ข่าว

หนุ่มรุ่นพี่เมากาวคลั่งฆ่าปาดคอรุ่นน้องดับคาที่

หนุ่มรุ่นพี่เมากาวคลั่งฆ่าปาดคอรุ่นน้องดับคาที่

22 ส.ค. 2552

ชายวัย 33 ขี่จยย.มาดมกาว กลายเป็นศพ คาดรุ่นพี่ที่ดมกาวด้วยกันเกิดอาการคลุ้มคลั่งเป็นผู้ลงมือ

(22ส.ค.) เวลา 06.30 น. ร.ต.ท.นิรันดร์ ปัสสาโท ร้อยเวร สภ.เมือง จ.หนองบัวลำภู รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายที่กระท่อมนาท้ายบ้านโคกน้ำเกี้ยง 3 ต.ป่าไม้งาม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู จึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.กิตติรัชต์ น้อยโพนทอง ผกก.พ.ต.ท.ถนัด คำสุข สว.สส , พ.ต.ท.นฤชิต โลนะลุ สว.สป. ตำรวจวิทยาการ แพทย์เวร รพ.หนองบัวลำภู ออกไปตรวจสอบ
 
 ที่เกิดเหตุพบศพนายรุ้ง โชคศรี อายุ 33 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 9 บ้านโนนม่วง ต.หัวนา อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู สภาพศพไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว นอนตายบนเปลญวนที่ผูกติดกับต้นไม้ริมกระท่อมนา ศรีษะและลำตัวเอียงตกจากเปล ขาทั้งสองข้างกางคร่อมเปล มีบาดแผลถูกกระแทกด้วยของแข็งที่แก้มขวา ลำคอถูกเฉือนด้วยของมีคมจนหลอดเลือดขาด เลือดไหลลงมานองพื้น
 
 ใกล้เปลพบฝากระป๋องกาวตกอยู่ 1 กระป๋อง ตรวจค้นรอบบริเวณพบกระป๋องกาวยี่ห้อ 3 เคอีก 2 กระป๋อง ภายในพบเครื่องรางขนาดเล็กเป็นรูปกุมารทองติดอยู่ก้นกระป๋อง นอกจากนี้ ยังพบจอบและมีดพร้าเปื้อนเลือดอีกอย่างละเล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้ คือ นายประมวล ไชยวงศ์ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 3 บ้านโคกน้ำเกี้ยง และเป็นเจ้าของกระท่อม หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกติดตาม
 
 จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง ได้มาพักกับพี่สาวในหมู่บ้านโคกน้ำเกี้ยงเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้บอกกับพี่สาวว่าขอลาหยุด 1 วัน ก่อนจะขับรถ จักรยานยนต์มาหานายประมวล ที่กระท่อม ก่อนจะมีคนมาพบว่าถูกฆ่าตายดังกล่าว
 
 นอกจากนี้ยังมี นางสงวน และ นายเสกสรรค์ ลาดเข่ง ซึ่งเป็นพี่สาวและพี่เขยของ นายประมวล ได้มาที่กระท่อมนาในตอนเช้าพบ นายประมวล และเห็นศพผู้ตาย จึงได้สอบถาม นายประมวล ซึ่งรับว่าเป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายเอง จึงได้โทรศัพท์เข้ามาในหมู่บ้านเพื่อแจ้งเหตุ แต่ขณะนั้น นายประมวล ได้หลบหนีไป
 
 ส่วนสาเหตุคาดว่า ผู้ตาย และ นายประมวล อาจจะซื้อกาวมาดมจนเกิดอาการเพี้ยน โดยผู้ตายอาจจะเมาแล้วมานอนที่เปล ส่วน นายประมวล เกิดคุ้มคลั่งจนคุมสติไม่อยู่ จึงคว้าจอบมาตีที่ใบหน้าผู้ตายก่อนจะใช้มีดพร้าเฉือนที่ลำคอผู้ตาย ซึ่งที่เกิดเหตุอยู่ห่างหมู่บ้านไม่มีใครได้ยินเสียง กระทั่งรุ่งเช้าพี่สาวและพี่เขยของ นายประมวล มาพบเห็นเข้าจึงได้เข้ามาแจ้งเหตุมาในหมู่บ้าน จึงทำให้ นายประมวล สามารถหลบหนีไปได้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวนายประมวลมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว