
เพาะกายวางแผนไกล จัดเบ่งกล้ามกึ่งอาชีพ
สมาคมเพาะกายไทย วางแผนอนาคตยาวเป็นเจ้าภาพจัดศึกเบ่งกล้ามชาย-หญิงแบบกึ่งอาชีพปี 2017 เพื่อรองรับความเจริญเติบโตที่เกิดขึ้น
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลงานความสำเร็จของนักเบ่งกล้ามทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง ไล่ตั้งแต่ศึกเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก 2016 ที่ผ่านมา ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ที่เราคว้ามาได้ 13 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง ต่อด้วยศึกชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 50 ที่ประเทศภูฏาน ทำได้ 6 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน กับ 4 เหรียญทองแดง และศึกชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 13 ที่ไทย เป็นเจ้าภาพคว้ามาได้อีก 8 เหรียญทอง ส่งผลให้ตัวเองมีแนวความคิดว่า จะจัดการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสกึ่งอาชีพขึ้นมาที่บ้านเราช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2560 ด้วยการเชิญชาติพันธมิตรที่เป็นสมาชิกอย่าง อิหร่าน, อิตาลี, ฮังการี, แคนาดา, อินเดีย, เวียดนาม และ จีน เดินทางมาร่วมชิงชัย
ทั้งนี้ในการประชุมใหญ่สหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสโลก ที่ผ่านมา โดยมี นายดาโต๊ะ พอล ชัว เลขาธิการสหพันธ์ฯ เป็นประธานนั้น ที่ประชุมได้มีการหารือประเด็นดังกล่าวเอาไว้พอสมควรแล้ว ซึ่งชาติสมาชิกส่วนใหญ่ต่างยกมือเห็นด้วยที่จะให้มีการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสแบบกึ่งอาชีพขึ้นมาก่อน จากนั้นค่อยพัฒนาไปเป็นแบบอาชีพเต็มตัว เพื่อรองรับการพัฒนาและจำนวนนักกีฬาที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี แต่ยังไม่มีประเทศไหนกล้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นตัวเองในฐานะเลขาธิการสหพันธ์กีฬาเพาะกายโลกร่วมกับ ดาโต๊ะ พอล ชัว จึงได้ตัดสินใจที่จะรับหน้าสื่อในครั้งนี้ที่บ้านเรา
นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสไทย ยังกล่าวอีกว่า เนื่องจากไทยมีความพร้อมและมีประสบการณ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับนานาชาติมานานแล้ว เห็นได้จากความสำเร็จหลายครั้งที่ผ่านมา อีกทั้งทุกชาติต่างๆยังให้ความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะอนาคตในเร็ววันนี้สำนักงานของสหพันธ์เพาะกายโลก จากเดิมตั้งอยู่ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะย้ายมาตั้งที่เมืองไทยแทน ดังนั้นในเรื่องความพร้อมด้านต่างๆและแรงจูงใจจึงทำให้เราต้องเร่งดำเนินการแข่งขันรายการดังกล่าวให้เต็มที่และดีที่สุุด ให้สมกับความไว้วางใจของชาติสมาชิกและบอร์ดบริหารเพาะกายโลก



