ข่าว

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9

25 ธ.ค. 2559

ประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางกราบพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

   บรรยากาศภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่เจ็ดสิบสี่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสวรรคต ตลอดทั้งวันยังคงมีพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วประเทศ อาทิ จากจังหวัดกำแพงเพชร กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กระบี่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี อุตรดิตถ์ เชียงราย พะเยา บุรีรัมย์ ฯลฯ แต่งชุดไว้ทุกข์ทยอยเดินทางมาแสดงความอาลัยและกราบสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เดินทางมาคอยรอเข้าพระบรมมหาราชวังบริเวณโดยรอบมณฑลพิธีสนามหลวง ตั้งแต่ช่วงดึกของเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ก่อนที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้ากราบพระบรมศพ ในเวลา 04.50 น.

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9

น.ส.พิมพ์นารา อาทรพานิชย์ (ที่สองจากซ้าย)

    น.ส.พิมพ์นารา อาทรพานิชย์เจริญ พร้อมด้วย น.ส.ฐานวีร์ เหลืองมหามงคล, นางกนกวรรณ แจ่มคล้าย และ น.ส.วิมษ์วิภา เหลืองมหามงคล ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดสมุทรปราการ เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากได้ทราบข่าวเกี่ยวกับจำนวนประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะ ดังนั้นก่อนเดินทางมาได้เตรียมหาข้อมูลเกี่ยวกับระบบการเข้าแถวเอาไว้บ้าง กระนั้นก็ยังแอบงงกับระบบของเจ้าหน้าที่เล็กน้อย แต่ทั้งนี้กลุ่มของตนเองเลือกช่วงเวลาให้มาถึงที่สนามหลวงตอนเวลาตีหนึ่ง แล้วนั่งคอยจนถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่เปิดให้เข้าจุด กระทั่งได้ขึ้นไปบนพระนั่งดุสิตมหาปราสาทในช่วงเวลา 09.00 น. สร้างความปลื้มปิติและรู้สึกคิดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 มากๆ

  “พวกเราเดินทางมาด้วยความตั้งใจมาก ถามว่าเหนื่อยไหมที่ต้องอดนอนไม่ถึงกับเหนื่อยแต่ยอมรับว่าพอเจอกับคนเรื่องเยอะๆ และระบบเส้นทางที่อ้อมเกินความจำเป็นก็รู้สึกเพลียใจเล็กๆ เหมือนกัน แต่เมื่อได้กราบสักการะพระบรมศพแล้ว จิตใจปลอดโปร่งขึ้น ทั้งนี้โดยส่วนตัวได้น้อมนำคำสอนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เรื่องการมีระเบียบวินัย มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญหากขาดคุณสมบัติในข้อนี้ไปย่อมไม่ดีแน่ๆ ” น.ส.พิมพ์นารา กล่าว

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9

นางอรวรรณ (ขวา) และนางสาวธมลวรรณ บรรจงเกลี้ยง (ซ้าย)

   นางอรวรรณ บรรจงเกลี้ยง มาพร้อมครอบครัวจากจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ออกเดินทางมาตั้งแต่ 01.00 น. แล้วมาจอดรถที่โรงพยาบาลมิชชั่น ก่อนนั่งแท็กซี่ต่อมายังบริเวณสนามหลวงในเวลา 03.00 น. ตอนนั้นคนรอเยอะมาก แม้ติดตามข่าวมาโดยตลอดว่าช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีคนมากราบสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่หวั่น อีกทั้งไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมากเพราะเตรียมพร้อมกันอยู่แล้ว และตั้งใจจะมากราบพระองค์ท่านก่อนขึ้นปีใหม่ เนื่องจากเราเกิดในรัชกาลของท่านจึงอยากให้เป็นปีเดียวกับที่พระองค์เสด็จสวรรคต และเพื่อความเป็นสิริมงคล

   ทั้งนี้ด้วยเราได้ยินได้ฟังข่าวในพระราชสำนักที่พระองค์เสด็จไปยังถิ่นทุรกันดารมาตั้งแต่เด็ก เห็นท่านทรงงานช่วยเหลือชาวเขา ฟื้นฟูป่าไม้ และตอนที่ยังอาศัยอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เคยได้รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี เมื่อครั้งเสด็จแปรพระราชฐานมาช่วยเหลือชาวมุสลิมใน 4 จังหวัดภาคใต้ในช่วงฤดูฝนเป็นประจำทุกปี จึงรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงคำสอนของท่านสามารถนำมาใช้ในชีวิตเราได้ทุกข้อ เช่น การทำความดี พออยู่พอกินใช้เท่าที่มีกำลัง และไม่ฟุ่มเฟือย

    ขณะที่ลูกสาว น.ส.ธมลวรรณ บรรจงเกลี้ยง เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เผยว่า คุณพ่อคุณแม่เล่าเรื่องราว พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านมาโดยตลอด แต่ที่สนใจมากที่สุดเป็นเรื่องของดนตรี ที่ทรงเล่นและแต่งบทเพลงไว้มากมาย เพราะตนก็เล่นกีต้าร์เช่นกัน ได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระองค์มาหัดเล่น เห็นได้ว่าทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง ทรงมีความพยายามและอุตสาหะ การที่จะเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ทรงผ่านปัญหาอุปสรรคมากมาย ทรงต้องเจอความท้าทายในการปกครองและพัฒนาประเทศ ซึ่งไม่เพียงแค่ทรงปฏิบัติอย่างเดียว แต่ทรงปกครองด้วยความมีคุณธรรมด้วย เราจึงได้น้อมนำสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้เห็นมาเป็นแบบอย่างการใช้ชีวิต

