
กองทุนเดินหน้า ยกระดับกีฬาไทยสู่เวิลด์คลาส
กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับสมาคมกีฬา เดินหน้าเต็มสูบตามแผนปี 2560 วงเงิน 3,990 ล้านบาท พัฒนาศักยภาพกีฬาประเทศไทยสู่ระดับเวิลด์คลาส
นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา เรื่อง “แนวทางการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” ให้แก่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย แห่ง ที่ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม โดย นายสกล กล่าวว่า พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับปี 2558 ทำให้ ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากการเก็บภาษีสุรา-ยาสูบ ปีละ 2 เปอร์เซ็นต์ เข้าสู่กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กว่า 4 พันล้านบาทต่อปี ทำให้ สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ตลอดจนถึงสมาคมกีฬาจังหวัด ต้องปรับตัว ภายใต้กฎระเบียบการใช้งบประมาณที่รัดกุม ในขณะเดียวกัน การบริหารจัดการก็จะต้องมีความคล่องตัวและรวดเร็วด้วย ตนเชื่อว่า การกีฬาของชาติจะพัฒนาอย่างมาก เนื่องจากไม่มีปัญหางบประมาณเหมือนก่อน
นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา ในฐานะผู้จัดการกองทุน กล่าวว่า จากเดินที่กองทุนฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 450 ล้านบาทต่อปี มาเป็น 4 พันล้านบาท กกท.จึงต้องร่วมกับสมาคมกีฬาจัดทำแผนงานและแผนเงินร่วมกันในระยะเวลา 4 ปี โดยในปี 2560 จะเป็นปีแรกที่มีการวางแผนการให้งบประมาณจากกองทุนฯ อย่างเต็มรูปแบบ และได้รับการอนุมัติกรอบวงเงินแล้ว 3,990 ล้านบาท โดยเน้นหนักไปในเรื่องของการพัฒนากีฬาถึง 78.19 เปอร์เซ็นต์ เงินรางวัลนั้นคิดเป็น 18.08 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของ ทุนการศึกษา และสวัสดิการกีฬา
ผู้จัดการกองทุนฯ กล่าวว่า เป้าหมายของกองทุนฯ นั้น คือ การเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ให้ประสบความสำเร็จเข้าสู่ระดับ “เวิลด์คลาส” ร้อยละ 20 โดยในระดับโอลิมปิกเกมส์ต้องติดอันดับ 1-7 ชาติเอเชีย, เอเชี่ยนเกมส์ ติดอันดับ 1-6 , ซีเกมส์ เป็นเจ้าทองกีฬาสากล เป็นต้น โดยการสนับสนุนการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศทั้งในระดับชาติและนานาชาติปี 2560 ใช้วงเงิน 1,657,447,000 บาท โดยมีภารกิจแข่งขัน 4 รายการสำคัญ คือ เอเชี่ยนเกมส์ ฤดูหนาว 2017 , ซีเกมส์ ครั้งที่ 29, อาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 9 ,เอเชี่ยนอินดอร์-มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ 2017 นอกจากนี้ ยังต้องแข่งขันรายการต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อม หรือเก็บคะแนนสะสมสำหรับ กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 และ โอลิมปิกเกมส์ 2020 อีกด้วย
“ความสำเร็จที่รออยู่ข้างหน้าอาจจะต้องใช้เวลา 2-4 ปี ในช่วงแรกนี้ถือเป็นการลงทุน โดยสมาคมกีฬาที่เคยมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ปัจจุบัน จะได้รับร่วม ๆ ปีละ 10 ล้านบาท ดังนั้นทุกสมาคมต้องมีความพร้อม หากผลงานไม่ดี ก็อาจจะได้รับงบประมาณลดลงในปีต่อไป” นายณัฐวุฒิ กล่าว



