ข่าว

ตั้งตารอคอยกราบสักการะพระบรมศพ

ตั้งตารอคอยกราบสักการะพระบรมศพ

26 ธ.ค. 2559

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน รวม 56 วัน มีประชาชนเดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพ ณ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท 2,293,130 คน

ตั้งตารอคอยกราบสักการะพระบรมศพ

     ประชาชนจำนวนมากพร้อมใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระปริมนทรมหาภูมิพลอดุลยเดชตั้งแต่เช้ามืด ต่างตั้งตารอคอยได้เข้าไปในพนะบรมหาราชวังอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ด้วยการพานั่งรถเข็นไปตลอดเส้นทาง

ตั้งตารอคอยกราบสักการะพระบรมศพ

ละม่อม สุโกเพชร(ที่ 2 จากซ้าย) - สำอาง เนรทอง (คนกลาง)     

   นางละม่อม สุโกเพชร อายุ 74 ปี เดินทางมาจาก จ.นครปฐม พร้อมชาวบ้านอีก 45 คน เผยว่ามารอเข้าแถวตั้งแต่ตี 2 สมาชิกที่มาด้วยกันล้วนแต่เป็นผู้สูงอายุ ทั้งหมดเตรียมร่างกายมาพร้อมเพื่อเข้ามาสักการะพระบรมศพให้สมกับที่ตั้งใจเอาไว้

     “ตอนที่ทรงสวรรคตไป 7 วัน ก็นั่งรถมาแจกอาหารที่สนามหลวง มาอยู่รอบๆ พระบรมหาราชวังก็ยังดี พอรู้ว่าจะมีการพามากราบสักการะพระองค์ท่าน ก็รีบเตรียมเสื้อผ้า พักผ่อนให้เต็มที่ ได้เข้ามาแล้วรู้สึกปลื้มใจมาก และสำนึกในทุกๆ อย่างที่ทรงทำให้คนไทย อย่างไม่เคยเหน็ดเหนื่อย ทุกวันนี้เวลาได้ฟังเพลงที่ร้องถึงพระองค์ท่าน ก็ยังจุก จะร้องไห้ เพราะคิดถึงพระองค์เสมอ เห็นรูปพระองค์ที่บ้านยังรู้สึกว่าพระองค์ยังอยู่กับเราเสมอ ทรงอยู่ในใจไม่ไปไหน ” นางละม่อมกล่าว

     ด้านนางสำอาง เนรทอง วัย 73 ปี ชาวนครปฐม เผยว่า เรื่องที่นึกถึงเสมอคือการทำฝนหลวง สำหรับตัวเองคิดว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่คนหนึ่งจะทำให้ฝนตกในที่ที่ต้องการได้ ทรงต้องใช้ความพยายามมากและมีพระอัจฉริยภาพมากจริงๆ กว่าจะทำได้ขนาดนี้ จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทุ่มเทเพื่อคนไทยมาตลอด

ตั้งตารอคอยกราบสักการะพระบรมศพ

ชาวเผ่าเยอ

     นางสุเทพ โยธี อายุ 61 ปี ชาวเผ่าเยอ จ.ศรีสะเกษเดินทางมาพร้อมคนในชุมชนอีก 60 ชีวิต ทุกคนพร้อมใจใส่ผ้าทอประจำชนเผ่าสวยงาม สุภาพ และมารอเข้าสักการะพระบรมศพตั้งแต่เช้ามืดด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ัพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงเสด็จมาที่บ้านปราสาทเยอ ในปี พ.ศ.2514 การเสด็จมาครั้งนั้นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนมาก

     “ตอนนั้นจำได้ว่า อายุ 16 ปี เสด็จมาที่หมู่บ้าน เพื่อทรงประกอบพิธี ถวายผ้าพระกฐิน ช่วงนั้นศรีสะเกษแห้งแล้งมาก ยังคิดว่าพระองค์จะมาในที่ลำบากอย่างนี้หรือ แต่ทั้งสองพระองค์ก็เสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎรที่มารอและ แย้มพระสรวลให้ชาวบ้านไม่ถือพระองค์เลย วันนั้นมีฝนตกลงมาด้วยหลังจากที่แห้งแล้งมานาน พวกเราดีใจมากที่พระองค์นำความอุดมสมบูรณ์มาให้ หลังจากที่เสด็จมาก็มีการพัฒนาถนนหนทาง สานต่อวิชาชีพทอผ้าประจำชนเผ่า และการเกษตรกรรมให้เรามีอาชีพที่ยั่งยืน มีน้ำใช้ มีความอุดมสมบูรณ์เกิดขึ้นกับชนเผ่าเรา เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่เรานึกถึงเสมอมา ” นางสุเทพกล่าวด้วนความตื้นตันใจ

     ด้านนายวินัย พิจารณ์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านปราสาทเยอ กล่าวเสริมว่า ชาวบ้านหลายคนยังจำช่วงที่แห้งแล้งที่สุดได้ ทั้งฝนไม่ตก รายได้ไม่มี พอในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาที่ชุมชน ก็นำความอุดมสมบูรณ์เข้ามาให้อย่างน่าอัศจรรย์ สร้างความซาบซึ้งให้ชาวเผ่าเยอมาก มีการเล่าขานบอกต่อเหตุการณ์ในวันนั้นรุ่นต่อรุ่น ไม่ให้ลูกหลานลืมเลือนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีให้ ในวันนี้เผ่าเยอทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ จึงพร้อมใจมาถวามสักการะพระบรมศพ ด้วยความซาบซึ้งใจ

     นายณัฐวุฒิ เหมือนวดี อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวระหว่างนั่งรอเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ จึงได้เขียนเรียงความพร้อมกับเพื่อน ๆ ว่า ตนเดินทางมาพร้อมกับคุณครู 7 คน และเพื่อนๆนักเรียนรวม 20 คน เดินทางมาตั้งแต่ตี 5 ของวันที่ 25 ธ.ค.และมาถึงท้องสนามหลวง ตี 2 เพื่อเข้าคิวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

“รู้สึกดีใจมากทีได้เดินทางมาวังของในหลวง ร.9 และได้เขียนเรียงความ เรื่อง การทำความดี เช่น การมีจิตอาสา การแบ่งปัน การมีความขยันอดทน และมีความพยายาม ทำอะไรต้องมีความอดทน ผมจะนำคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ เช่น ความพอเพียง สิ่งไหนไม่ควรซื้อก็ไม่ต้องซื้อ ผมอยากให้มีในหลวงแบบนี้ตลอดไป ไม่อยากเสียในหลวงไป ส่วนโตขึ้นมอยากเป็นทหารจะได้ปกป้องประเทศชาติ” ดช.ณัฐวุฒิ กล่าว

     โดยในวันนี้สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 25ธ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.10 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 48,373คน รวม 56วัน มี 2,293,130 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน4,498,383.25บาทรวม 56วัน เป็นเงินทั้งสิ้น183,402,062.25บาท