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9 น.ส.ปนัดดา รอดเพราะบุญ (ซ้าย)

    นางสาวปนัดดา รอดเพราะบุญ อายุ 44 ปี ชาวจ.ชลบุรี มาพร้อมเพื่อนสาวออฟฟิศ สาวโรงงานบริษัท เชโก้ ประเทศไทย จำกัด จ.ระยอง กล่าวภายหลังเข้ากราบสักการะว่า ครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว แต่ไม่ได้มากราบพระบรมศพเพียงอย่างเดียว ตนพร้อมเพื่อนๆ ถือโอกาสในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2560 มาเปิดโรงทานที่เต็นท์ 26 ภายในท้องสนามหลวง นำอาหารและน้ำดื่มจำนวนมากมาแจก เช่น ข้าวเหนียวไก่-หมู แซนด์วิช กาแฟ น้ำหวาน น้ำสมุนไพร ตลอดจนยาดม ลูกอม ผ้าเย็น ซึ่งมีแรงบันดาลใจจากการมากราบพระบรมศพครั้งแรก ที่มาด้วยความรักและได้รับแจกของจากผู้มีน้ำใจหลายคน จึงคิดกับเพื่อนๆ ว่าอยากเป็นผู้ให้บ้าง พอไปบอกบุญกับเพื่อนสาวออฟฟิตสาวโรงงาน ทุกคนก็ยินดีทำบุญ แม้ไม่สะดวกมาด้วยกัน แต่ก็สนับสนุนของและเงินมา ทั้งนี้ การมาถึง 5 ครั้ง แต่ทุกครั้งไม่เคยเหมือนเดิม ซึ่งต้องมาลองดูว่าแต่ละครั้งเปลี่ยนไปอย่างไร ขณะที่วันนี้รอต่อแถวและได้ขึ้นกราบพระบรมศพเพียง 3 ชั่วโมง ถือว่ารอไม่นาน เพราะตอนมาครั้งที่ 3 ต่อแถวรอกว่าจะได้ขึ้นกราบพระบรมศพใช้เวลา 22 ชั่วโมง จากนี้ตั้งใจจะมาอีกถ้ามีโอกาส

   “คำสอนของพระองค์เรื่องพอเพียง คำนี้หากเข้าใจลึกซึ้งทุกอย่างก็ลงตัว อย่างแต่ก่อนที่ดิฉันเป็นคนใจร้อนและมาตรฐานสูง ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาบุคคล ทำให้มองคนที่ไม่เหมาะสมว่าไม่ผ่าน แต่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนมุมมองและยอมรับเขา เข้าใจในความแตกต่างพื้นฐานแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน ใครที่ไม่มี ขาดตรงไหนก็เสริมให้เขา” นางสาวปนัดดากล่าว

คนไทยหลั่งไหลกราบพระบรมศพ ร.9

นางจู ชัยพิทักษ์โรจน์

    นางจู ชัยพิทักษ์โรจน์ อายุ 69 ปี ชาวไทยเชื้อสายจีน นำครอบครัวลูกหลานมายืนแจกร่มสีดำ และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดช ให้กับประชาชนที่มากราบถวายสักการะ และประชาชนที่ผ่านไปมาบริเวณด้านหน้าราชนาวีสโมสร ซึ่งนำมาแจกเป็นครั้งที่ 3 กล่าวว่า เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2560 ตนและครอบครัวได้นำร่มจำนวน 720 คัน และพระบรมฉายาลักษณ์ฯ 3 แบบ เช่น ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงผนวช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในฉลองพระองค์บรมราชภูษิตาภรณ์ รวมจำนวน 1,000 ใบ เพื่อให้ประชาชนที่มาสักการะซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุได้ใช้ร่มในการหลบแดด อีกทั้งให้นำพระบรมฉายาลักษณ์ที่แจกนี้ไปตั้งบูชาได้เลย เพราะเคลือบมาให้แล้ว ทั้งนี้ รู้สึกดีใจ สบายใจที่เห็น ประชาชนให้ความสนใจยืนต่อแถวรอรับแจกเป็นจำนวนมาก

     “อยู่กับในหลวงรัชกาลที่ 9 มานาน พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยมามากและโดยตลอด ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมาก ดิฉันและครอบครัวไม่รู้จะทำอะไรตอบแทนพระองค์ ก็เลือกทำวิธีนี้ จริงๆที่ผ่านมาครอบครัวดิฉันยังทำอาหารแจกในช่วงวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ ทำมาตลอด เช่นเดียวกับการน้อมนำคำสอนของพระองค์ เช่น การเก็บออม การทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นหลักดำเนินชีวิต และสอนลูกหลาน” นางจูกล่าว

     ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 24ธ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 23.22น. จากกำหนดเดิมเวลา 21.00น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพในมณฑลพิธีสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 53,561คน รวม 55วัน มี2,244,757คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน4,379,903.75บาทรวม 55วัน เป็นเงินทั้งสิ้น178,903,679บาท