
แม่ร้องคลินิกฉีดยาลูกสาวเป็นเจ้าหญิงนิทรา
ชาวนาผัว-เมียโร่แจ้งจับคลินิกดังในเมืองสองพี่น้อง อ้างฉีดยาผิดทำลูกสาวชักตาตั้ง หัวใจหยุดเต้นกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา วอนหมอมือดีช่วยเหลือ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ธันวาคม ร.ต.ท.หญิง อัจฉรี วุฒิวัฒนา รอง สว.(สอบสวน) สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งความจาก นายไพฑูรย์ มดน้อย อายุ 45 ปี และนางสดใส มดน้อย อายุ 43 ปี สามีภรรยา ประกอบอาชีพทำนา อยู่บ้านเลขที่ 247 หมู่ 4 ต.บางตะเคียน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เพื่อกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์เจ้าของสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ในข้อหาทำการประมาท ทำให้ น.ส.ชไมพร มดน้อย อายุ 26 ปี ลูกสาว ได้รับอันตรายทั้งร่างกายและจิตใจ กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา นอนไม่ได้สติมานานกว่า 10 วัน โดยไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางสดใส เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม น.ส.ชไมพร บุตรสาว เข้ารับการผ่าตัดกระดูกหลังที่โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากกระดูกหลังโค้งผิดรูปงอ เพื่อให้หลังตรง และแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ในวันที่ 12 ธันวาคม อาการเป็นปกติดีทุกอย่าง กระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 14 ธันวาคม บุตรสาวมีอาการปวดท้อง อาเจียน และท้องเสียอย่างรุนแรง จึงพาบุตรสาวไปรักษาตัวที่คลินิกดังกล่าว ซึ่งเคยมีประวัติเข้ารับการรักษาตัวกับนายแพทย์เจ้าของสถานพยาบาล โดยเมื่อไปถึงตอนนั้นลูกสาวยังรู้สึกตัวดีทุกอย่าง จากนั้นพยาบาลได้วัดความดัน และให้น้ำเกลือทางสายยาง เพื่อรอการวินิจฉัยอาการจากแพทย์ ต่อมาแพทย์ได้สั่งให้ฉีดยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวดให้จำนวน 10 ซีซี โดยขณะที่พยาบาลกำลังจะฉีดยาได้ 6 ซีซี บุตรสาวร้องบอกพยาบาลว่า “ทนไม่ไหว เนื่องจากมีการร้อนผ่าวไปทั้งตัว แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก” แต่พยาบาลไม่หยุดฉีดยาดันยาจนหมดหลอด ระหว่างนั้นก็ยืนดูบุตรสาวอยู่ข้างเตียง แต่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เนื่องจากคิดว่าอยู่ในความดูแลของแพทย์คงไม่เป็นอะไร
“จากนั้นลูกสาวเกิดอาการช็อก ชักตาตั้ง น้ำลายฟูมปาก แน่นิ่งหมดสติไม่ตอบสนองใดๆ เลย แพทย์และพยาบาลปั๊มหัวใจนานกว่า 15 นาที แต่ไม่ได้ผล จึงได้เรียกรถฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ซึ่งทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตปั๊มหัวใจ ทำให้ชีพจรกลับมาได้ ตอนนี้ลูกนอนรักษาตัวอยู่ในห้องฉุกเฉิน (ไอซียู) แต่อาการไม่ดีขึ้นกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา คาดว่าคงเกิดจากขาดอากาศหายใจ หลังจากเกิดเหตุ ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ลูกไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงอยากขอความเมตตาจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยตรวจดูอาการของลูก ว่าพอมีหนทางที่จะรักษาให้หายกลับมาเป็นปกติได้หรือไม่” นางสดใส กล่าว
ทางด้านแพทย์เจ้าของสถานพยาบาล เปิดเผยว่า ขณะที่มารักษาผู้ป่วยหัวใจเต้นเร็ว อ่อนเพลีย เมื่อฉีดยาไปได้ 3 ซีซี ก็หมดสติ จึงหยุดให้ยา พยายามช่วยให้เต็มที่ แต่คนไข้หยุดหายใจไปนาน จึงได้เรียกรถฉุกเฉิน รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 ทีมแพทย์พยายามช่วยชีวิตปั๊มหัวใจ ทำให้ชีพจรกลับมาได้ ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู แต่อาการไม่ดี ซึ่งญาติได้ตั้งข้อสงสัยว่า หมอให้ยาผิดนั้น คงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากเป็นคนไข้ประจำที่เข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่ปี 2549 และเคยให้ตัวยาดังกล่าวมา 21 ครั้ง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าเกิดจากความผิดจริงก็พร้อมจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่



