ข่าว

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

26 ธ.ค. 2559

โดย - สุรัตน์ อัตตะ

      ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

       คำกล่าวที่ว่า“ชีวิตคืิอการเดินทาง”หากแต่การเดินทางนั้นเป็นการเรียนรู้สั่งสมประสบการณ์ที่ไม่มีวันสิ้นสุดก็น่าจะจริง  โครงการศึกษาดูงานโครงการ“ผันน้ำจากใต้สู่เหนือ”กับกรมชลประทานคราวนี้ ก็เป็นอีกทริปที่มีความหมายในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

   ...ย่างเข่าสู่ปลายฝน ต้นหนาวในเดือนตุลาคม ช่วงนี้สภาพภูมิอาการประเทศจีนค่อนข้างดี ไม่หนาวมากเกินไปอุณหภูมิเฉลี่ย 10-15 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะเมืองทางเหนืออย่างกรุงปักกิ่งและเทียนสิน ได้ชื่อว่าภูมิกาศมหาโหด บางปีถึงขั้นติดลบ  ทันทีที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพร้อมเสียงปลายสายจากเจ้าหน้าที่กรมชลประทานที่โทรมาย้ำว่าอย่าลืมพรุ่งพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 1 ทุ่มตรง  

 

    นั่งรำพึงรำพันในใจถึงแม้ประเทศจีนจะเคยเดินทางไปหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่จะวนเวียนอยู่ทางจีนตอนใต้ ไม่เคยย่างกรายไปทางจีนตอนเหนือสักที ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของจีน ทุ่มตรงทุกคนมาพร้อมกันตามนัดหมายและทำการเช็คอิน ก่อนเดินเข้าสู่ด้านในพร้อมเพื่อนสื่อมวลชนจากหลายสำนัก 

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

    มัวแต่เห่อละเหยลอยชาย ไม่ยอมดูเวลา จนกระทั่งได้ยินเจ้าหน้าที่สนามบินประกาศว่าผู้โดยสารที่เดินทางไปกับเที่ยวบิน TG674 โปรดขึ้นเครื่องโดยด่วน จากนั้นก็รีบวิ่งตาลีตาเหลือกขึ้นเครื่องจนเกือบคนสุดท้าย จากสนามบินสุวรรณภูมิถึงสนามบินปลายทางกรุงปักกิ่งใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมง ออกจากสุวรรณภูมิ 5 ทุ่ม 45 ถึงปักกิ่งตีห้า  เวลาประเทศจีนเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นลงบันไดเลื่อนเพื่อมาขึ้นรถไฟฟ้าที่ให้บริการภายในสนามบินมาสู่ประตูทางออก  ใช้เวลาประมาณ 5 นาที พอเดินออกจากรถไฟฟ้าก็มาเจอไกด์จีน  ถือป้ายมาคอยรอรับคณะของเรา อยู่บริเวณทางออก พร้อมแนะนำตัวเองทันทีว่า ผมชื่อจางซือหรือเรียกเจมส์ก็ได้ จะทำหน้าที่ไกด์ให้กับคณะของท่านไปตลอดทริปนี้

     หลังไกด์เจมส์แนะนำตัวเสร็จก็เดินออกจากประตูสนามบินเพื่อมาคอยรถบัสบริเวณชานชาลา ทันใดนั้นถึงกับขนแทนลุกซู่เมื่อลมหนาวพัดโชยมาปะทะแขน ขาและใบหน้าที่นุ่งกางเกงขาสั้น ถึงกับหยิบเสื้อกันหนาวจากกระเป๋าแทบไม่ทัน แต่เมื่อหันมองดูเครื่งอวัดอุณหภูมิที่ติดอยู่ข้างฝาผนังชานชาลาอยู่ที่ประมาณ 10 องศาเซลเซียส จึงหาทางออกด้วยการขยับเขยื่้อนอวัยวะอยู่ตลอดเวลาเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย 

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

   ระหว่างรอรถบัสมารับก็ได้พูดคุยกับไกด์เจมส์เพื่อฆ่าเวลา และด้วยความสงสัยว่าทำไมคุณเจมส์พูดภาษาไทยได้ชัดแจ๋วมาก ไม่เหมือนกับไกด์จีนโดยทั่วไป จากนั้นเขาก็เล่าให้ฟังว่าเคยมาอยู่เมืองไทยเกือบ 10 ปี มาเรียนด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แล้วมาต่อทางด้านภาษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น จนจบปริญญษตรี จึงทำให้สามารถพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาลาว จากนั้นก็เข้าทำงานกับบริษัทจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยทำหน้าที่แปลเอกสารและประสานงานกับฝ่ายไทย ก่อนย้ายไปทำกับบริษัทแม่ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน โดยทำอยู่นั่นเกือบ 10 ปีเช่นกัน จึงลาออกกลับมาอยู่บ้านกับครอบครัวที่ปักกิ่ง พร้อมยึดอาชีพไกด์ เขาบอกว่าแม้จะมีรายได้ไม่มากเท่ากับงานเก่า แต่ก็มีความสุขมากกว่าที่ได้อยู่กับครอบครัวและเป็นอาชีพที่อิสระไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

