ข่าว

ยธ.-ป่าไม้ ถกร่วม ปชช.ถูกจับคดีตัดไม้พะยูง

ยธ.-ป่าไม้ ถกร่วม ปชช.ถูกจับคดีตัดไม้พะยูง

26 ธ.ค. 2559

ยธ.ถกร่วมป่าไม้ล้อมคอกปัญหาปชช.ถูกจับติดคุกในคดีตัดไม้พะยูง ป่าไม้จ่อคลอดระเบียบใหม่ แนะแจ้งจนท.ก่อนตัดไม้หวงห้ามยืนต้นตาย

 

 

          26 ธ.ค.59 - นายทองสุข พันชมพู อายุ 80 ปี และนายเดิน จันทกล อายุ 70 ปี ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีกรณีตัดไม้พะยูงในที่ดินของตัวเอง เดินทางเข้าพบกับนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผอ.กองทุนยุติธรรม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยมีนายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า ร่วมเสนอแนวทางแก้ไขด้วย         
          นายทองสุข กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดมาจากมีไม้พะยูงล้มในที่นาของตน ซึ่งตนไม่ได้ตัด และที่นาดังกล่าวตนไม่ได้ไปดูนานแล้วจึงไม่รู้ว่าล้ม กระทั่งมีผู้ใหญ่บ้านมาเรียกและบอกให้ไปตัดออก เมื่อตัดเสร็จแล้วกลับไม่พบว่ามีผู้ใหญ่บ้านหรือเทศบาลมาให้คำแนะอะไร โดยตนไปตัดไม้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ทำตั้งแต่ช่วง 11.00-14.00 น. มีการชักชวนนายเดินมาด้วย โดยตัดไปได้ 4 ท่อน แต่ไม่ได้มีการเคลื่อนย้ายไปไหน กระทั่งวันที่ 12 ธ.ค. ตนไปช่วยงานบวช ต่อมาผู้ใหญ่บ้านจึงมาเรียกว่ามีเจ้าหน้าที่มารออยู่ มีการสอบถามว่าใครเป็นคนตัดไม้ ซึ่งตนก็ยอมรับว่าเป็นคนตัดเอง แต่ตนไม่รู้เพราะเป็นไม้ที่แห้งตายแล้ว เจ้าหน้าที่ถามว่าจะเอาไปทำอะไร ตนก็บอกว่า ไม่ได้เอาไปแปรรูป แต่เมื่อผิดก็ยอมรับ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไม้ขึ้นรถไปโรงพักและถูกคุมขัง 1 คืน ก่อนที่ผู้ใหญ่บ้านจะมาประกันตัว                    
          ด้านนายธวัชชัย กล่าวว่า จากการสอบถามในพื้นที่ดังกล่าวมีความเชื่อว่าไม้ที่ยืนต้นตายจะไม่นำไปก่อสร้างอะไร ไม้ที่ตัดแล้วก็พบว่าไม่ได้นำไปใช้อะไร คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนซึ่งต้องรอว่าจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องหรือไม่ หากสั่งฟ้องในชั้นอัยการได้เตรียมเงินกองทุนยุติธรรมและทนายความไว้ช่วยเหลือแล้ว                 
          ขณะที่นายอรรถพล กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2474 ระบุถึงไม้หวงห้ามว่าแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ไม้หวงห้ามธรรมดา และไม้หวงห้ามประเภท ก ซึ่งเดิมไม้หวงห้ามจะเป็นประเภทสัก แต่ไม้พะยูงไม่ใช่ไม้หวงห้าม กระทั่งปี 2557 มีประกาศคำสั่งคสช.ที่ 106 ระบุให้ไม้พะยูง ไม้ชิงชัน เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก แต่ในกรณีที่เป็นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตัวเองสามารถตัดได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน กรณีดังกล่าวถือเป็นดุลยพินิจที่ต้องใช้กฎหมายด้วยความยุติธรรม คดีนี้หากมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปด้วยก็คงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เบื้องต้นหลังทราบเรื่องได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษไปติดตามเรื่องและส่งชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ไปด้วยโดยได้ทำบันทึกส่งมอบให้เจ้าของสำนวนไปพิจารณา เพราะพบว่าไม้ดังกล่าวขึ้นในที่ดินที่มีโฉนดชัดเจน และพบว่าเป็นการยืนต้นตายจริงซึ่งพฤติการณ์ที่ไปตัดก็มาจากสภาพแวดล้อมที่ไม้ล้มขวางจึงต้องดำเนินการตัด               
          นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าวอีก ด้วยการสร้างความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับไม้หวงห้าม หากเป็นไม้ที่ขึ้นในที่ดินตัวเองสามารถตัดได้ แต่ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อน และขณะนี้อยู่ระหว่างการออกกฎกระทรวงใหม่ ที่จะมีระเบียบระบุเรื่องการตัดไม้พะยูงชัดเจน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนต้องดูเจตนาของผู้กระทำผิดด้วย  หากเป็นการตัดหลายต้นและไม่แจ้งเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่กรณีนี้เป็นการตัดเพียงต้นเดียว.