ข่าว

“หนุ่มน่าน”ปีนทำเนียบฯขอพบนายกฯร้องความเป็นธรรม

“หนุ่มน่าน”ปีนทำเนียบฯขอพบนายกฯร้องความเป็นธรรม

27 ธ.ค. 2559

“หนุ่มน่านีปืนทำเนียบฯขอพบนายกฯร้องความเป็นธรรม พบปี58 เคยบุกทำเนียบ 2 ครั้ง ปีนต้นไม้ขู่โดด-ราดน้ำมันขู่เผาตัว ล่าสุดได้ยอมลงจากหลังคาหลังเจรจานานกว่า1ชม.

 

          

เมื่อเวลา 08.20 วันที่ 27 ธันวาคม 2559 ร.ต.อ.ภคิน นันบุญ รองสว.(สอบสวน)สน.ดุสิต รับแจ้งมีชายปีนดาดฟ้าธนาคารออมสิน สาขา ทำเนียบรัฐบาล ประตู 4 ถ.พิษณุโลก แขวงและเขตดุสิต กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบพร้อมประสานเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำเบาะลมและประสานรถกระเช้าไปที่เกิดเหตุ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.ดุสิต

          ชายคลุ้มคลั่งปีนหลังคาอาคารอำนวยการทำเนียบรัฐบาล โดยเป็นบริเวณหลังคาธนาคารออมสิน ภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยได้ชูป้ายไวนิลขนาด 1 เมตร x 80 เซนติเมตร ซึ่งมีข้อความว่า“ผมมีความหวัง และความศรัทธาท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการความเป็นธรรม” จากนั้นได้โวยวายเรียกร้องขอความเป็นธรรม แล้วจุดประทัด ขว้างระเบิดปิงปอง 4 ลูก สร้างความแตกตื่นให้กับเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าวในทำเนียบรัฐบาลเป็นอย่างมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาลต้องรีบมาเจรจาเป็นการด่วน ซึ่งทราบชื่อชายดังกล่าวในเวลาต่อมา คือ นายเฉลิม สอนนนฐี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ต.หมอเมือง อ.แม่จริม จ.น่าน เป็นช่างรับเหมาประปา เกิดความเครียดเป็นหนี้สินจำนวนมากเนื่องจากถูกโกง ซึ่งมี นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาเจรจาในเวลาประมาณ 08.30 น.
 

 

“หนุ่มน่าน”ปีนทำเนียบฯขอพบนายกฯร้องความเป็นธรรม

          

          ต่อมาเมื่อเวลา 09.20 น. นายเฉลิมได้ยอมลงมาจากหลังคาแล้วภายหลังเจ้าหน้าที่เจรจานานร่วม 1 ชั่วโมง จากนั้นได้นำตัวนายเฉลิมไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.ภานุรัตน์ หลักบุญ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันสอบถามถึงสาเหตุการกระทำดังกล่าวของนายเฉลิม

          จากการสอบถามนายเฉลิม บอกว่า เดินทางมาตั้งแต่เวลา 06.00 น. มาที่บริเวณประตู4 ทำเนียบรัฐบาล ถ.พิษณุโลก โดยได้เตรียมป้ายข้อความ ประทัดซึ่งเป็นดอกไม้เพลิงให้เสียง และระเบิดปิงปอง 4 ลูก พันเข้ากับขวดน้ำมะพร้าว 2 ขวด ให้ดูเหมือนระเบิดซีโพร์ ก่อนจะปืนรั้วทำเนียบรัฐบาลบริเวณด้านหลังป้ายรถประจำทาง เพื่อขึ้นไปบนหลังคาธนาคารออมสินในทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องขอความเป็นธรรมกับนายกรัฐมนตรี
 

 

“หนุ่มน่าน”ปีนทำเนียบฯขอพบนายกฯร้องความเป็นธรรม


          นายเฉลิม กล่าวอีกว่า ยอมรับผิดที่ก่อเหตุดังกล่าวซึ่งตนมาร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง เนื่องจากอึดอัดใจและมาเรียกร้องเรื่องที่เดือดร้อนหลายอย่างเหมือนมีบาดแผลในใจ รวม 3 เรื่อง โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องที่รับช่วงรับเหมาก่อสร้างใน รพ.แห่งหนึ่งใน จ.น่าน แต่กลับไม่ได้ค่าก่อสร้างกว่า 2 แสนบาท เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องขอออกโฉนดที่ดินเนื้อที่ 2 งาน ทั้งๆ ที่ที่ดินบริเวณใกล้เคียงตนใน จ.น่าน สามารถออกโฉนดได้ แต่กลับพบปัญหาว่าเป็นที่ดิน ศปก. เรื่องที่ 3 เป็นเรื่องที่ถูกบริษัทที่รับช่วงส่งงานโยนภาระภาษีมาให้ต้องจ่ายเกินจริงซึ่งไม่เป็นการยุติธรรม และเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่4 และเป็นสาเหตุให้มาก่อเหตุดังกล่าว คือ อยากให้ตรวจสอบการทุจริตการก่อสร้างท่อประปาที่หลังส่งมอบงานของ อบต.แห่งหนึ่ง แล้วพบว่าระยะทางของท่อประปาหายไปถึง 400 เมตร และหลังจากได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และมีเจ้าหน้าที่รับฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้น และยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ได้มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนให้ใครแต่อย่างใด

          ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องร้องเรียนประเภทดังกล่าวมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับปากและรับทราบปัญหาแล้ว ซึ่งยืนยันว่า จะได้รับความเป็นธรรม แต่อาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ที่นายเฉลิมทำลงไป ก็จำเป็นต้องดำเนินคดีไปตามกฎหมาย เบื้องต้นพิจารณาแล้วเห็นว่ามีความผิดฐาน บุกรุกสถานที่ราชการและเข้าข่ายเป็นความผิดฐานก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ส่วนที่พบว่านายเฉลิมได้ใช้ระเบิดปิงปองขว้างปา ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจตนาในการ ก่อเหตุอย่างไรรวมถึงห้องตรวจสอบ ว่าเป็นความผิดตามคำสั่ง คสช.ที่ 27 หรือไม่ อย่างไรก็ตามหลังการสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจได้คุมตัวนายเฉลิม ไปสอบสวนต่อที่ สน. ดุสิต ต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อปี 2558 นายเฉลิม เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อเวลา 07.00 น. วัน 1 เมษายน 2558 นายเฉลิม ได้ปีนต้นไม้ข้างรั้วทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนราชดำเนินขึ้นไปบนดาดฟ้าตึก กองรักษาการณ์ตำรวจ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับชู้ป้ายข้อความว่า “ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมมีเรื่องเดือดร้อนมาร้องเรียนครับ ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมครับ ถ้าไม่มีการโกงบ้านโกงเมือง ปัญหาทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น” และขู่จะกระโดด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมนาน 1 ชั่วโมงจึงลงมา ต่อมาครั้งที่ 2 ช่วงเช้าวันที่ 1 ตุลาคม 2558 นายเฉลิม ได้ใช้น้ำมันก๊าดราดแล้วขู่เผาตัวเอง บริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ฝั่งถนนพิษณุโลก แต่ขณะที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลเจรจาพูดคุยอยู่นั้น ปรากฏว่านายเฉลิมอาศัยจังหวะช่วงชุลมุนวิ่งผ่านประตูทำเนียบรัฐบาลเข้ามาอยู่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน และล่าสุดครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 ที่นายเฉลิมมาก่อเหตุที่ทำเนียบรัฐบาล