องดูการศึกษาของคณะกรรมาธิการและครม.อีกครั้งว่าเป็นอย่างไร
โฆษกวิปยันหลังปีใหม่ต้องรีบทำ
ทั้งนี้ ตามร่าง พ.ร.บ.นี้จะเสนอเข้าที่ประชุม สนช.ในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ซึ่งจากการประสานงานไปยังรัฐบาล ครม.จะส่งนายออมสิน ชีวพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณารับเรื่องไปศึกษา ซึ่งจะส่งเรื่องกลับมาให้ สนช.เมื่อไหร่อย่างไรขึ้นอยู่ครม. แต่คาดว่าจะเข้าสู่ที่ประชุม สนช.ได้ภายหลังปีใหม่
“ที่ประชุมวิป สนช.ยังไม่ได้กำหนดว่าจะพิจารณาร่างดังกล่าว 3 วาระรวดหรือไม่ แต่จะต้องทำโดยเร็ว” โฆษกวิปสนช.กล่าวและปฏิเสธข้อถามถึงแรงต่อต้านจากกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแก้ไขไขดังกล่าวโดยย้ำเพียงสั้นๆ ว่า กฎหมายเรื่องนี้ต้องรีบทำ
เมื่อถามว่าหากกฎหมายใหม่ยังไม่มีการประกาศใช้แสดงว่าจะยังไม่มีการตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่หรือไม่ นพ.เจตน์กล่าวว่า ถ้าจะตั้งก่อนกฎหมายบังคับใช้ก็ได้ แต่หากกฎหมายเสร็จแล้วจึงจะมีผลใช้บังคับ