     สนทนากันได้สักพักรถบัสก็เข้ามาเทียบชานชาลาพอดี ทุกคนก็ปรี่ไปขึ้นรถเพื่อออกเดินทางไปยังตัวเมืองปักกิ่ง  ห่างจากสนามบินไม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ระหว่างนี้ไกด์เจมส์ก็เริ่มทำหน้าที่ไกด์ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของกรุงปักกิ่ง จากอดีตจนปัจจุบัน พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่ทุกคนจะต้องไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังต้องห้ามหรือกู้กง จตุรัสเทียนอันเหมิน หรือกำแพงเมืองจีน ก่อนลองท้องมื้อเช้าด้วยติ่มซำ ซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อและเก่าแก่ของกรุงปักกิ่ง ทันทีที่ไปถึงอาหารก็ถูกจัดเตรียมวางไว้บนโต๊ะ มีทั้งชุดหมันโถ ติ่มซำ ผัดผักรวมและอีกหลายเมนู ก่อนที่ทุกคนลงมือรับปทานด้วยความหิว  

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

     ใช้เวลาลิ้มรสติ่มซำต้นตำรับปักกิ่งไม่นานนักก็ออกเดินทางไปสมทบกับคณะของรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะที่โรงแรมโนโวเทล ปักกิ่ง ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึงปักกิ่งหลังเสร็จจากการประชุมสภาน้ำโลกที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี จากนั้นทั้งหมดจะออกเดินทางไปพบกับคณะผู้บริหารกระทรวงแหล่งน้ำของจีน ณ ที่ทำการกระทรวงแหล่งน้ำของจีนในเวลา 10 โมงตรง

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

    ไกด์เจมส์บอกว่าปกติจะใช้เวลาเดินทางจากโรงแรมโนโวเทล ปักกิ่งถึงที่ทำการกระทรวงแหล่งน้ำใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่ยามเช้าเช่นนี้ปักกิ่งก็ไม่ต่างจากกรุงเทพที่เจอปัญหาสภาพจราจรแออัด ส่งผลทำให้การเดินทางล่าช้าไปเกือบ 30 นาที และทันที่ที่เดินทางไปถึงเราก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแหล่งน้ำของจีน โดยนางจู เฉิง ชิง(Zhu Cheng Qing) อธิบดีกรมการผันน้ำแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะมาคอยต้อนรับ ก่อนพาเข้าห้องประชุมเพื่อรับฟังบรรยายสรุปประวัติความเป็นมาของโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือ

     “ยินดีต้อนรับคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯจากประเทศไทยในการเดินทางมาศึกษาดูงานครั้งนี้” คุณจู เฉิง ชิง(Zhu Cheng Qing) อธิบดีกรมการผันน้ำแห่งชาติ จีน ประธานฝ่ายจีนกล่าวต้อนรับคณะดูงานจากประเทศไทย จากนั้นคุณเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ รองปลักกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทยกล่าวขอบคุณ พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการนำคณะเดินทางมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่า

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

     “ต้องขอขอบคุณกรมการผันน้ำจีนที่ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากประเทศไทยได้มาหาประสบการณ์จากหน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถของประเทศจีน ประเทศไทยก็มีบางพื้นที่น้ำไม่พอเพียง บางพื้นที่น้ำก็เยอะ กระทรวงเกษตรฯมีหน้าที่อย่างหนึ่งก็คือการพิจารณาหาแหล่งน้ำ กรมชลประทานก็คล้ายกับกรมการผันน้ำแห่งชาติจีน ตอนนี้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศเป็นอย่างมากและประเทศไทยก็มีความจำเป็นต้องมีโครงการแบบนี้แล้ว ที่มาวันนี้ก็เพื่อต้องการมาดูโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือของจีนทั้งที่ดำเนินการเสร็จแล้วและที่อยู่ระหว่างดำเนินการ  การเดินทางมาดูงานครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทั้งสองประเทศได้ทำเอ็มโอยูกันไว้ระหว่างกระทรวงเกษตรฯของไทยกับกระทรวงแหล่งน้ำของจีนเมื่อ 2 ปีที่แล้ว”รองปลัดกระทรวงเกษตรร่ายยาว

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

     จากนั้นนางจู เฉิง ชิง(Zhu Cheng Qing) อธิบดีกรมการผันน้ำแห่งชาติ จีนได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือของประเทศจีน โดยโครงการนี้มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 50 ปีแล้ว ริเริ่มโครงการขึ้นในสมัยท่านประธานเหมา เจ๋อ ตุง จากนั้นได้มีการสำรวจวิเคราะห์ วิจัยในพื้นที่จริงและศึกษาผลกระทบในทุก ๆ ด้าน จนในที่สุดโครงการนี้ก็เกิดขึ้นมา โดยสภาแห่งชาติจีนอนุมัติในหลักการเมื่อปี 2002 ประกอบด้วย 3 เส้นทาง ตะวันออก กลางและตะวันตก โดยอิงเส้นทางน้ำธรรมชาติเป็นหลักและครั้งแรกมีการอนุมัติ 2 สายพร้อมกันคือตะวันออกและสายกลาง จากนั้นก็มาเป็นสายตะวันตก ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้สภาแห่งชาติจีนให้ความสำคัญมาก มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะและมีอำนาจในการตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จ

