ข่าว

 สานต่องานพ่อแก้ปัญหาน้ำเมืองแพร่

สานต่องานพ่อแก้ปัญหาน้ำเมืองแพร่

26 ธ.ค. 2559

โดย -โต๊ะข่าวเกษตร

            ลุ่มน้ำยม เป็นลุ่มน้ำหลักอีกลุ่มน้ำหนึ่งที่ยังมีปัญหาในเรื่องน้ำ ทั้งปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งซ้ำซากเพราะไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำได้มากเพียงพอที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้มีปริมาณน้ำเฉลี่ยในแต่ปีละของลุ่มน้ำยมมีมากถึง 4,129 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) แต่สามารถเก็บกักไว้เพียง 406 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ที่ผ่านมาแม้จะมีความพยายามพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ต้นน้ำยมแต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ยังคงเป็นแค่ความฝันของคนส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำยมต่อไป 

 สานต่องานพ่อแก้ปัญหาน้ำเมืองแพร่

          ถึงแม้โครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมยังไม่สามารถดำเนินการได้แต่ใช่ว่าไม่มีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เมื่อกรมชลประทานนำพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2525 ครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเปาะ ตามพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎร ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเปาะ ในท้องที่บ้านลู ต.ห้วยหม้าย อ.สอง จ.แพร่ ความตอนหนึ่งว่า

         “.....ควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำตามลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำยม เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่บ้านต่างๆ ในเขตอำเภอสอง และอำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ สามารถมีน้ำทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝน-ฤดูแล้ง และมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคตลอดทั้งปี.....”

          กรมชลประทานได้นำแนวพระราชดำริดังกล่าวมาดำเนินการศึกษาที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำยม ทั้งนี้จากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าลุ่มน้ำยมมีจุดที่เหมาะสมสำหรับการสร้างอ่างเก็บน้ำได้ถึง 50 แห่ง แต่เมื่อพิจารณาศักยภาพที่จะสามารถก่อสร้างได้มีประมาณ 22 แห่ง

 สานต่องานพ่อแก้ปัญหาน้ำเมืองแพร่

         ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวถึงอ่างเก็บน้ำทั้ง 22 แห่งว่าเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้งหมด มีความจุในระดับกักเก็บน้ำรวมกันได้ประมาณ 380 ล้านลบ.ม. แม้จะมีปริมาณไม่มากนักเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำท่าที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำยม และเมื่อรวมปริมาณความจุกับอ่างของเก่าที่มีอยู่แล้วจะสามารถกักเก็บน้ำได้แค่ 19% ของปริมาณน้ำท่าลุ่มน้ำยมเท่านั้นก็ตาม แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาภายในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขานั้นๆ ได้ดีกว่าที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะหากรอโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีการต่อต้านสูงก็ไม่รู้ว่าจะก่อสร้างได้เมื่อไหร่

         “ในการจะพิจารณาสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีความเหมาะสมทั้ง 22 แห่งดังกล่าว กรมชลประทานจะพิจารณาสร้างอ่างในพื้นที่ที่ประชาชนร้องขอ ไม่มีการต่อต้านก่อน” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

       สำหรับอ่างเก็บน้ำแม่แคม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอีก 1 ใน 22 แห่งที่มีความเหมาะสมและประชาชนในพื้นที่ร้องขอ ไม่มีการต่อต้านใดๆ ในทางตรงกันข้ามประชาชนให้การสนับสนุน ต้องการให้มีการก่อสร้างโดยเร็ว โดยสร้างปิดกั้นลำห้วยแม่แคม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำยม ที่บ้านแม่แคม หมู่ 7 ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ อยู่ห่างจากเมืองแพร่ไปทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 14 กิโลเมตร ตัวเขื่อนจะเป็นเขื่อนดิน มีความยาวของสันเขื่อน 358.56 เมตร ความกว้างสันเขื่อน 9.00 เมตร ส่วนสูงที่สุดประมาณ 34.20 เมตร มีความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก 8.57 ล้าน ลบ.ม.

       ส่วนลำห้วยแม่แคมมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาผีปันน้ำ มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยต่อปีประมาณ 15 ล้านลบ.ม. มีความยาวของลำน้ำประมาณ 17 กิโลเมตร ที่ไหลจากพื้นที่เขาสูงชันทางด้านทิศตะวันออกของพื้นที่ลาดเอียงลงมาสู่แอ่งที่ราบเมืองแพร่ทางด้านทิศตะวันตกของพื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่แคม ผ่านเขตเทศบาลและพื้นที่ชุมชนต่างๆ ในเขต อ.เมืองแพร่ ดังนั้นเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จนอกจากจะสร้างประโยชน์ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ ทำให้มีน้ำต้นทุนเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรครอบคลุมพื้นที่ชลประทานกว่า 5,300 ไร่ ตั้งแต่ตำบลสวนเขื่อนจนถึงพื้นที่ในเขตตำบลกาญจนา อ.เมือง จ.แพร่แล้ว ยังจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ อ.เมืองแพร่ ได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งยังจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ด้านอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำให้อุดมสมบูรณ์ เพื่อสร้างความมั่นคงให้แหล่งน้ำในช่วงฤดูแล้งตลอดจนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและระบบนิเวศดีขึ้น ในส่วนของชาวบ้านยังจะมีรายได้เสริมจากการทำประมงอีกด้วย นอกจากนี้เนื่องจากอ่างแม่แคมอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวในเขต อ.เมืองแพร่ ไม่ว่าจะเป็นพระธาตุช่อแฮ หรือพระธาตุอินแขวนจำลอง ดังนั้นจึงมีความเหมาะสมที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเชิงนิเวศและวัฒนธรรมแห่งใหม่ของจังหวัด สร้างรายได้เสริมให้ประชาชนในพื้นที่

         รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวด้วยว่า  สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างอ่างแม่แคมขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ไออีอี) โดยตัวเขื่อนจะไม่กระทบป่าแต่จะมีพื้นที่น้ำท่วมที่กระทบต่อถนนหลวง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับกรมทางหลวงในการตัดถนนใหม่หรืออาจจะสร้างเป็นสะพานซึ่งอาจจะต้องศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม แต่สามารถดำเนินการศึกษาระหว่างการก่อสร้างได้ คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2561 และใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 4 ปี จะแล้วเสร็จสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณปี 2564 ใช้งบประมาณการก่อสร้างรวมประมาณ 700 ล้านบาท

        การพัฒนาแหล่งน้ำในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำยม แม้จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำขาดแคลนและปัญหาน้ำท่วมได้ แต่ก็ยังอยู่ในพื้นที่จำกัดเฉพาะลุ่มน้ำสาขานั้นๆ ความจำเป็นในการพัฒนาลุ่มน้ำหลักยังจะต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อประโยชน์สุขของผู้อาศัยและใช้ประโยชน์จากลุ่มน้ำนั้น

                                                                                  ...........................................................................................