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

     “ตอนนี้สายตะวันออกและสายกลางได้ดำเนินการเสร็จแแล้วและได้นำน้ำขึ้นมาใช้เรียบร้อยแล้วในบางช่วง โดยอยู่ในความรับผิดชอบดูแลของกรมการผันน้ำ ” นางจู เฉิง ชิง(Zhu Cheng Qing)ย้อนที่มาของโครงการ ก่อนโยนไม้ต่อให้ผู้เชี่ยวชาญกรมการผันน้ำแห่งชาติจีน นายเปิง เซียง(Peng Xiang) แจงในรายละเอียดของโครงการว่ามีความสำคัญต่อประเทศจีนมาก เนื่องจากทรัพยากรน้ำทางด้านเหนือมีน้อย ขณะที่ทางด้านใต้มีน้ำมาก ในขณะที่ความจำเป็นในการใช้น้ำทางด้านเหนือมีมาก ทั้งภาคอุตสหกรรม เกษตรกรรมและการใช้น้ำในชีวิตประจำวันของผู้คนในปักกิ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ ปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 20 ล้านคน 

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

      สำหรับรายละเอียดของโครงการทั้ง 3 สาย โดยสายตะวันออกนั้นเริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2002 มีความยาวทั้งสิ้น 1,466.50 กิโลเมตร โดยดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำหยางโจวตอนปลายของลุ่มแม่น้ำแยงซี เพื่อบรรเทาความขาดแคลนน้ำในมณฑลเจียงซู อันฮุย ซานตง เหอเป่ย และมหานครเทียนสิน ส่วนสายกลางเริ่มก่อสร้างวันที่ 31 ธันวาคม 2003 มีความยาวทั้งสิ้น 1,431.954 กิโลเมตร ปลายทางน้ำอยู่ที่กรุงปักกิ่งและมหานครเทียนสินเช่นกัน โดยดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำตันเจียงโข่วตอนกลางของลุ่มแม่น้ำแยงซีในอำเภอ เจ้อชวน มณฑลเหอหนานและสายตะวันตกจะดึงน้ำจากแหล่งน้ำตอนต้นของแม่น้ำแยงซี เพื่อส่งน้ำให้กับพื้นที่แห้งแล้งในมณฑลชิงไห่ กานซู หนิงเซี่ย มองโกเลียใน ส่านซี และซานซี รวม 6 มณฑล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง  โดยทั้งหมดใช้เงินลงทุนสูงถึง 308,200 ล้านหยวนหรือประมาณ 1,541,000 ล้านบาทไทย

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

      ใช้เวลาชั่วโมงเศษในการรับฟังการบรรยายสรุปถึงความเป้นมาของโครงงการจากผู้บิรหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงแหล่งน้ำจีน ก่อนกลับก็ได้มีการมอบของที่ระลึกระหว่างกัน ก่อนลงดูสภาพพื้นที่จริงในช่วงบ่าย  หลังอิ่มอร่อยมื้อกลางวันด้วยเมนูอาหารจีนสไตล์ปักกิ่งแท้ ๆ มื้อแรก  เป้าหมายต่อไปในช่วงบ่ายก็คือการลงพื้นที่ดูสภาพพื้นที่จริง เริ่มจากการรับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่โครงการถึงการทำงานทั้งในส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการและที่ดำเนินการแล้วเสร็จสามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว จากนั้นขึ้นรถลากเพื่อเยี่ยมชมอ่างรับน้ำปลายทางจากท่อส่งน้ำจากสายกลาง ซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่นับร้อยไร่ ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของที่ทำการสำนักงานโครงการ

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

      โดยอ่างเก็บกักน้ำนี้สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำที่ส่งมาจากโครงการผันน้ำสายกลางมาเป็นไว้เพื่อเป็นแหล่งน้ำต้นทุน เราใช้เวลาประมาณ 45 นาทีในการนั่งรถลากชมทัศนียภาพอันสวยงามรอบอ่างฯที่ปลูกทั้งไม้ดอกไม้ประดับสลับกับไม้ยืนต้น ในขณะที่มีปริมาณน้ำในอ่างฯขณะนี้มีปริมาณเกือบเต็มอ่าง ท่ามกลางสายฝนพรำ ก่อนที่รถจะจอดบริเวณสันอ่างฯ พร้อมกับดูแบบจำลองโครงการผันน้ำสายกลางจากต้นทางมายังปลายทาง พร้อมบอกตำแหน่งพิกัดแต่ละจุดสำคัญ 

ตะลุย”ปักกิ่ง-เทียนสิน”กับกรมชลประทาน ตอน1

       ....แอบดูนาฬิกาใช้เวลาพอสมควรสำหรับการดูงาน ณ จุดนี้ จึงได้เวลาเดินทางกลับยังที่พัก ณ โรงแรมโนโวเทล ปักกิ่งเพื่อพักร่างก่อนตะลุยดูงานต่อในวันรุ่งขึ้น ! 

                                                                                              ...............................................................